14 ส.ค. เวลา 16:36 • ความคิดเห็น

แก่กว่า ไม่ได้แปลว่าเหนื่อยน้อยกว่าใคร

ทุกครั้งที่ขึ้นรถสาธารณะ ฉันมักเห็นภาพเดิม ๆ
เมื่อมีคนที่อายุมากกว่าขึ้นรถ คนที่นั่งอยู่มักถูกคาดหวังโดยอัตโนมัติว่า “ควรลุกให้” เพราะสังคมไทยสอนเรามาตลอดว่า เด็กต้องเคารพผู้ใหญ่ และต้องมีน้ำใจกับคนแก่
ฉันไม่ได้คิดว่าการลุกให้คนแก่เป็นเรื่องผิดนะ
ถ้าใครเดินไม่มั่นคง ใช้ไม้เท้า มีปัญหาสุขภาพ หรือเห็นได้ชัดว่ายืนลำบาก ฉันคิดว่าการลุกให้นั่งเป็นเรื่องที่ดีมาก และถ้าฉันไหว ฉันก็พร้อมจะลุกให้
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันเริ่มตั้งคำถาม คือบางครั้ง “อายุ” กลับถูกใช้แทนคำว่า “ความจำเป็น”
บางคนยังเดินคล่อง วิ่งขึ้นรถได้ แต่พอขึ้นมาแล้วกลับมายืนเบียดคนที่นั่งอยู่ พิงเบาะ เปิดเสียงโทรศัพท์ดัง หรือยืนบ่นว่า “เมื่อย ๆ” จนคนที่นั่งอยู่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำผิดที่ไม่ลุกให้
ในขณะที่คนที่นั่งอยู่เองก็อาจเพิ่งเลิกงาน ยืนมาทั้งวัน ปวดขา ปวดท้องประจำเดือน ไม่สบาย หรือมีเหตุผลบางอย่างที่คนอื่นมองไม่เห็น
ทุกคนต่างก็มีชีวิตของตัวเอง
ทุกคนต่างก็เหนื่อยเป็น
เราไม่มีทางรู้เลยว่า คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเราเพิ่งผ่านอะไรมาบ้าง
และฉันก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่อายุมากกว่าทุกคนจะแข็งแรงนะ บางคนอาจมีอาการเจ็บป่วยที่มองไม่เห็น เพียงแต่ยังเดินได้ตามปกติ และถ้าต้องการที่นั่ง การพูดขออย่างสุภาพก็ไม่ใช่เรื่องผิดเลย
สำหรับฉัน สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่คำถามว่า
“ใครแก่กว่า?”
แต่คือ
“ใครกำลังต้องการความช่วยเหลือมากกว่า?”
เพราะบางครั้งฉันเห็นคนพิการหรือคนใช้ไม้เท้าขึ้นรถ แต่กลับมีคนที่แข็งแรงกว่านั่งอยู่โดยไม่ลุกให้
ทั้งที่คนกลุ่มเดียวกันอาจเคยถูกสอนว่า “ต้องมีน้ำใจกับคนแก่”
มันทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่า หรือจริง ๆ แล้วสิ่งที่เราควรสอนกัน ไม่ใช่แค่ “เด็กต้องเคารพผู้ใหญ่”
แต่ควรสอนด้วยว่า
“ผู้ใหญ่ก็ต้องเคารพผู้อื่นเช่นกัน”
การมีอายุมากกว่าไม่ได้ทำให้ใครมีสิทธิ์เหนือคนอื่น
และการที่สังคมให้ความเคารพคนที่อายุมากกว่า ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่อายุน้อยกว่าจะต้องเป็นฝ่ายเสียสละอยู่เสมอ
เพราะคนทุกวัยก็มีวันที่เหนื่อย มีวันที่เจ็บ มีวันที่ไม่ไหวเหมือนกัน
ฉันยังเชื่อว่าการลุกให้คนที่ลำบากกว่าเป็นเรื่องของน้ำใจ
แต่ฉันอยากให้น้ำใจนั้นเกิดจาก ความเข้าใจ ไม่ใช่แรงกดดัน
ไม่ใช่เพราะเขา “แก่กว่า”
แต่เพราะเขา “ลำบากกว่า”
และถ้าวันหนึ่งเราเป็นคนที่แก่กว่า แต่ยังแข็งแรงกว่า เราก็ควรเป็นคนที่ลุกให้คนอื่นได้เหมือนกัน
เพราะสุดท้ายแล้ว บนรถสาธารณะ ทุกคนต่างก็ออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง
ไม่มีใครเหนื่อยน้อยกว่าใครเพียงเพราะอายุ
คนที่ไหวกว่า ช่วยคนที่ไหวไม่เท่า
นั่นต่างหากที่ฉันคิดว่าเป็นความมีน้ำใจอย่างแท้จริง
โฆษณา