15 ส.ค. เวลา 01:55 • หนังสือ

บทที่ 45 เจ้ารู้ความหมายที่เขาพูดหรือไม่

บทที่ 45 เจ้ารู้ความหมายที่เขาพูดหรือไม่
ในบรรดาตัวอย่างเลือดจำนวนมาก มีเพียงสามคนที่สามารถเข้ากันได้กับแม่ของโม่เหลียน
คนหนึ่งเป็นนักโทษหญิงอายุยี่สิบกว่า ๆ แต่สถานการณ์ของนางค่อนข้างพิเศษ คาดว่าคงไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้
ส่วนอีกสองคนเป็นชายวัยผู้ใหญ่ ทั้งคู่มีร่างกายแข็งแรง แต่คนหนึ่งเป็นนักโทษประหาร ส่วนอีกคนจะได้รับการปล่อยตัวในอีกครึ่งปี
เมื่อดูจากทั้งหมดแล้ว คนที่สามารถเข้าคู่กับแม่ของโม่เหลียนได้จริง ๆ จึงเหลือเพียงคนเดียว
หลีเยว่ซูจดจำข้อมูลของคนผู้นี้เอาไว้เงียบ ๆ ตั้งใจว่าจะหาเวลาไปคุกใต้ดินอีกครั้ง
วันนี้ นางบอกกับหลิวเหล่าฮั่นไว้ล่วงหน้า ให้เขาขับเกวียนวัวมารับเด็ก ๆ ในช่วงบ่าย ส่วนตัวนางไปที่ว่าการอำเภอ และเสิ่นเว่ยก็ย่อมตามนางไปด้วย
ผู้คุมเรือนจำได้รับคำสั่งจากนายอำเภอไว้แล้ว จึงพาทั้งสองคนไปยังห้องขังของนักโทษผู้นั้นโดยตรง
“จางเหล่าซาน ลุกขึ้น มีคนมาเยี่ยมเจ้า!”
ผู้คุมเปิดประตูห้องขังแล้วตะโกนเข้าไป
นักโทษที่มีผมเผ้ายุ่งเหยิงเงยหน้าขึ้นมา ดูเหมือนจะสงสัยว่าใครกันที่จะมาเยี่ยมคนที่กำลังจะถูกประหารอย่างเขา
เมื่อเห็นว่าเป็นสามีภรรยาหนุ่มสาวที่ไม่คุ้นหน้า เขาก็ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง
หลีเยว่ซูหยิบสุราและเนื้อที่ซื้อจากโรงเตี๊ยมออกมาทีละอย่าง แล้ววางลงตรงหน้าจางเหล่าซาน
เมื่อเห็นอาหารเหล่านี้ จางเหล่าซานที่ไม่ได้แตะเนื้อสัตว์มาหลายเดือนก็ไม่คิดอะไรทั้งนั้น พุ่งเข้าไปทันที
หลีเยว่ซูไม่ได้ขยับ แต่เสิ่นเว่ยกลับดึงนางเข้าไปไว้ในอ้อมแขนเพื่อปกป้องเป็นอันดับแรก
สำหรับการปกป้องโดยสัญชาตญาณเช่นนี้ หลีเยว่ซูดูเหมือนจะเคยชินเสียแล้ว นางตบหลังมือของเขาเบา ๆ เป็นการปลอบ
กระทั่งจางเหล่าซานแทะไก่ย่างทั้งตัวจนหมด ซดสุราจนพอใจ และเรอออกมาอย่างมีความสุข หลีเยว่ซูจึงเดินกลับเข้าไปหาอีกครั้ง
นางยังไม่ทันได้พูด จางเหล่าซานก็เอ่ยขึ้นก่อน
“พวกเจ้าจำคนผิดแล้ว ญาติคนเดียวที่ข้ามีอยู่บนโลกนี้คือภรรยา แต่ก่อนหน้านี้ข้าเป็นคนลงมือฆ่านางด้วยตัวเอง ข้าไม่ใช่ญาติที่พวกเจ้ามาเยี่ยมเสียหน่อย”
ขณะพูด เขาใช้มือแหวกผมยุ่ง ๆ ออก เผยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความย่ามใจ
“พวกเจ้าเป็นฝ่ายจำคนผิดเอง อย่างไรเสียของพวกนี้ข้าก็กินไปแล้ว ไม่มีทางคายออกมาให้หรอก”
เมื่อเผชิญหน้ากับพฤติกรรมไร้ยางอายของเขา หลีเยว่ซูกลับไม่โกรธแม้แต่น้อย
“ไม่ได้จำผิด พวกเรามาหาเจ้านั่นแหละ”
จางเหล่าซานชะงัก “มาหาข้า?”
หลีเยว่ซูพยักหน้า
“ก่อนหน้านี้เหตุผลที่ข้ามาเก็บตัวอย่างเลือดในคุกใต้ดิน เจ้าคงได้ยินมาบ้างแล้ว ข้าจะไม่อ้อมค้อม ข้าหวังว่าเจ้าจะยินยอมบริจาคปอดของเจ้า เพื่อเป็นการตอบแทน พวกเราสามารถทำตามความปรารถนาของเจ้าได้หนึ่งข้อ”
จางเหล่าซานไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้ จึงถึงกับนิ่งอึ้งไป
ส่วนเสิ่นเว่ยก็นั่งลงข้างหลีเยว่ซู ดวงตาจับจ้องจางเหล่าซานอย่างระแวดระวัง สีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกจนแทบมองไม่ออกว่าเขาเป็นคนโง่เขลาคนเดิม
จางเหล่าซานใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะได้สติกลับมา
“ความปรารถนาอะไรก็ได้งั้นหรือ?”
หลีเยว่ซูยิ้มอย่างสงบนิ่ง
“ตราบใดที่ไม่ฝ่าฝืนกฎหมายของแคว้นเฉินหนาน ความปรารถนาอะไรก็ได้”
จางเหล่าซานมองผู้คุมสองคนตรงประตู จากนั้นก็มองสามีภรรยาประหลาดตรงหน้า
“ความปรารถนาอะไรก็ได้จริง ๆ?”
หลังจากได้รับคำตอบยืนยันจากหลีเยว่ซูอีกครั้ง เขาก็หัวเราะออกมา
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้เจ้ามานอนกับข้าสักคืน ปรนนิบัติข้าให้พอใจ แล้วไม่ว่าเจ้าจะเอาอะไรมาแลก ข้าก็จะตกลง”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลีเยว่ซูค่อย ๆ เย็นลง
นางยังไม่ทันได้ลงมือ เงาร่างหนึ่งก็วาบผ่านไปข้างกาย
ตุบ!
พร้อมกับเสียงกระแทกทึบ ๆ ร่างของจางเหล่าซานก็ลอยออกไปสองสามจั้ง ก่อนจะกระแทกพื้นอย่างแรง
เสิ่นเว่ยมีสีหน้าเย็นเยียบ เขากำหมัดแล้วพุ่งเข้าไปอีกครั้ง
หลีเยว่ซูเพิ่งได้สติกลับมา แต่ไม่ได้รีบร้อนเข้าไปห้าม รอจนจางเหล่าซานถูกต่อยไปหลายหมัด นางจึงเข้าไปดึงเสิ่นเว่ยเอาไว้
“พอแล้ว ทำไมจู่ ๆ ถึงลงมือกัน เจ้ารู้ความหมายที่เขาพูดหรือไม่!”
เสิ่นเว่ยตอบโดยไม่ต้องคิด
“ข้ารู้”
หลีเยว่ซูชะงักไปเล็กน้อย ราวกับไม่เข้าใจความหมายของคำพูดนี้
เสิ่นเว่ยพูดด้วยสีหน้าแข็งกร้าวอีกครั้ง
“ข้ารู้!”
คราวนี้หลีเยว่ซูถึงได้เข้าใจ ก่อนจะอดหัวเราะไม่ได้
เจ้าคนโง่นี่ ช่าง...
ชั่วขณะหนึ่งนางถึงกับหาคำมาอธิบายไม่ได้ จึงได้แต่ลูบศีรษะเขาอย่างจนใจ
“เด็กดี เรื่องนี้ให้ข้าจัดการเอง”
เสิ่นเว่ยเชื่องลงราวกับสุนัขตัวใหญ่ที่ถูกลูบขน ในชั่วพริบตาก็กลับมาว่าง่ายอีกครั้ง
หลังจากปลอบเสิ่นเว่ยเรียบร้อยแล้ว หลีเยว่ซูจึงหันไปมองจางเหล่าซานที่กำลังนอนกองอยู่บนพื้นและกระอักเลือด
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าต้องการแลกเปลี่ยนอะไรกับเจ้า?”
จางเหล่าซานพยุงตัวขึ้นมานั่ง แม้จะถูกต่อยไปหลายหมัด แต่ก็ยังไม่รู้จักสำนึก
เขายิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
“เห็นเจ้าหน้าตาสวยขนาดนี้ หากยอมมานอนกับข้าสักคืน ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็ให้เจ้าได้”
มุมปากของหลีเยว่ซูยกขึ้นเล็กน้อย แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่ส่งไปถึงดวงตา
หากไม่ใช่เพราะนางต้องการปอดของเขาให้กับท่านป้าโม่ ตอนนี้นางคงพุ่งเข้าไปซัดจางเหล่าซานสักรอบแล้ว!
หลีเยว่ซูกดความรู้สึกในใจลง ก่อนรินสุราใส่ชามด้วยตัวเอง
“จู่ ๆ ข้าก็เสนอข้อเรียกร้องเช่นนี้ อาจดูเป็นการบุ่มบ่ามไปสักหน่อย แต่ข้ามาด้วยความจริงใจ หวังว่าเจ้าจะลองพิจารณาดู”
นางเลื่อนชามสุราไปตรงหน้าจางเหล่าซาน แล้วไม่รอให้เขาพูด นางก็ลุกขึ้นยืนทันที
“พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่ ไม่รบกวนเจ้ากินอาหารแล้ว แต่เจ้าขาดเนื้อสัตว์มานาน ครั้งเดียวไม่ควรกินมากเกินไป พรุ่งนี้ข้าจะนำอาหารมาให้ใหม่”
ผู้คุมที่อยู่ข้าง ๆ มองนางด้วยความประหลาดใจ รู้สึกว่านายหญิงเสิ่นช่างถูกรังแกง่ายเกินไปแล้ว
จางเหล่าซานพูดจาล่วงเกินถึงเพียงนั้น นางกลับไม่โกรธแม้แต่น้อย
จางเหล่าซานเองก็รู้สึกเหลือเชื่อ แต่ยิ่งรู้สึกว่าสตรีสาวผู้นี้คงมีเงินเหลือใช้จนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร!
เขาไม่ได้ใส่ใจ เพียงยกชามสุราขึ้นดื่มทันที
ทว่าเขาไม่รู้เลยว่า หลีเยว่ซูที่เดินมาถึงทางเข้าคุกใต้ดินกลับหยิบเงินจำนวนไม่กี่ตำลึงออกมาจากอกเสื้อ
“วันนี้รบกวนพี่ชายทั้งสองแล้ว เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ถือว่าเป็นค่าชา หากจางเหล่าซานกินแล้วปวดท้อง ถึงตอนนั้นก็รบกวนพี่ชายทั้งสองช่วยตามหมอให้เขาด้วย”
ผู้คุมทั้งสองมึนงงเล็กน้อย
เมื่อนึกถึงคำพูดของนางเมื่อครู่ จึงพยักหน้ารับ แต่ในใจก็ไม่ได้คิดว่าจางเหล่าซานจะกินจนป่วยจริง ๆ
ทว่าในคืนนั้น จางเหล่าซานกลับปวดท้องจนกลิ้งเกลือกไปทั่วห้องขัง
ผู้คุมทั้งสองนึกถึงคำพูดของหลีเยว่ซูขึ้นมาได้ จึงรีบไปตามหมอ และรายงานเรื่องนี้ให้นายอำเภอทราบ
เมื่อนายอำเภอได้ยินเรื่องนี้ ก็ถึงกับไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร
นายหญิงเสิ่นผู้นี้ช่าง...
นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้ว่า วิชาแพทย์สามารถนำมาใช้แบบนี้ได้ด้วย
นายอำเภอส่ายหน้าอย่างจนใจ แต่กลับเลือกที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
แม้หลีเยว่ซูจะไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นภายหลัง แต่ตอนนี้อารมณ์ของนางกลับดีไม่น้อย
โดยปกตินางเป็นคนคิดบัญชีไม่ละเอียดนัก
นางต้องการให้จางเหล่าซานยอมบริจาคปอดจริง แต่ไม่ได้หมายความว่านางจำเป็นต้องทนรับการจงใจดูหมิ่นของเขา
ในเมื่อไม่สามารถลงมือโดยตรงได้ เช่นนั้นแอบจัดการสั่งสอนเขาสักหน่อยก็ยังทำได้!
หลีเยว่ซูกลับบ้านพร้อมเสิ่นเว่ยด้วยอารมณ์เบิกบาน
แต่สิ่งที่นางคาดไม่ถึงก็คือ ระหว่างทางกลับบ้านกลับบังเอิญเจอคนที่กำลังจะมาสร้างความรำคาญให้นางเสียได้
โฆษณา