5 ชั่วโมงที่แล้ว • หนังสือ

Dear You | 9.5/10

พ่อผมเป็นหนึ่งในคนจีนโพ้นทะเลนับล้าน ๆ คนที่เดินทางออกจากเมืองจีน ไปตายเอาดาบหน้า ในวัยสิบเจ็ด พ่อมาตัวเปล่าจากมณฑลกวางตุ้ง มุ่งหน้าสู่เมืองไทย เริ่มต้นบทที่หนึ่งในแผ่นดินใหม่โดยเป็นกรรมกรที่ท่าเรือ
พ่อเดินทางร่อนเร่ไปทั่วไทย ขึ้นเหนือลงใต้ พ่อต้องอดข้าวเพื่อสะสมเงินเก็บ จนกลายเป็นโรคกระเพาะเรื้อรัง จนในที่สุดก็ปักหลักสร้างตัวเป็นช่างทำรองเท้าในอำเภอหาดใหญ่ ส่งเสียลูกสิบคนจนลืมตาอ้าปากได้
ชีวิตแม้จะลำบาก แต่ดีกว่าอยู่เมืองจีนที่ไม่มีอะไรกิน
พ่อผมจากครอบครัวมาเมืองไทย แล้วไม่ได้กลับไปบ้านเกิดที่เมืองจีนอีกเลย เมื่อย่าผมตาย พ่อก็แค่รับรู้ข่าวผ่านจดหมาย สองโลกเชื่อมกันด้วยเส้นเชือกบางๆ ของความคิดถึงและความหวัง
นี่คือชีวิตของคนจีนโพ้นทะเลในช่วงก่อนและหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
จดหมายรักถึงอาม่า (給阿嬤的情書 / Dear You) เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องคนจีนโพ้นทะเลที่มาปักหลักในเมืองไทยในช่วงนั้น
โครงเรื่องและการนำเสนอมีหลายท่อนคล้าย จดหมายจากเมืองไทย รักกันหนึ่งร้อยปี และ The Bridges of Madison County
คล้าย จดหมายจากเมืองไทย ตรงที่นำเสนอด้วยจดหมาย ใช้จดหมายเล่าชีวิตของคนจีนโพ้นทะเลในเมืองไทย
คล้าย รักกันหนึ่งร้อยปี ตรงที่นำเสนอคอนเส็ปต์ของเรื่องรักบวกชีวิตของคนจีนโพ้นทะเล
คล้าย Bridges of Madison County ตรงการเดินเรื่องที่ใช้ฉากปัจจุบันที่เริ่มจากความเข้าใจผิด ย้อนไปเล่าเรื่องรักในอดีต
หนังฉายภาพเกร็ดชีวิตของคนจีนโพ้นทะเลในเมืองไทยได้ดีในระดับหนึ่ง มีองค์ประกอบเกี่ยวกับใช้จดหมายส่งเงินที่เรียกว่าโพยก๊วน และการดูตัวว่าที่เจ้าสาวผ่านแม่สื่อ ฯลฯ
เรื่องการดูตัวสะท้อนสังคมยุคที่การแต่งงานไม่ขึ้นกับความรัก แต่ขึ้นอยู่กับความอยู่รอด การทำมาหากิน ผู้หญิงมีบทบาทผลิตลูกและทำงาน
เรื่องโพยก๊วน (批馆) ก็คือ delivery service ในยุคเก่า ประกอบด้วยจดหมายที่มีผู้รับจ้างเขียนให้ (เนื่องจากคนจีนที่มาเมืองไทยส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือ) และเงินที่ฝากไปส่งถึงผู้รับที่จีนแผ่นดินใหญ่ บรรจุอยู่ในซองเดียวกัน
สมัยนั้นมีสำนักโพยก๊วนจำนวนมากให้บริการแก่ชาวจีน โพยก๊วนจึงเป็นเส้นโลหิตสำคัญของการสื่อสารระหว่างเมืองไทยกับเมืองจีน มีความสำคัญขนาดที่ในปี 2013 องค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็น Memory of the World Register
คนจีนที่อพยพหนีตายมาหากินในเมืองไทยแทบเหมือนกันหมด ก้มหน้าทำงานหนัก ใช้จ่ายอย่างประหยัด ส่งเงินกลับไปให้ครอบครัว
จดหมายรักถึงอาม่า เป็นหนังแห่งความรัก ความอบอุ่นของสถาบันครอบครัว ความหวัง การต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม การจากลา และทุกอย่างที่เป็นส่วนดีที่สุดของมนุษย์
ขณะเดียวกันก็เสนอมุมความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับชีวิตคนจีนโพ้นทะเล
ดำเนินเรื่องแบบเรียบง่าย ไม่โฉ่งฉ่าง แต่กระตุกต่อมเศร้าอย่างแรง เป็นความเศร้าที่เกิดจากความซาบซึ้งใจผสมกับชะตากรรมของคนหลากหลายเส้นทาง ผสมกันอย่างกลมกลืน
มันเป็นหนังที่เตือนให้เรา - โดยเฉพาะลูกจีนในเมืองไทย ย้อนมองตัวเอง ทำให้เห็นว่าความยากลำบากที่แท้จริงเป็นอย่างไร ชีวิตคนรุ่นก่อนเป็นอย่างไร เสียงบ่นของคนรุ่นใหม่ที่ห่างไกลหลายปีแสงจากความลำบากของบรรพบุรุษ และทำให้เข้าใจรากเหง้าของลูกจีนในเมืองไทย
ในยุคที่คนไทยจำนวนมากปฏิเสธงานหนัก ร้านอาหารและสถานที่ก่อสร้างมีแต่คนงานชาวพม่า ลาว เขมร คนที่มีเชื้อสายจีนจำนวนมากอาจลืมหรือไม่รู้ว่า ปู่ย่าตายายของตนก็ผ่านชีวิตอย่างเดียวกับคนงานชาวพม่า ลาว เขมรในตอนนี้
ดังนั้นพล็อตเรื่องจึงอาจไม่ใช่หัวใจของหนังเรื่องนี้ แต่เป็นความรู้สึกที่เกิดจากการเห็นภาพที่ใกล้ชิดกับเราอย่างมากที่เป็นหัวใจของเรื่อง
ลูกจีนในเมืองไทยทุกคนควรชม เพื่อสัมผัสความยากลำบากของปู่ย่าตายาย ที่สร้างตัว สร้างชีวิต จนเรามีวันนี้
ดูเพื่อให้รู้ และไม่ลืม
หนังดึงเราเข้าหาความรู้สึกภายในอย่างแช่มช้า แต่ทรงพลัง กว่าจะรู้สึกตัว ก็จมในอารมณ์ร่วมกับตัวละครและเหตุการณ์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
จัดเป็นหนัง emotional แห่งปี
อาร์เธอร์ ซี คลาร์ก เคยจินตนาการอุปกรณ์มองอดีตที่เรียกว่า WormCam สามารถมองภาพอดีตได้แบบเรียลไทม์ผ่านรูหนอน เครื่องมือนี้สามารถไขความลับทุกอย่างในอดีต จดหมายรักถึงอาม่า ก็คือเครื่องมือนั้น มันเหมือนการมองภาพที่เกิดขึ้นแล้วอย่างชัดเจน และพาเราเข้าเป็นส่วนหนึ่งของฉากและเหตุการณ์ที่ปู่ย่าตายายของเราอยู่ในนั้น
ดังนั้นหนังเรื่องนี้จึงเป็นมากกว่าหนัง มันเป็นประสบการณ์
9.5/10
(ฉายทางโรงภาพยนตร์)
วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่ The MEB
(มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)
โฆษณา