14 ส.ค. เวลา 00:29 • หุ้น & เศรษฐกิจ

สรุปงบ M ไตรมาส 2/2569 (เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป)

"รายได้ยังโต แต่กำไรยังถูกกดดัน เพราะยอมแลก Margin เพื่อรักษายอดขาย"
📌 ภาพรวมธุรกิจร้านอาหาร
M มองว่าเศรษฐกิจไทยยังเติบโตชะลอลง กำลังซื้อผู้บริโภคยังเปราะบาง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าขนส่งยังอยู่ในระดับสูง
การแข่งขันที่รุนแรง การปรับขึ้นราคาทำได้ค่อนข้างจำกัด
สิ่งที่บริษัทเลือกทำคือ เน้นเมนูและโปรโมชั่นที่ "คุ้มค่า" พร้อมขยายพอร์ตแบรนด์ให้ครอบคลุมหลายระดับราคา เพื่อรักษาฐานลูกค้าและเพิ่ม Traffic เข้าร้าน
📌 โครงสร้างรายได้
แยกตามแบรนด์
• MK 63%
• ยาโยอิ 16%
• โบนัส สุกี้ 12%
• แหลมเจริญ 5%
• อื่น ๆ 4%
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
• MK ลดจาก 64% เหลือ 63%
• โบนัส สุกี้ เพิ่มจาก 11% เป็น 12%
• แบรนด์อื่นแทบไม่เปลี่ยน
Bonus Suki เริ่มมีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ การเติบโตของ M ในช่วงนี้ มาจากการขยายแบรนด์ใหม่มากกว่าการเติบโตของธุรกิจเดิม
แยกตามช่องทางขาย
• Dine-in 88%
• Delivery 8%
• Takeaway 4%
รายได้ของ M ยังคงพึ่งพาการรับประทานในร้านเป็นหลัก
📌 รายได้ยังโต
รายได้จากการขายและบริการ
4,196 ล้านบาท
เติบโต 10.6% YoY (เทียบเับช่วงเดียวกันของปีก่อน)
ปัจจัยหลักมาจาก
✅ การขยายสาขา โบนัส สุกี้
แต่ยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales Growth : SSSG) ลดลง 3.8%
สาเหตุหลักคือ
• ปีก่อนฐานสูงมาก จากโปรโมชั่นบุฟเฟต์ "คุ้มเกินคุ้ม" ราคา 299 บาท
• มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐครอบคลุมเฉพาะร้านค้ารายย่อย ทำให้ M ไม่ได้รับอานิสงส์
จึงสะท้อนว่า รายได้ที่เติบโตในไตรมาสนี้ มาจากการเปิดสาขาใหม่ มากกว่าการเติบโตของร้านเดิม
📌 รายได้โต แต่กำไรโตไม่ตาม
ธุรกิจร้านอาหาร ไม่ได้ดูแค่ยอดขาย แต่ต้องดู "Margin" ควบคู่กัน
ไตรมาสนี้
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 2,591 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 4.7% YoY
แต่ Gross Profit Margin ลดลงจาก 65.2% เหลือ 61.8%
สาเหตุหลักมาจาก
✅ โปรโมชั่นบุฟเฟต์ "คุ้มเกินคุ้ม"
✅ การขยายโบนัส สุกี้ ซึ่งเป็นโมเดลบุฟเฟต์เต็มรูปแบบ
✅ ต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าขนส่งที่ยังสูง
แม้รายได้เพิ่มกว่า 10% แต่กำไรขั้นต้นเพิ่มเพียง 4.7% เพราะต้นทุนเติบโตเร็วกว่ายอดขาย
📌 เริ่มเห็น Operating Leverage
ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (SG&A)
อยู่ที่ 2,414 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 9.2% YoY
แต่สัดส่วน SG&A ต่อรายได้
ลดลงจาก 57.0% เหลือ 56.2%
เมื่อยอดขายเพิ่มขึ้น ต้นทุนคงที่บางส่วน เช่น ค่าเช่า และค่าเสื่อมราคา ไม่ได้เพิ่มตาม ทำให้ต้นทุนต่อยอดขายลดลง
ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะหากรายได้ยังเติบโตต่อ บริษัทจะสามารถสร้างกำไรจากการดำเนินงานได้มากขึ้น
📌 กำไรสุทธิยังลดลง
แม้จะเริ่มเห็น Operating Leverage ช่วยลดแรงกดดันด้านค่าใช้จ่ายขายและบริหาร
แต่ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนบุฟเฟต์ที่เพิ่มขึ้นได้
ทำให้กำไรสุทธิอยู่ที่
221 ล้านบาท
ลดลง 19.7% YoY
ขณะที่ Net Profit Margin ลดจาก 7.1% เหลือ 5.2%
📌 สรุปภาพรวม
M ยังคงเดินกลยุทธ์เดิม คือ
"แลก Margin เพื่อรักษายอดขายและจำนวนลูกค้าเข้าร้าน"
สิ่งที่เริ่มเห็นคือ
✅ รายได้ยังเติบโต 10.6%
✅ โบนัส สุกี้ กลายเป็นเครื่องยนต์การเติบโตที่สำคัญ และมีสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 12%
✅ เริ่มเห็นผลของ Operating Leverage ทำให้ SG&A ต่อรายได้ลดลง
แต่
❌ SSSG ติดลบ 3.8%
❌ Gross Margin ลดเหลือ 61.8%
❌ Net Margin ลดเหลือ 5.2%
❌ กำไรสุทธิลดลงเกือบ 20%
📌 สิ่งที่น่าติดตาม
โบนัส สุกี้ จะสามารถทำกำไรได้ดีขึ้นหรือไม่ เมื่อมีจำนวนสาขามากขึ้นและเกิด Economies of Scale
M จะสามารถดึงอัตรากำไรกลับมาได้แค่ไหน ท่ามกลางการแข่งขัน
เพราะหาก M สามารถทำให้ยอดขายสาขาเดิมกลับมาเป็นบวกได้ โดยไม่ต้องพึ่งโปรโมชั่นที่กระทบ Margin มากนัก กำไรของบริษัทก็มีโอกาสฟื้นตัวได้
หมายเหตุ: สรุปจากคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A) ไตรมาส 2/2569 เพื่อให้เข้าใจง่าย ไม่ได้มีเจตนาแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใด ๆ
#หมอยุ่งอยากมีเวลา #งบการเงิน #หุ้น #MKสุกี้ #งบกำไรขาดทุน #EBIT #ลงทุนหุ้น
โฆษณา