Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
15 ส.ค. เวลา 01:56 • หนังสือ
บทที่ 46 พวกเราล้วนเป็นบุรุษ
บทที่ 46 พวกเราล้วนเป็นบุรุษ
“รอมาตั้งหลายวัน ในที่สุดก็ได้จังหวะที่เจ้าต้องอยู่คนเดียวเสียที!”
ชายฉกรรจ์สี่ห้าคนยืนขวางหน้าเกวียนวัว คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเสิ่นวั่ง
เขาจ้องหลีเยว่ซูอย่างดุร้าย สีหน้าเต็มไปด้วยความได้ใจราวกับมั่นใจว่าคราวนี้ต้องจัดการนางได้แน่
เสิ่นเว่ยกระโดดลงจากเกวียนทันที แล้วมายืนขวางหน้าหลีเยว่ซูจนมิด แม้แต่เส้นผมของนางก็ไม่เผยออกมา พร้อมจ้องกลับไปยังเสิ่นวั่งอย่างดุดัน
เมื่อมองแผ่นหลังสูงใหญ่ตรงหน้า อารมณ์หงุดหงิดของหลีเยว่ซูพลันคลายลงไปหลายส่วนอย่างไม่มีเหตุผล
เสิ่นวั่งเผลอถอยหลังไปสองก้าว เขายังคงหวาดเกรงน้องชายคนนี้อยู่บ้าง
ครั้งหนึ่งเขาเคยขึ้นเขาไปล่าสัตว์กับเสิ่นเว่ย และเห็นกับตาว่าอีกฝ่ายใช้มือเปล่าฆ่าหมาป่าตัวหนึ่งตาย
ต่อให้ตอนนี้เสิ่นเว่ยจะกลายเป็นคนโง่ แต่พละกำลังของเขายังคงอยู่
หลีเยว่ซูเดินออกมาจากด้านหลัง ก่อนจะจำชายฉกรรจ์ทั้งหลายตรงหน้าได้ทันที พวกเขาล้วนเป็นอันธพาลชื่อดังจากหมู่บ้านใกล้เคียง
นางมองเสิ่นวั่งด้วยสีหน้าเย็นชา
“ขวางทางปล้นทรัพย์มีโทษจำคุก เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะไปแจ้งทางการหรือ?”
เสิ่นวั่งนึกถึงเรื่องที่นายอำเภอเคยออกหน้าให้ร้านยาเหิงเต๋อ สีหน้าจึงหม่นลงเล็กน้อย แต่กลับไม่ได้แสดงความหวาดเกรง
“ใครบอกว่าข้ามาขวางทางปล้นทรัพย์?”
เขายิ้มอย่างมีเลศนัย
“เห็นชัด ๆ ว่าข้าบังเอิญจับได้ว่าเจ้าคบชู้ เจ้าข่มขู่ล่อลวงข้าไม่สำเร็จ แล้วยังคิดจะใส่ร้ายข้าอีกต่างหาก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลีเยว่ซูก็เข้าใจความคิดของเขาทันที แววตาเย็นลง
“ใครเป็นคนคิดแผนนี้?”
เสิ่นวั่งหัวเราะเยาะ
“ตอนนี้รู้จักกลัวแล้วหรือ? ถ้าอยากให้ข้าปล่อยเจ้าไป ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”
ขณะพูด เขาถูมือไปมา สีหน้ากลายเป็นน่ารังเกียจ
“น้องสะใภ้ อย่างไรเสียพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน น้ำดีไม่ควรไหลออกนอกนา ขอเพียงเจ้ามาเป็นของข้า เจ้าก็ยังอยู่ในตระกูลเสิ่นต่อไปได้ ท่านแม่เองก็จะไม่หาเรื่องเจ้าอีก”
หลีเยว่ซูขมวดคิ้ว แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
วันนี้นางคงไม่ได้ดูฤกษ์ยามก่อนออกจากบ้านจริง ๆ ถึงได้เจอแต่คนชวนสะอิดสะเอียนเช่นนี้
นางมองเสิ่นวั่งด้วยสายตาเย็นเยียบ
“เดิมทีข้าตั้งใจจะเห็นแก่เสิ่นเว่ย แล้วไว้ชีวิตตระกูลเสิ่นสักครั้ง แต่พวกเจ้ากลับรนหาที่ตายเอง เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่ปรานี”
น้ำเสียงที่แฝงด้วยจิตสังหารทำให้เสิ่นวั่งรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังอย่างไม่มีเหตุผล
แต่เมื่อหันไปมองชายฉกรรจ์หลายคนที่อยู่ด้านหลัง เขาก็มีความมั่นใจขึ้นมาอีกครั้ง
เขาจ้องหลีเยว่ซูอย่างดุร้าย
“ข้าให้โอกาสเจ้าไปแล้ว อีกเดี๋ยวต่อให้เจ้าร้องไห้อ้อนวอน ข้าก็จะไม่ให้โอกาสเจ้าอีก!”
เขายกมือขึ้น ชายฉกรรจ์ที่ยืนรอจนเริ่มหมดความอดทนก็ขยับมือบิดข้อนิ้ว ก่อนเดินเข้ามาหาพวกนาง
หลีเยว่ซูรีบขวางหน้าเสิ่นเว่ย ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยความเย็นชา
แม้ร่างกายนี้จะยังเทียบกับชาติก่อนไม่ได้ แต่การจัดการอันธพาลกระจอก ๆ ไม่กี่คนก็ยังเหลือเฟือ
หลีเยว่ซูเพิ่งก้าวออกไปหนึ่งก้าว ข้อมือกลับถูกคว้าเอาไว้เสียก่อน ร่างทั้งร่างถูกดึงกลับไปกระแทกกับแผงอกแข็งแรง
นางยังไม่ทันได้ตั้งตัว หูก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังมาจากอกของเขา
“อาซูไม่ต้องกลัว ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”
สิ้นเสียง เสิ่นเว่ยก็พุ่งเข้าใส่ชายทั้งหลายทันที
หลีเยว่ซูตกใจ รีบร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ระวัง!”
นางคิดจะคว้าตัวเสิ่นเว่ยเอาไว้ แต่ก็ช้าไปหนึ่งก้าว
ตุบ!
ชายคนหนึ่งถูกหมัดเข้าเต็มใบหน้า
หลีเยว่ซูไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เสิ่นเว่ยราวกับรถถังมนุษย์ เขาต่อยหนึ่งหมัดต่อหนึ่งคน จนอันธพาลหลายคนถูกซัดจนลุกขึ้นมาไม่ไหว
เสิ่นวั่งไม่คิดเลยว่าสถานการณ์จะกลายเป็นเช่นนี้
เมื่อได้สติกลับมา เขาก็เห็นเสิ่นเว่ยกำหมัดเดินตรงเข้ามาหาตัวเอง
“เจ้า...อย่าเข้ามา!”
เสิ่นวั่งถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ขาอ่อนจนล้มลงไปนั่งกับพื้น
เมื่อเห็นหมัดที่กำลังใกล้เข้ามา เขาก็ยกมือกอดศีรษะและหลับตาลงโดยสัญชาตญาณ
วินาทีต่อมา เสียงของหลีเยว่ซูก็ดังขึ้น
“เสิ่นเว่ย”
เพียงสองคำเรียบ ๆ กลับทำให้เสิ่นเว่ยหยุดการเคลื่อนไหวทันที ก่อนวิ่งกลับไปหาหลีเยว่ซูอย่างว่าง่าย
เขาตบหน้าอกตัวเอง สีหน้าเต็มไปด้วยความจริงจัง
“ข้าบอกแล้วว่าจะปกป้องเจ้า!”
แววตาของหลีเยว่ซูปรากฏรอยยิ้มหลายส่วน ความหงุดหงิดก่อนหน้านี้เหมือนจะสลายไปในพริบตา
นางยกมือขึ้นลูบศีรษะเสิ่นเว่ย ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ทำได้ดีมาก!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นเว่ยก็ยิ้มกว้างราวกับคนโง่
หลีเยว่ซูหันไปมองคนที่นอนอยู่บนพื้น สีหน้าพลันเย็นลงอีกครั้ง
นางเตะอันธพาลคนหนึ่งเบา ๆ
“สิ่งที่เสิ่นวั่งให้พวกเจ้ามาทำ ก็ทำกับเขาเสีย”
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ชายหลายคนที่กำลังนอนกลิ้งด้วยความเจ็บปวดก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน มองนางด้วยความตกตะลึง
หลีเยว่ซูยังคงสีหน้าไร้อารมณ์ แววตาเย็นเยียบ
“อะไร ต้องให้ข้าพูดเป็นครั้งที่สองหรือ?”
เสิ่นเว่ยที่อยู่ด้านหลังราวกับเข้าใจอะไรบางอย่าง เขายกหมัดขึ้นอย่างรู้หน้าที่
“อย่า ๆ ๆ อย่าลงมือ!”
อันธพาลทั้งหลายถูกเสิ่นเว่ยต่อยจนหวาดกลัว รีบร้องขอชีวิตทันที
พวกเขามองเสิ่นวั่ง ก่อนทำหน้าลำบากใจ
“นายหญิง พวกเรา...พวกเราเป็นบุรุษด้วยกันทั้งนั้น เรื่องนี้...”
เมื่อเห็นว่าพวกเขาดูเหมือนจะลงมือไม่ลงจริง ๆ หลีเยว่ซูก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนย่อตัวลง
จากนั้นนางก็ยื่นมือออกไปอย่างรวดเร็ว คว้าคางของชายคนหนึ่งเอาไว้ แล้วโยนเม็ดยาเข้าไปในปากของเขา
“แค่ก ๆ ๆ!”
เมื่อชายคนนั้นรู้ตัว เม็ดยาก็ถูกกลืนลงคอไปแล้ว
เขามองนางด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“เจ้า...เจ้าให้ข้ากินอะไร?”
มุมปากของหลีเยว่ซูยกขึ้น
“ในเมื่อพวกเจ้าลงมือไม่ลง ก็ย่อมมีคนที่ชอบเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว หลังจากทำเรื่องสำเร็จมาหาข้าเอายาถอนพิษ ข้ารับรองว่าเจ้าจะไม่ตาย แต่ถ้ากล้าเล่นตุกติก...”
นางไม่ได้พูดต่อ แต่กลับยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดกลัวมากกว่าเดิม
หลีเยว่ซูไม่สนใจสีหน้าตื่นตระหนกของคนทั้งหลาย นางดึงเสิ่นเว่ยกลับขึ้นเกวียนวัวทันที
“ไม่...พวกเจ้าไปไม่ได้!”
เสิ่นวั่งได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ชัดเจน จึงรีบพุ่งมาขวางหน้าเกวียน มือทั้งสองข้างจับล้อเอาไว้แน่น
“เจ้าทำแบบนี้ไม่ได้ หลีเยว่ซู ข้าเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของเสิ่นเว่ย พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน เจ้าทำแบบนี้กับข้าไม่ได้!”
หลีเยว่ซูเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา ก่อนหันไปมองอันธพาลหลายคนที่ยังยืนนิ่งอยู่
“พวกเจ้ายังไม่รู้หรือว่าควรทำอะไร?”
น้ำเสียงไร้ความรู้สึกกลับทำให้คนเหล่านั้นเข้าใจทันที รีบวิ่งเข้าไปลากเสิ่นวั่งออกมา
ในวินาทีนั้น เสิ่นวั่งก็หวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
“ไม่...เจ้าทำกับข้าแบบนี้ไม่ได้ น้องสะใภ้ ข้าขอร้องเจ้า ปล่อยข้าไปเถอะ อย่า...พวกเจ้าปล่อยข้า! หลีเยว่ซู นังหญิงพิษร้าย เจ้าจะต้องตายไม่ดี! ปล่อยข้า! ช่วยด้วย!”
เสิ่นวั่งดิ้นรนสุดชีวิตอยู่ในมือของชายหลายคน แต่ทุกอย่างก็ไร้ประโยชน์
……
เสียงร้องที่ดังมาจากด้านหลังค่อย ๆ เลือนหายไป แต่บนใบหน้าของหลีเยว่ซูกลับไม่มีอารมณ์ใด ๆ
การที่นางมีจิตใจเมตตา ไม่ได้หมายความว่านางจะยอมให้ใครรังแกง่าย ๆ
แม้ในชาติก่อนนางจะรับผิดชอบงานวิจัยทางการแพทย์ในองค์กรเป็นหลัก แต่นางก็เคยทำงานที่ต้องเปื้อนเลือดมาแล้วเช่นกัน
ตระกูลเสิ่นท้าทายขีดจำกัดของนางครั้งแล้วครั้งเล่า แน่นอนว่านางไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปง่าย ๆ
เพียงแต่...
นางหันไปมองเสิ่นเว่ยที่อยู่ข้างกาย ก่อนอดนึกถึงภาพที่เขายืนขวางอยู่ตรงหน้านางครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ได้
หลีเยว่ซูกดริมฝีปาก สีหน้าค่อย ๆ สงบลง
“เสิ่นเว่ย เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าให้คนพวกนั้นทำอะไรกับพี่ชายของเจ้า?”
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย