Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ThaiPFA Thai Professional Finance Academy
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 12:40 • การศึกษา
ประเทศไทย
ทำบุญด้วยใจ แต่ถ้าเอกสารไม่จบ
บุญของคนรุ่นหนึ่ง อาจกลายเป็นคดีของคนอีกรุ่น
เรื่อง “ป้าดา ปืนกล กับวัดป่าอดุลยาราม” กำลังทำให้สังคมแบ่งออกเป็นสองฝั่ง
ฝั่งหนึ่งถามว่า
**“ที่ดินให้วัดไปแล้ว จะเอาคืนได้อย่างไร?”**
อีกฝั่งถามว่า
**“ถ้าเอกสารยังมีปัญหา แล้วจะบอกว่าเป็นของวัดได้อย่างไร?”**
แต่ถอยออกมาหน่อย เรื่องนี้มีบทเรียนที่ใหญ่กว่าใครแพ้ใครชนะ
จุดเริ่มต้นย้อนไปถึงปี 2533 เมื่อเจ้าของที่ดินเดิมแสดงเจตนาให้พื้นที่ประมาณ 21 ไร่ใช้สร้างวัด ต่อมาวัดป่าอดุลยารามได้รับการประกาศตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการในปี 2541 แต่ชื่อในโฉนดยังคงเป็นชื่อเจ้าของเดิม จึงกลายเป็นหนึ่งในช่องว่างที่ถูกหยิบมาถกเถียงกันหลายสิบปี
นี่แหละปัญหาคลาสสิกของคนไทย
**ตอนให้ ใช้ใจ
ตอนมีปัญหา ใช้เอกสาร**
ผู้ให้ในวันนั้นอาจคิดว่า “ถวายวัดแล้วก็จบ”
แต่กฎหมายไม่รู้ว่าเราคิดอะไรอยู่ในใจ
กฎหมายรู้จักหลักฐาน ขั้นตอน และสิทธิ
เมื่อเวลาผ่านไป 30 กว่าปี เจ้าของเดิมไม่อยู่แล้ว ที่ดินจากพื้นที่ป่ากลายเป็นทำเลกลางเมือง และมูลค่าก็ไม่เหมือนวันแรก
สิ่งที่เคยเป็น “ของที่ให้ทำบุญ”
จึงกลายเป็น “ทรัพย์สินที่ต้องถามว่าเป็นของใคร”
คดีเดิมเคยผ่านกระบวนการศาลมาแล้ว และในคดีล่าสุด ศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์ก็วินิจฉัยไปในทางว่าการอุทิศที่ดินมีเจตนาชัดเจนและสิทธิอยู่กับวัด ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนยื่นคำร้องให้ศาลฎีกาพิจารณาว่าจะรับฎีกาคดีล่าสุดหรือไม่
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ชี้แจงว่า ตามข้อเท็จจริงและแนวทางกฎหมาย ที่ดินส่วนดังกล่าวตกเป็นสาธารณสมบัติสำหรับสร้างวัดตั้งแต่มีการแสดงเจตนา และเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดเมื่อมีการตั้งวัดอย่างถูกต้อง
แต่อีกฝ่ายยังตั้งคำถามกับเจตนา เงื่อนไข และขั้นตอนต่าง ๆ
จึงไม่แปลกที่คนดูข่าวจะเสียงแตก
เพราะคนกลุ่มหนึ่งกำลังมองด้วยคำว่า **“ศรัทธา”**
อีกกลุ่มกำลังมองด้วยคำว่า **“สิทธิ”**
และสองคำนี้ทะเลาะกันเมื่อไร โซเชียลมีงานทำทันที
บทเรียนสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “อย่าบริจาคที่ให้วัด”
แต่คือ **จะให้ทรัพย์สินใคร ต้องทำให้จบ**
ให้ลูกก็โอนให้ชัด
ให้มูลนิธิก็ทำเอกสาร
ให้วัดก็จัดการกรรมสิทธิ์
จะทำพินัยกรรมก็อย่าเขียนให้ลูกหลานต้องเล่นเกมทายใจหลังงานศพ
อย่าคิดว่า
**“ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าฉันตั้งใจอะไร”**
เพราะคนที่รู้ดีที่สุดว่าเราตั้งใจอะไร มักเป็นคนแรกที่จากโลกนี้ไป
แล้วเรื่องนี้จะจบอย่างไร?
ในทางกฎหมาย ต้องปล่อยให้กระบวนการศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตัดสินเรื่องสิทธิให้ถึงที่สุด ผู้ว่าฯ ขอนแก่นเองก็ขอให้ทั้งสองฝ่ายรอผลกระบวนการยุติธรรม และเสนอเป็นคนกลางเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งบานปลาย
แต่ต่อให้วันหนึ่งศาลบอกชัดว่าใครมีสิทธิ
เรื่องอาจจบในแฟ้มคดี
แต่ไม่ได้แปลว่าจะจบในใจของทุกคน
เพราะศาลตัดสินได้ว่า **“ที่ดินเป็นของใคร”**
แต่ศาลตัดสินไม่ได้ว่า
ใครควรรู้สึกอย่างไร
ใครศรัทธาใคร
หรือใครจะยอมเชื่อใคร
และนี่อาจเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดของเรื่องนี้
**ทำบุญ ไม่ควรทำแค่ให้ถูกใจ
ต้องทำให้ถูกกฎหมายด้วย**
เพราะถ้าเจตนาดี แต่เอกสารไม่ชัด
สิ่งที่ตั้งใจทิ้งไว้เป็น “บุญ”
อาจกลายเป็น “มรดกแห่งความขัดแย้ง”
ให้ลูกหลานสู้กันต่ออีกหลายสิบปี
ThaiPFA อยากให้ทุกการให้ ส่งต่อเป็นความตั้งใจดี ไม่ใช่ความขัดแย้งในวันข้างหน้า เพราะการวางแผนที่ชัดเจนวันนี้ คือความห่วงใยที่เราทิ้งไว้ให้คนข้างหลังครับ
#ป้าดาปืนกล #วัดป่า #วางแผนมรดก #วางแผนทรัพย์สิน #ThaiPFA
www.thaipfa.co.th
วางแผนการเงิน
การลงทุน
การเงิน
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย