Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 03:17 • หนังสือ
บทที่ 59 หย่าภรรยา
บทที่ 59 หย่าภรรยา
บนตัวหมูป่ามีรูเลือดอยู่หลายแห่ง เห็นได้ชัดว่าเพิ่งถูกลากออกมาจากกับดัก
“สวรรค์! นั่นหมูป่าจริง ๆ ด้วย!”
“บ้านเสิ่นคนที่สามทำได้อย่างไรกัน ออกไปเดินเล่นยังล่าหมูป่ากลับมาได้ นายพรานในหมู่บ้านของเรายังไม่มีฝีมือถึงขั้นนี้เลยกระมัง!”
“ดูจากตอนนี้ คนที่โกหกเห็น ๆ ก็คือสะใภ้ใหญ่ตระกูลเสิ่น นางยังคิดจะโยนความผิดให้คนอื่นอีก!”
……
หลังจากทุกคนพากันตกตะลึง ต่างก็หันไปมองหยางซื่อด้วยสายตาดูถูกและเย้ยหยัน
“ไม่ใช่…ไม่ใช่อย่างนั้น…”
หยางซื่อส่ายหน้าอย่างหมดแรง นางอยากอธิบาย แต่กลับไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร
“นางแพศยานี่!”
ใบหน้าของเสิ่นวั่งดำคล้ำราวกับก้นหม้อ เขายกมือขึ้นตบหน้าหยางซื่ออีกครั้ง
“เพียะ!”
เสียงฝ่ามือดังสนั่น หยางซื่อถูกตบจนล้มคว่ำลงกับพื้น มุมปากมีเลือดไหลออกมา
หูของนางอื้ออึงอยู่นานกว่าจะได้สติ แต่กลับได้ยินเสียงตะโกนของเสิ่นวั่งเสียก่อน
“ข้าจะหย่าภรรยา! หลี่เจิ้ง ข้าจะหย่ากับหญิงแพศยาคนนี้!”
“ไม่!”
หยางซื่อตกใจจนสิ้นหวัง “ท่านพี่ ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดต่อท่านจริง ๆ อย่าหย่ากับข้าเลย…”
ท่ามกลางคำวิงวอนอย่างน่าสงสารของนาง เสิ่นวั่งกลับไม่มีความเห็นใจแม้แต่น้อย
ชาวบ้านโดยรอบต่างก็พากันซุบซิบนินทา ไม่มีใครก้าวออกมาช่วยห้ามปราม
ตั้งแต่ต้นจนจบ หลีเยว่ซูไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมา เพียงยืนเงียบ ๆ มองดูละครฉากนี้
แต่ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกัน นางกลับยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยทักทายทุกคน
“ครั้งหน้าหากข้าจะออกจากบ้าน ข้าจะบอกคนในบ้านไว้ก่อนแน่นอน วันนี้ลำบากทุกคนต้องวิ่งวุ่นมาตามหาข้า พรุ่งนี้ข้าจะจัดงานเลี้ยงหมูเชือด เนื้อหมูที่เหลือจะขายให้ทุกคนในราคาครึ่งหนึ่งของราคาที่ขายในตลาด ขอให้ถึงตอนนั้นทุกคนมาร่วมสนุกกันนะ”
โลกใบนี้ไม่มีตู้เย็น นางเองก็ไม่สะดวกที่จะเก็บเนื้อหมูทั้งหมดเอาไว้ในมิติ
สู้ถือโอกาสทำเรื่องดี ๆ ให้ทุกคนเสียเลยดีกว่า
หลังจากหยางซื่อก่อเรื่องวุ่นวาย ต่อให้นางสามารถแยกตัวเองออกจากเรื่องนี้ได้ ก็คงหลีกเลี่ยงคำครหาไม่ได้อยู่ดี
ผู้คนมักพูดกันว่า เมื่อกินของของผู้อื่นแล้ว ก็ยากที่จะพูดร้ายต่อเขา
และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ
ทันทีที่หลีเยว่ซูพูดจบ ชาวบ้านทุกคนต่างมองนางด้วยสีหน้าดีใจ ถึงขั้นมีคนอาสาจะมาช่วยงานในวันรุ่งขึ้นด้วยซ้ำ
มีเพียงเสิ่นวั่งและหยางซื่อเท่านั้น
คนหนึ่งมีสีหน้าราวกับคนที่สูญเสียทุกสิ่ง ส่วนอีกคนเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
……
เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่ฟ้าสาง งานเลี้ยงหมูเชือดก็เริ่มขึ้นอย่างคึกคัก
ในหมู่บ้านห่างไกลบนภูเขาแห่งนี้ หากบ้านใดล่าหมูป่าได้ นอกจากเก็บไว้กินเองเล็กน้อยแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะนำไปขายที่ตลาดในเมืองเพื่อแลกเงิน
งานเลี้ยงหมูเชือดที่คึกคักเช่นนี้ หลายปีถึงจะมีสักครั้ง ทุกคนจึงดีใจกันเป็นธรรมดา
ยิ่งหลีเยว่ซูขายเนื้อในราคาถูกกว่าตลาดในเมืองถึงครึ่งหนึ่ง ทุกคนก็ยิ่งกระตือรือร้นมากขึ้น
เมื่อเทียบกับความคึกคักทางฝั่งนี้ บ้านตระกูลเสิ่นกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศหดหู่
เมื่อคืนทันทีที่กลับถึงบ้าน เสิ่นวั่งก็ไล่หยางซื่อออกจากบ้าน
แต่ดึกดื่นกลางค่ำเช่นนั้น นางเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง จะให้เดินจากไปทั้งอย่างนั้นก็คงเป็นไปไม่ได้
หลี่เจิ้งจึงออกหน้าให้หยางซื่อพักอยู่ที่บ้านตระกูลเสิ่นอีกหนึ่งคืน มีเรื่องอะไรค่อยว่ากันในวันรุ่งขึ้น
เช้าวันต่อมา เสิ่นวั่งไปหาหลี่เจิ้งแต่เช้า ขอให้เขาช่วยเขียนหนังสือหย่า จากนั้นก็ขับไล่หยางซื่อออกจากบ้าน
หยางซื่อไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน แต่ไม่ว่านางจะอ้อนวอนอย่างไร เสิ่นวั่งก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนใจ
เมื่อหมดหนทาง หยางซื่อจึงทำได้เพียงเดินทางเข้าเมืองไปยังสำนักศึกษาเพื่อพบเสิ่นเฉิงไฉ
หลายปีมานี้ เพราะตระกูลเสิ่นมีอำนาจขึ้น นางเองก็สามารถเชิดหน้าชูตาอยู่ที่บ้านเดิมของตนได้
หากคนในครอบครัวรู้ว่านางถูกหย่า พวกเขาจะต้องไม่ปล่อยนางไว้แน่!
ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของนางในตอนนี้ ก็คือลูกชายสุดที่รักของนาง
เสิ่นเฉิงไฉไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านแม้แต่น้อย เมื่อได้ยินว่าหยางซื่อมาหาตน เขายังคิดว่านางนำของดีมาให้เสียอีก
แต่เมื่อได้ยินว่านางถูกหย่า เสิ่นเฉิงไฉก็ตกใจจนแทบถลนตาออกมา
“อะไรนะ?! ท่านพ่อหย่ากับท่านแม่ทำไม?”
“ทั้งหมดเป็นเพราะนังหลีเยว่ซูตัวดี นางจงใจใส่ร้ายข้า!”
หยางซื่ออดร้องไห้ออกมาไม่ได้ นางเล่าเรื่องเมื่อคืนคร่าว ๆ แต่แน่นอนว่าถ้อยคำทุกคำล้วนโยนความผิดทั้งหมดไปให้หลีเยว่ซู
ทว่าเห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เสิ่นเฉิงไฉสนใจกลับไม่ใช่เรื่องนั้น
“ท่านแม่หมายความว่าคนทั้งหมู่บ้านรู้เรื่องนี้แล้ว?”
หยางซื่อพยักหน้าทั้งน้ำตา
“ทั้งหมดเป็นเพราะนังหลีเยว่…”
“ท่านแม่โง่หรืออย่างไร!”
เสิ่นเฉิงไฉเอ่ยตัดบทด้วยสีหน้าโกรธจัด
“ต่อไปข้าจะต้องสอบซิ่วไฉ สอบจ้วงหยวน หากคนนอกรู้ว่าท่านแม่ทำเรื่องแบบนี้ ชื่อเสียงและอนาคตของข้าจะทำอย่างไร!”
หยางซื่อเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ราวกับไม่อาจทำความเข้าใจกับคำพูดของลูกชายได้
แต่เสิ่นเฉิงไฉกลับไม่มีเวลาสนใจความรู้สึกของนาง
เขาค่อย ๆ กวาดตามองรอบด้าน เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครสนใจพวกเขา จึงรีบดึงหยางซื่อไปยังมุมหนึ่ง
เขาลดเสียงลงแล้วกล่าวว่า
“ท่านแม่ รีบไปเสีย อย่าให้คนในสำนักศึกษารู้เรื่องนี้เด็ดขาด!”
หยางซื่อมองเขาอย่างเหม่อลอย
“เฉิงไฉ…เจ้าไม่เชื่อแม่หรือ?”
เสิ่นเฉิงไฉขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
“ข้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อแล้วมีประโยชน์อะไร? ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าท่านแม่ทำเรื่องแบบนั้น หากท่านแม่หวังดีกับชื่อเสียงของข้าจริง ก็ควรไปบวชที่อารามชี หรือไม่ก็ฆ่าตัวตายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ไม่ใช่มาหาข้าที่นี่!”
“หากคนอื่นในสำนักศึกษารู้เข้า อนาคตของข้าก็พังหมด!”
หยางซื่อไม่เคยคิดเลยว่า ลูกชายที่นางเลี้ยงดูและทะนุถนอมมาตั้งแต่เด็ก จะพูดกับนางเช่นนี้
แต่เสิ่นเฉิงไฉกลับไม่ได้คิดมากไปกว่านั้น
ตั้งแต่เด็ก เขาได้รับการอบรมจากเสิ่นมู่และหยางซื่อว่า ในอนาคตเขาจะต้องเป็นขุนนางใหญ่ ดังนั้นจะต้องไม่ปล่อยให้เรื่องอื่นใดมาส่งผลกระทบต่ออนาคตของตน
เขาผลักหยางซื่อที่ยังยืนเหม่ออยู่ตรงหน้า
“ท่านแม่รีบกลับไปเสีย ต่อไปอย่ามาที่สำนักศึกษาเพื่อหาข้าอีก!”
พูดจบ เขาก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในสำนักศึกษา โดยไม่มีความคิดที่จะช่วยเหลือนางแม้แต่น้อย
หยางซื่อยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าซีดขาว
นางไม่เคยคิดเลยว่าจุดจบจะกลายเป็นเช่นนี้
ทั้งที่ไม่นานก่อนหน้านี้ นางยังอาศัยอยู่ในบ้านอิฐกระเบื้องเพียงหลังเดียวของหมู่บ้าน มีความสัมพันธ์อันดีกับแม่สามี สามีก็รักใคร่เอ็นดู และลูกชายก็เชื่อฟังว่าง่าย
เหตุใดทุกอย่างถึงกลายเป็นเช่นนี้?
หยางซื่อคิดอยู่นาน แต่สุดท้ายกลับรู้สึกว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะหลีเยว่ซู
หากไม่ใช่เพราะนังหญิงแพศยานั่น นางจะต้องไม่กลายเป็นเช่นนี้แน่!
เมื่อคิดได้ดังนั้น หยางซื่อก็หมุนตัววิ่งออกไปทันที
นางไม่มีทางปล่อยให้นังหญิงแพศยานั่นใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้!
ไม่นาน หยางซื่อก็วิ่งมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสำนักศึกษา ก่อนจะไปหาาหลีเซียงหรูอีกครั้ง
“คุณหนูหลี ท่านต้องช่วยข้านะ หลีเยว่ซูนางกำลังบีบให้ข้าตาย!”
หยางซื่อนั่งลงกับพื้นแล้วร้องไห้โฮออกมา
มาถึงขั้นนี้แล้ว นางไม่สนใจศักดิ์ศรีใด ๆ อีกต่อไป นางทั้งร้องไห้ทั้งเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ฟังคร่าว ๆ
แน่นอนว่า นางยังคงโยนความผิดทั้งหมดให้หลีเยว่ซูเช่นเดิม
หลีเซียงหรูจะฟังไม่ออกได้อย่างไรว่าถ้อยคำของนางมีเรื่องปิดบังอยู่?
นางได้แต่ลอบด่าว่าโง่เขลาอยู่ในใจ แต่ขณะเดียวกันก็อดสงสัยไม่ได้
หลีเยว่ซูคนนี้…เหตุใดยิ่งมองก็ยิ่งไม่เหมือนน้องสาวโง่เขลาคนเดิมที่นางรู้จัก?
ในใจของหลีเซียงหรูเต็มไปด้วยข้อสงสัย ส่วนหยางซื่อยังคงร้องไห้โวยวายอยู่ตรงนั้นไม่หยุด
หลีเซียงหรูเริ่มรำคาญ นางจึงหาเหตุผลส่งหยางซื่อออกไปอย่างขอไปที
ด้วยเหตุนี้ ความหวังสุดท้ายของหยางซื่อก็พังทลายลงเช่นกัน
แม้จะไม่เต็มใจเพียงใด นางก็ทำได้เพียงถือหนังสือหย่าที่ยับยู่ยี่กลับไปบ้านเดิมของตน
หลีเซียงหรูไม่ได้ใส่ใจนางอีก
ภายในใจกลับกำลังคิดถึงเรื่องของหลีเยว่ซูที่นางให้คนไปสืบมา
น้องสาวคนนี้มีความลับมากขึ้นเรื่อย ๆ
ดูท่า นางคงต้องหาโอกาสไปพบหลีเยว่ซูอีกครั้งเสียแล้ว
เมื่อมีความคิดนี้ขึ้นมา หลีเซียงหรูก็เตรียมลงมือทันที
ครั้งนี้ที่นางกลับมายังอำเภอถงมู่ หนึ่งคือเพื่อมารับของบางอย่าง อีกหนึ่งคือเพื่อเรื่องของโม่เหลี่ยน
ตอนนี้ของที่ต้องการได้มาแล้ว แต่เรื่องของโม่เหลี่ยนกลับไม่มีความคืบหน้าแม้แต่น้อย
นางจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย