Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
SpacenScience TH
•
ติดตาม
14 ส.ค. เวลา 09:27 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
การผ่านหน้าของวัตถุข้างเคียง "ดาวของแทบบี้"
นับตั้งแต่ปี 2016 ดาวฤกษ์ที่ดูปกติดวงหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า KIC 8462852 ซึ่งมีชื่อเล่นว่า ดาวของแทบบี้(Tabby’s star) อยู่ห่างออกไปราว 1470 ปีแสง ในกลุ่มดาวหงส์(Cygnus) มีพฤติกรรมที่แปลกประหลาดไป ในการศึกษาใหม่ที่เผยแพร่ใน Monthly Notices of the Royal Astronomical Society วันที่ 6 กรกฎาคม นักวิจัยได้ย้อนกลับไปดูดาวนี้อีกครั้งเพื่อค้นหาว่าสิ่งใดกันแน่ที่เป็นสาเหตุให้มันมืดลงอย่างไม่ปกติ
กราฟแสงจากดาวของแทบบี้ได้แสดงการมืดลงที่ไม่ปกติและไม่สมมาตร ซึ่งบางครั้งก็มีความสว่างลดลงมากกว่า 20% ความลึกและความยาวนานของการมืดลงเหล่านี้ยังแปรผันอย่างรุนแรงจากแต่ละครั้งเอง ดาวยังสลัวลงอย่างช้าๆ ในช่วงหลายปีนี้ สลัวลงมากกว่าดาวที่ใกล้เคียงกันหลายร้อยดวงที่ได้ศึกษามา มันกลายเป็นปริศนาที่ถูกศึกษาอย่างมากที่สุดดวงหนึ่งในดาราศาสตร์สมัยใหม่ ซึ่งมีข้อสงสัยถึงขั้นโครงสร้างระดับมหึมาจากเอเลี่ยนทรงปัญญาก่อนที่คำอธิบายที่พื้นๆ กว่าจะเข้าแทนที่
การสำรวจติดตามผลในช่วงอินฟราเรดและช่วงตาเห็นได้ และจากกล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดินได้กำจัดความเป็นไปได้หลายอย่างออกไป ซึ่งรวมถึงดิสก์ฝุ่น, แถบดาวเคราะห์น้อยที่กำลังมีการชนภายใน และการชนอย่างรุนแรงครั้งใหญ่ แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแทนก็บอกว่ามีเมฆฝุ่นกำลังผ่านหน้าดาวฤกษ์นี้ ฝุ่นนี้น่าจะมาจากดาวหางที่แตกสลาย, ระบบวงแหวน หรือเศษซากในวงโคจรอื่นๆ แต่อะไรกันแน่ที่กำลังสร้างการมืดลงเหล่านี้ก็ยังไม่ชัดเจน แล้วมันมีวัตถุข้างเคียงที่ซ่อนอยู่หรือไม่ก็ยังคงเป็นคำถาม
ดาวของแทบบี้ในแสงอินฟราเรด(2MASS survey) และอุลตราไวโอเลต(GALEX)
ขณะนี้ ด้วยการศึกษาใหม่ที่นำโดย Cristina Madurga-Favieres จากมหาวิทยาลัยวอร์วิค ได้ย้อนกลับไปที่ดาวของแทบบี้โดยใช้ข้อมูลใหม่ เมื่อใช้ TESS(Transiting Exoplanet Survey Satellite) ของนาซาเพื่อทดสอบทฤษฎีที่มีมานานเหล่านั้น ในการสำรวจของ TESS ทีมพบการหรี่แสงรูปร่างกลมที่สมมาตร ซึ่งคงอยู่ประมาณ 21 ชั่วโมงและทำให้ความสว่างหรี่ลงเพียง 1% เศษเท่านั้น
การหรี่ลักษณะนี้เรียกว่า การผ่านหน้า(transit) เกิดขึ้นเมื่อมีวัตถุหนึ่งในวงโคจรรอบดาวฤกษ์นี้ กันแสงดาวบางส่วนไว้เมื่อมันเคลื่อนที่ผ่านหน้าจากมุมมองของเรา การผ่านหน้าเกิดขึ้นในวันที่ 3 กันยายน 2019 และไม่เคยรายงานมาก่อน สัญญาณดูชัดเจนกว่าการหรี่แสงอย่างไม่ปกติที่พบอื่นๆ ในแสงดาว เมื่อรวมข้อมูล TESS หลายปีกับการตรวจสอบความเร็วแนวสายตา(radial velocity) ครั้งใหม่ ทีมประเมินว่าวัตถุที่สร้างการผ่านหน้า โคจรรอบดาวนี้ในวงโคจรที่รีเล็กน้อยราวทุกๆ 3 หรือ 4 ปี แต่ก็ยังมีความคลาดเคลื่อนในคาบการโคจรอยู่
มวลของมันน่าจะอยู่ระหว่าง 5 ถึง 14 เท่าดาวพฤหัสฯ และรัศมีที่ราว 1.7 เท่าดาวพฤหัสฯ อุณหภูมิราว 268 เคลวินหรือ -5 องศาเซลเซียส ช่วงมวลและขนาดแบบนี้ทำให้มันอยู่ตรงรอยต่อระหว่างดาวเคราะห์ยักษ์กับดาวแคระน้ำตาล(brown dwarf) ทีมเขียนไว้ในรายงานว่า งานนี้ได้แสดงการผ่านหน้ารูปกลมที่สมมาตรที่พบจาก KIC 8462852 ในข้อมูล TESS ซึ่งบอกถึงการมีอยู่ของวัตถุข้างเคียง ซึ่งอาจเป็นดาวเคราะห์ยักษ์หรือดาวแคระน้ำตาล รอบๆ ดาวฤกษ์ดวงนี้
Sector 15 จากข้อมูล TESS ที่มีการผ่านหน้า มันแสดงความสว่างที่เพิ่มเติมก่อนการผ่านหน้าเกิดขึ้น ซึ่งใช้เวลาราว 5 วันเพื่อขึ้นถึงจุดสว่างสูงสุด และอีก 5 วันหลังจากผ่านหน้าที่จะหายไป
นักวิจัยทดสอบคำอธิบายทางเลือกหลายอย่าง ซึ่งรวมถึงระบบดาวฤกษ์คู่เกิดคราส, เมฆฝุ่นอิสระก้อนหนึ่ง หรือกระจุกของดาวหางนอกระบบ(exocomets) ไม่มีอันใดที่สอดคล้องกับข้อมูลอย่างดีเหมือนกับวัตถุข้างเคียงก้อนแข็งก้อนเดียวเลย ทีมบอกว่าการจับตาดูมันในอนาคตในช่วงใกล้เคียงกับหน้าต่างการสำรวจที่ทำนายไว้ในการศึกษานี้ น่าจะสามารถระบุคาบการโคจรที่แน่นอนและยืนยันได้ว่ามีวัตถุข้างเคียงอยู่ที่นั่นจริงหรือไม่
ถ้ายืนยันได้ นี่ก็น่าจะเป็นวัตถุข้างเคียงดวงแรกที่ตรวจจับได้โดยตรงว่าผ่านหน้าดาวของแทบบี้ และมันก็น่าจะอธิบายปริศนาของดาวที่มานานเป็นทศวรรษได้ ในขณะที่การมีอยู่ของมันน่าจะสร้างรูปแบบการผ่านหน้าที่เกิดซ้ำๆ ในแสงดาวฤกษ์ แรงโน้มถ่วงของมันก็อาจเป็นตัวการที่เหวี่ยงดาวหางและเศษซากเข้าสู่วงโคจรรอบดาวฤกษ์ ซึ่งสร้างการหรี่แสงที่ไม่ปกติที่ดึงดูดความสนใจของนักดาราศาสตร์ในตอนแรกได้
ทฤษฎีที่หนักแน่นที่สุดก็คือ มีกลุ่มของดาวหางนอกระบบหรือชิ้นส่วนวัตถุดิบกำเนิดดาวเคราะห์(planetesimal) ทำให้เกิดการหรี่แสงที่ไม่ปกติและดูเหมือนไม่เป็นคาบเวลาในกราฟแสงของดาวของแทบบี้ที่ได้จากปฏิบัติการเคปเลอร์(Kepler) ทีมอธิบายไว้ การมีอยู่ของวัตถุข้างเคียงน่าจะอธิบายว่าเพราะเหตุใดวัตถุเหล่านี้จึงถูกผลักเข้าไปอยู่ใกล้กับดาวฤกษ์, แตกสลายเมื่อดาวฤกษ์รบกวนพวกมัน TESS เองก็สำรวจพบดาวหางนอกระบบจำนวนหนึ่งรอบดาวฤกษ์ Beta Pictoris
ผู้เขียนรายงานหวังว่า การเผยแพร่ข้อมูลครั้งที่จะมาถึงจากไกอา(Gaia DR4) ราวเดือนธันวาคม ปีนี้ จะเผยให้เห็นธรรมชาติที่แท้จริงของวัตถุข้างเคียงนี้ พวกเขาบอกว่าน่าจะใช้การสำรวจจากกล้องเวบบ์และฮับเบิลเพื่อสำรวจและศึกษาชั้นบรรยากาศดั้งเดิมของวัตถุข้างเคียงและพร้อมกับการค้นพบจากการผ่านหน้าครั้งต่อไป พวกมันก็น่าจะช่วยค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบนี้ได้ ทีมสรุป
แหล่งข่าว
phys.org
: a 21-hour dip could help explain Tabby’s star’s decade-long dimming mystery
phys.org
: Tabby’s star may be orbited by a planetary-mass companion
ดาราศาสตร์
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย