Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
อิจฉาอิตาลี
•
ติดตาม
30 ส.ค. เวลา 10:22 • ท่องเที่ยว
ปอมเปอี : เมืองโบราณสองพันปี
สาเหตุที่เรามาเนเปิล (ทั้งที่ตอนแรกไม่คิดว่าจะมา) ก็คือ มาพบกับจุดหมายปลายทางที่ปอมเปอีนั่นเอง เนี่ยแหละ detination ของจริง
เมืองเก่าปอมเปอี ซึ่งเป็นเมืองโบราณตั้งแต่ ศตวรรษที่ 6 ถึง 7 ก่อนคริสตกาล มาแล้ว ตั้งอยู่อย่างรุ่งเรือง มีความเจริญ มีสถาปัตยกรรมสวยงามมากมาย มีการค้าขายติดต่อกับเมืองต่าง ๆ ผู้คนร่ำรวยจำนวนมาก
แต่แล้ววันร้ายก็มาถึงแบบไม่รู้ตัว ภูเขาไฟวิซูเวียสซึ่งตั้งอยู่ข้างเมืองปะทุระเบิดขึ้น ลาวาไหลลงมา เถ้าภูเขาไฟถล่มเมือง จนทั้งเมืองถูกกลบอยู่ภายใต้เถ้าถ่านจากการระเบิด ตายยกเมืองทีเดียว นับเป็นปรากฎการณ์ตายหมู่ที่น่าสะพรึงกลัวมากในครั้งนั้น
เมื่อเวลาผ่านไปนานนับพันปี มีการขุดค้นทางโบราณคดีขึ้น คราวนี้ซากเมืองทั้งเมืองที่ถูกปิดผนึกเหมือนแคปซูลของกาลเวลาก็ถูกเปิดขึ้นมา เหมือนกล่องสมบัติที่ถูกปิดตายมาหลายศตวรรษได้เปิดขึ้น เราก็เลยได้พบได้รู้ว่าชาวเมืองเนเปิลโบราณมีความเป็นอยู่อย่างไร มีจารยธรม งานศิลปะต่าง ๆ อะไรบ้าง ถือได้ว่า กาลเวลาที่ถูกแช่แข็งมานานได้รับการเปิดโปงขึ้นในครั้งนั้น
อันที่จริงรถไฟสายเนเปิล-ปอมเปอี ได้ชื่อว่าเป็นสายที่อันตรายที่สุดในอิตาลี (เชียวนะ) เพราะว่าขึ้นชื่อมากในเรื่องการโจรกรรม โดยเฉพาะการล้วงกระเป๋า ลองคิดดูละกันว่า ประเทศอิตาลีนี้ขึ้นชื่อเรื่องล้วงประเป๋าที่สุดในโลกแล้ว และรถไฟสายนี้เลื่องชื่อเรื่องล้วงกระเป๋ามากที่สุดในอิตาลี คอยดูซิว่าไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
แต่ขอเฉลยว่าไม่เกิดอะไรขึ้นหรอก เพราะฉันขึ้นรถไฟผิดขบวนจ้า ก็เป็นเพราะรถไฟที่จะไปเมืองปอมเปอีมีมากกว่า 1 สาย แต่ลงจอดคนละที่ ก็เลยไปลงอีกที่นึง ไม่ไกลจากเมืองเก่า เดินเท้าไปครูใหญ่ ๆ ก็ไปถึงได้
สุดท้ายเลยไม่ได้ลองรถไฟสายล้วงขบวนนี้ เสียใจจังเลย
ทว่า การที่ไม่ได้ไปขบวนที่ถูกก็ได้ประสบการณ์ที่ดีไปอีกอย่าง นั่นคือไปเจอกับพวกอาชญากรอีกประเภทที่มีตั้งป้าย Tourist Information ซึ่งดูแล้วราวกับว่าจะเป็นของรัฐบาล แต่จริง ๆ แล้วเป็นร้านขายของเอกชน ซึ่งพยายามจะขายแบบหลอกลวงเสียด้วย
อีพวกนี้ใส่เสื้อที่มีโลโก้ตัว I เหมือนกับที่เราเห็นตามบู๊ท Information ทั่วไปเลย แต่จะเข้ามาหานักท่องเที่ยวดูเอาใจเป็นพิเศษ เรียกได้ว่า พอเดินไปบนทางเท้า เจ้าหล่อนจะกวักมือเรียกจากถนนฝั่งตรงข้ามมาเลย มีขบวนนางกวักเรียงรายคอยมาหลอกนักท่องเที่ยว กระจายเต็มถนน
แล้วหากใครเข้าไปโดนพวกนางหรือนายต่างๆ ก็จะมาเสนอสินค้า ซึ่งบอกว่าเป็นราคาพิเศษ หาที่ไหนไม่ได้แล้ว ลดราคาที่นี่เท่านั้น แต่อันที่จริงก็เป็นราคาพิเศษนั่นแหละ แต่แพงเป็นพิเศษมากกว่า แถมยังมีหลอกบอกว่าที่ปอมเปอีตั๋วที่ซื้อไปไม่ได้แถม Audio Guide นะ แล้วก็พยายามจะขายหรือให้เราเช่าของเธอ ซึ่งของแบบนี้จะมาหลอกฉันไม่ได้หรอก ก็เลยโชว์ตั๋วให้เจ้าหล่อนดู บอกว่านี่ไงตั๋วที่บอกว่ารวม Audio Guide มาแล้วไง เจ้าหล่อนเห็นแล้วก็ทำหน้าเฉย ๆ ไม่พูดอะไร
อย่านึกนะว่าจะมาหลอกฉันง่าย ๆ
แต่ที่แย่ไม่แพ้กันก็คือ พอเราเดินเข้าไปในเขตของเมืองปอมเปอี ยื่นตั๋วให้ นังเจ้าหน้าที่หญิง (อี) ก็พูดอะไรไม่รู้ เป็นภาษาอิตาเลียนใส่ แล้วก็โยนตั๋วกลับมา โชคยังดีที่มีเหล่าไกค์ที่พูดภาษาอังกฤษได้อยู่แถวนั้น พอเราถามทางไป เขาก็ชี้ให้ว่าไปตรงไหน แล้วก็บอกว่า 10 กิโลเมตรนะ (เรารู้ว่าพูดเล่น เพราะเดินไปครู่ใหญ่ก็ไปถึงแล้ว)
ตรงหน้าทางเข้าเมือง มีประติมากรรมโดดเด่นอยู่ เป็นรูปเซนทอร์ (อมนุษย์ครึ่งคนครึ่งม้า ช่วงล่างเป็นม้า ช่วงบนเป็นคน) ถือหอกอยู่ มีส่วนสึกกร่อนหักหายอยู่บ้าง ซึ่งสวยงามมากทีเดียว ตอนแรกนึกว่าเป็นของที่ขุดค้นได้จากที่นี่ แต่จริง ๆ แล้ว มันเป็นชิ้นงานของศิลปินที่สร้างในภายหลัง ประดับไว้ตรงนี้ ซึ่งก็ดูเหมาะสมดี ดูแล้วสง่างามแต่คงความรู้สึก ความโบราณซึ่งสึกกร่อนหักหายได้ ดูเป็นทางเข้าที่ชวนประทับใจ
เซนทอร์ ที่ถูกทำขึ้นมาใหม่ แต่เข้ากันดีกับเมืองโบราณ
เดินเข้าไปยังเมืองเก่า พบกับถนนและกำแพงโบราณ จินตนาการต่าง ๆ ก็ถาโถมเข้าใส่ และพอได้ไปเจอจุดสำคัญในบางแห่งที่มีป้ายบอก หรือมีเรื่องราวตาม Audio Guide บอกไว้ ก็ยิ่งเพิ่มความสนุกของการค้นหาเมืองนี้เข้าไปใหญ่
วันที่ผมไปปอมเปอี เป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงเกือบเข้าใกล้ฤดูหนาวแล้ว (บางที่หิมะตกแล้วนะ) แต่มีฝนตกประปราย ต้องใส่เสื้อกันฝน สัมผัสอากาศแบบนี้แล้วคิดถึงคุณครูสอนสมัยเด็กเลย ว่าอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ฝนจะตกฤดูหนาว โดนแบบนี้แล้วภาคภูมิใจดี
แต่ว่า อากาศแบบนี้ไม่ได้เป็นที่น่าถูกใจของเราเท่าไร เพราะวันนี้เรามีอาการเจ็บคอ (คงโดนกระตุ้นจากการกินเจลาโต้มาหลายครั้งมาก) มาที่นี่จิบน้ำบ่อย ๆ ท่ามกลางอากาศหนาว คนอิตาเลียนที่ Hostel แนะนำบอกว่าจะทำให้อาการหวัดหายไป แต่ขอบอกว่า น้ำที่พกมาก็เป็นน้ำเย็นตามอากาศที่นี่นะ แล้วเราก็พบว่าเป็นจริงแบบนั้นด้วย ตอนตกเย็นอาการเจ็บคอก็ลดลง ร่างกายแข็งแรงดี ไม่ป่วยละ
เอาละ เดินมาเจอถนนสวย ๆ กำแพงผนังเก่า ๆ ที่สวย ๆ แล้วจะขอพามาดูจุดน่าสนใจ ทำความรู้จักบางส่วนกันนะ
(แต่วันนี้ภาพจะขุ่นมัวตลอด เพราะอากาศโพล้เพล้ทั้งวัน)
ตรงนี้เคยเป็นอะไรหนอ ยังคิดไม่ออก
ระหว่างทางเดินเพลิดเพลิน อาจเจอกำแพงโบราณ
เดินไปเพลินดี ชอบทางเดินแบบนี้เป็นพิเศษ
มีอะไรอีกมากที่อยากจะพามาชมในเมืองโบราณนี้ เราจะค่อย ๆ เดินชมไปตามเส้นทางผุกร่อน ปรักหักพัง และมีการพาชมวัตถุบางชิ้นที่น่าสนใจไปพลางบางขณะกันนะ แต่คงเลือกมาให้ชมบางส่วนเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมากเทียบกับทั้งหมดที่มีอยู่
น้ำพุสาธารณะ
กล่องหินอ่อน มีใบหน้าบนอยู่กล่อง ลองทายดูซิว่ามันคืออาราย
เฉลยว่า นี่คือน้ำพุสาธารณะ ตรงรูปผู้หญิงนั่นคือ หัวน้ำพุ ซึ่งน่าจะพุ่งออกจากปาก มีข้อสันนิษฐานว่า ผู้หญิงคนนั้นอาจเป็นเทพีคองคอร์เดีย ซึ่งเป็นเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์
แท่นหินอ่อน โดดเดี่ยวบนสนามหญ้า
มองดูใกล้ๆ จะเห็นภาพเทพปกรณัม
เดิมเคยเป็นแท่นบูชาหน้าวิหาร ที่เห็นนี่แหละ
ค่ายกลาดิเอเตอร์
ค่ายทหารกลาดิเอเตอร์ เป็นลานกว้างที่ล้อมรอบด้วยระเบียง รอบ ๆ มีห้องพัก 2 ชั้น เป็นห้องนอน คลังเก็บอาวุธ คอกสัตว์ คอกฝึกซ้อม มีการขุดค้นอาวุธ ชุดเกราะ หมวกเหล็ก อัญมณี ฯลฯ แถมเจอโซ่ตรวน อีกด้วย
เดินเพลินๆระหว่างทาง
บ่อรับน้ำฝนกลางบ้าน
เห็นรูปนี้แล้วคิดว่าเป็นบ่อเลี้ยงปลากลางบ้านซะอีก แต่จริง ๆ เขาบอกว่าเป็นบ่อรับน้ำฝนกลางบ้าน แล้วนำน้ำนั้นเก็บไว้ในถัง เอาไว้ใช้ในบ้าน
ส่วนแท่นหินอ่อนนั้น ทายได้ไม่ยากว่าให้จัดตั้งประติมากรรม ซึ่งในรูปนี้คือรูปสลักเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นคนรวยนะจึงจะมีบ้านแบบนี้ได้ และโต๊ะวางด้านหลังก็เอาไว้ใช้วางของประดับ ซึ่งคงเป็นอะไรหรู ๆ แพง ๆ ตามประสาเศรษฐีแหละ
ซุ้มน้ำพุ
ดูแล้วตอนแรกนึกว่าศาลเจ้าโบราณ แต่จริง ๆ คือซุ้มน้ำพุต่างหาก ประดับด้วยโมเสคสวยงาม และบนนั้นก็มีโมเสคสวยงามสไตล์กรีก
เตาอบขนมปัง
ให้ทายซิว่าคืออะไร บางคนอาจตอบได้ว่า เป็นเตาอบขนมปังโบราณคล้ายเตาอบพิซซ่าเลย ช่องด้านล่างไว้เก็บฟืน
ในเตาอบบางแห่งเราพบขนมปังโบราณอยู่ในนั้นด้วย เป็นก้อนกลมไหม้เกรียม อบค้างไว้ในเตาในสภาพดั้งเดิมก่อนโดนภูเขาไฟถล่ม
ขนมปังโบราณ ที่พอเจอในเตาอบ
เคาน์เตอร์รับประทานอาหารแบบปอมเปอี
สมัยนั้นเขากินกันแบบนี้
โม่บดธัญพืช ทำจากหินลาวา ใช้ทำแป้งขนมปัง ใช้แรงงานทาส หรือสัตว์ ลา ม้า ผูกเข้ากับคานเพื่อเดินหมุนรอบโม่
ภาพจำลองการใช้โม่บดแห้งสมัยโน้น
ภาพการหาเสียง แบบเขียนตามผนังบ้าน
อันนี้เป็นบ้านหลังหนึ่ง ที่มีของพิเศษคือ มีภาพเขียนประกาศไว้หน้าบ้านด้วย ทายซิว่าประกาศนั้นคืออะไร หลายคนคงนึกว่าป้ายโฆษณาสินค้า แต่จริง ๆ เป็นป้ายหาเสียงต่างหาก เป็นของกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น
เห็นแล้วคิดถึงตอนฤดูเลือกตั้งบ้านเรา จะมีโปสเตอร์มาแปะตามอาคาร หรือกำแพงบ้านบางคนอาจโดน ที่ปอมเปอีก็คล้ายกัน แต่เปลี่ยนจากโปสเตอร์มาเป็นกราฟิตี้ แทน โดยมีอาชีพนักเขียนอักษรโฆษณาเป็นอาชีพเฉพาะเลยนะ
วีนัส ปอมเปอี
ทายซิว่านี่คืออะไร
ถ้าเราเป็นคอศิลปะ คงมีใครบางคนนึกถึงภาพกำเนิดวีนัสของบอตติเชลลี และภาพนี้ก็เป็นภาพกำเนิดของวีนัสจริง ๆ แม้ว่าจะต่างกันเพราะของบอตติเชลลียืนบนหอย และอันนี้นอนบนหอย แต่มันก็เป็นหอยเหมือนกัน มีเทพคอยดูแลอยู่เคียงข้างเช่นกัน เด็กซ้ายมือน่าจะเป็นคิวปิด (กามเทพ) ลูกชายของหล่อน ซึ่งขี่อยู่บนหลังปลาโลมา
สิ่งที่สำคัญก็คือ ชาวปอมเปอีคือว่า เทพีวีนัส เป็นเทพีที่คุ้มครองเมือง (สงสัยวันที่ภูเขาไฟถล่ม วีนัสคงหนีไปเที่ยว)
มารส์ แห่งปอมเปอี
เทพมาร์ส หรือพระอังคาร เทพเจ้าแห่งสงคราม มักจะพบเจอการจับคู่กับวีนัสบ่อย ๆ
โรงละครปอมเปอี
โอ่อ่าและดูยิ่งใหญ่ นี่คือโรงละครของเมืองปอมเปอี รองรับผู้ชมได้ 5,000 คน (เขาบอกมานะ แต่ดูด้วยตาไม่น่าจะถึงขนาดนั้น) ใช้แสดงละครกรีก โรมัน การแสดงดนตรีต่าง ๆ ที่นั่งในนั้นมีการแบ่งตามชนชั้น ถ้าคุณเป็นชนชั้นสูง จะได้ดูแบบริงไซค์ ชั้นล่างสุดนั้นเป็นของชนชั้นล่างสุด คือกลุ่มชนชั้นแรงงานและสตรี
ตรงเวทีละคร คาดว่าคงมีการตกแต่งด้วยฉากหินอ่อน รูปสลักสวยงาม มาก่อน
ภาพจินตนาการสมัยยังรุ่งเรือง
รู้ไหมว่าวงดนตรี พิงก์ฟลอยด์ ก็เคยมาบรรเลงกันตรงนี้ด้วยนะ ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ โดยเป็นการแสดงที่ไม่ได้มีคนดู แต่บันทึกภาพและเสียง เป็นมิวสิควีดิโอประเภทหนึ่ง (Live at Pompeii Underground) จัดในปี 2016 หรือ พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมาหลายปีแล้ว ในวีดิโอก็มีภาพคอนเสิร์ตตัดสลับกับภาพจิตรกรรมฝาผนัง ภาพภูเขาไฟวิซูเวียส อะไรอีก ใครอยากชมสามารถรับชม VDO นี้ได้ที่ลิงค์นี้
พิงพ์ฟอยด์ เคยมาเปิดคอนเสิร์ตที่นี่จริงๆนะ
เอาล่ะ วันนี้ขอนำชมประมาณนี้ก่อน ตอนนี้ฝนยังตกโปรยปรายไม่หยุดหย่อน ท่ามกลางฤดูหนาว แต่เราเริ่มเคยชินกับสภาพอากาศแบบนี้แล้ว ทั้งวันนี้คือความคุ้มค่าที่ได้มาชมเมืองเก่าได้ทั้งเมือง แต่ถ้าอยากเจองานดี ๆ เด็ด ๆ กว่านี้ ไปชมได้ที่พิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งเมืองเนเปิล ซึ่งก็ได้เขียนไว้ในบทความครั้งกระโน้นแล้ว
พิพิธภัณฑ์ศิลปะ
ท่องเที่ยว
เที่ยวยุโรป
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
อิจฉากรุงโรม ริษยาเนเปิล
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย