Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 03:17 • หนังสือ
บทที่ 60 หลีหู่
บทที่ 60 หลีหู่
วันรุ่งขึ้น หลีเซียงหรูเดินทางมาที่สำนักศึกษาอีกครั้ง
นางยังคงใช้ข้ออ้างเดิม นั่นคือการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องบทกวีและตำรา เพื่อสนทนากับเหล่าศิษย์ในสำนัก
อย่างไรเสีย นางก็เป็นนางเอกของเรื่อง ในชาติที่แล้ว เพื่อช่วงชิงความโปรดปรานภายในตำหนักขององค์ชายรอง หลีเซียงหรูย่อมทุ่มเทกับเรื่องเหล่านี้ไม่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์ในสำนักศึกษาส่วนใหญ่ยังอายุไม่ถึงสิบขวบ ความรู้ที่พวกเขามีก็ย่อมไม่มากเท่านาง
ยกเว้นเสิ่นอี้หมิ่นกับโม่เหลี่ยน
อย่างไรเสีย ทั้งสองก็เป็นคนในราชวงศ์ แม้เสิ่นอี้หมิ่นจะมีอายุเพียงเจ็ดขวบ แต่สิ่งที่เขาได้เรียนรู้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เด็กทั่วไปจะเทียบได้
ส่วนสาเหตุที่โม่เหลี่ยนแสดงท่าทีสุขุมเยือกเย็น ก็เป็นเพราะมีเสิ่นอี้หมิ่นอยู่ข้างกาย รวมถึงความระแวดระวังต่อการที่หลีเซียงหรูเข้าหาเขาอย่างไม่มีเหตุผล
หลีเซียงหรูสังเกตเห็นท่าทีของทั้งสอง จึงอดทอดถอนใจไม่ได้กับความระมัดระวังของพวกเขา
แต่เมื่อคิดอีกที โม่เหลี่ยนในอนาคตคือมหาเสนาบดีผู้มีอำนาจล้นฟ้า การที่เขาฉลาดกว่าคนทั่วไปก็ดูสมเหตุสมผล
ทว่าเสิ่นอี้หมิ่นผู้นี้ นางค้นความทรงจำจากชาติที่แล้วจนหมดก็ยังไม่พบคนผู้นี้เลย
องค์ชายรองไม่เคยพูดคุยเรื่องสำคัญภายนอกกับอนุในตำหนัก และหลีเซียงหรูก็ไม่เคยก้าวออกจากตำหนักขององค์ชายรองแม้แต่ครั้งเดียว นางจึงรู้เรื่องราวภายนอกไม่มากนัก
นางคิดว่า แม้ตอนนี้เสิ่นอี้หมิ่นจะดูเก่งกาจกว่าโม่เหลี่ยน แต่ในอนาคตคงต้องเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น จึงทำให้เขาไม่มีโอกาสสร้างชื่อเสียงหรือประสบความสำเร็จ
ดังนั้น ความสนใจของนางจึงตกอยู่ที่โม่เหลี่ยนทั้งหมด แม้อีกฝ่ายจะจงใจตีตัวออกห่าง นางก็ไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย
กระทั่งวันหยุดพักจากการเรียน นางยังถึงกับเตรียมรถม้าเพื่อไปส่งทั้งสองคนกลับบ้าน
“ไม่ต้องหรอกขอรับ”
โม่เหลี่ยนปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
“มีคนมารับพวกเราแล้ว ไม่รบกวนคุณหนูหลีหรอกขอรับ”
ทันทีที่พูดจบ ก็เห็นหลีเยว่ซูและเสิ่นเว่ยกำลังขับรถวัวเข้ามา
หลีเซียงหรูมองหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีใบหน้าคล้ายกับในความทรงจำเพียงไม่กี่ส่วน แต่ผิวพรรณกลับขาวผ่องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของนางเปลี่ยนไปเล็กน้อย
จากนั้นนางก็ยกยิ้มอย่างเป็นมิตร ก่อนจะเดินเข้าไปหาหลีเยว่ซูด้วยตัวเอง
“น้องสาว ไม่ได้พบกันเสียนาน ไม่นึกเลยว่าตอนนี้เจ้าจะเติบโตงดงามถึงเพียงนี้”
ทันทีที่หลีเซียงหรูพูดออกมา ทุกคนต่างชะงัก แม้แต่แววตาของเสิ่นเว่ยก็ยังเผยความประหลาดใจออกมา
ผู้หญิงจากเมืองจงโจวคนนี้...เป็นพี่สาวของอาซูอย่างนั้นหรือ?
หลีเยว่ซูขยับคิ้วเล็กน้อย
สมกับเป็นสตรีผู้ที่จะกลายเป็นสตรีผู้สูงศักดิ์แห่งแผ่นดินในอนาคตจริง ๆ
เมื่อครู่นี้เพิ่งยุยงให้หยางซื่อจัดการกับนาง แต่ตอนนี้กลับสามารถแสดงสีหน้าเป็นมิตรและท่าทีสนิทสนมได้อย่างเป็นธรรมชาติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มุมปากของหลีเยว่ซูยกขึ้นเล็กน้อย
“ไม่นึกเลยว่าหลังจากไปเมืองจงโจวแล้ว พี่ยังจำข้าที่เป็นน้องสาวคนนี้ได้ด้วย”
แววตาของหลีเซียงหรูเผยความประหลาดใจวาบหนึ่ง
ดูจากท่าทางของนาง...นางจำตนเองได้ตั้งแต่แรกแล้วหรือ?
สายตาของหลีเซียงหรูยิ่งสำรวจมากขึ้น
“ได้ยินมาว่าน้องสาวไม่เพียงรับเลี้ยงเด็กกำพร้าถึงเจ็ดคน แต่ยังเปิดร้านยาเองอีกด้วย ข้าไม่ยักรู้มาก่อนว่าน้องสาวมีความรู้ด้านการแพทย์ด้วย”
หลีเยว่ซูทำราวกับไม่ทันสังเกตสายตาสำรวจของอีกฝ่าย ก่อนจะตอบส่ง ๆ ว่า
“พี่ตามผู้สูงศักดิ์ไปเมืองจงโจวหลายปี ย่อมไม่รู้ว่าหลังจากข้าแต่งงานแล้ว ข้ายังได้พบกับท่านหมอชราผู้ใจดีคนหนึ่ง เขาสอนวิชาเหล่านี้ให้ข้า”
เมื่อเห็นสีหน้าของนางสงบนิ่ง ไม่มีท่าทีเหมือนกำลังโกหกแม้แต่น้อย หลีเซียงหรูก็ยังคงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
เสิ่นเว่ยที่ยืนอยู่ด้านข้างมองหลีเยว่ซูอย่างครุ่นคิด
นี่คือสาเหตุที่นางเปลี่ยนไปอย่างนั้นหรือ?
แล้วเหตุใดไฉหยางกับคนอื่น ๆ ถึงไม่เคยสืบพบเรื่องนี้เลย?
ทันใดนั้น ในรถม้าที่อยู่ด้านข้างก็มีร่างกำยำร่างหนึ่งโผล่ออกมา
“พี่สาว...หิว...”
เสียงนั้นดึงดูดสายตาของทุกคน
เด็กชายรูปร่างกำยำคนหนึ่งกำลังก้าวลงจากรถม้า
เด็กชายดูแล้วน่าจะอายุประมาณสี่ถึงห้าขวบ สวมเสื้อผ้าที่เนื้อผ้าดูไม่เลว แต่เส้นผมกลับยุ่งเหยิงราวกับถูกสุนัขแทะมาอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อมองอย่างละเอียด จะเห็นว่าเส้นผมของเขาคล้ายถูกใครบางคนจงใจตัดจนแหว่ง แม้จะใช้เชือกมัดผมหลายเส้นก็ยังไม่สามารถรวบขึ้นมาได้
เด็กชายโผเข้ากอดขาของหลีเซียงหรู เงยหน้ามองนางอย่างน่าสงสาร
“หิว...”
สิ่งแรกที่หลีเยว่ซูนึกถึงคือหูหลิง บุตรสาวของแม่นมเว่ย
แต่เด็กตรงหน้าเห็นชัด ๆ ว่าเป็นเด็กผู้ชาย หรือว่าหลี่เซียงหรูจะรับเด็กมาเลี้ยงเพิ่มอีกคนในอำเภอถงมู่?
ขณะที่กำลังสงสัย ก็เห็นหลีเซียงหรูยิ้มอย่างอ่อนโยน พลางลูบศีรษะเด็กชาย
“หลีหู่เด็กดี เดี๋ยวพี่จะพาเจ้าไปกินของอร่อย”
รูม่านตาของหลีเยว่ซูพลันหดตัว
หลีหู่?
หรือว่าจะเป็นหลีหู่คนนั้น...ผู้ที่ในอนาคตจะใช้ขวานเหล็กคู่ฟาดฟันไปทั่วหล้า?
หลีเยว่ซูจำได้ว่า ในต้นฉบับ หลีเซียงหรูเก็บเด็กกำพร้าคนหนึ่งกลับมาเลี้ยงเมื่อหลายปีก่อน และตั้งชื่อให้ตามแซ่ของตนเองว่า ‘หลีหู่’
ตอนหลีหู่ยังเด็ก เขาเคยได้รับบาดเจ็บทางสมอง แม้สติปัญญาจะหยุดอยู่เพียงระดับเด็กสองสามขวบไปตลอดชีวิต แต่เขากลับเป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้ จนกลายเป็นมือสังหารที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดข้างกายหลีเซียงหรู
ในช่วงท้ายของเรื่อง หลังจากเสิ่นจืออวี้กลายเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้เข่นฆ่าผู้คนอย่างเลือดเย็น เขาก็ต้องตายด้วยขวานเหล็กคู่ของหลีหู่
หลีเยว่ซูหรี่ตามองเด็กชายตรงหน้า ก่อนจะมั่นใจอย่างรวดเร็ว
ไม่ได้!
นางจะปล่อยให้เด็กคนนี้อยู่ข้างกายหลีเซียงหรูไม่ได้เด็ดขาด!
ความคิดนับพันแล่นผ่านสมองในชั่วพริบตา แต่บนใบหน้าของหลีเยว่ซูกลับยังคงแสดงสีหน้าอยากรู้อยากเห็นออกมา
“ข้าไม่เห็นรู้เลยว่าที่บ้านมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไร?”
หลีเซียงหรูยิ้มอย่างอ่อนโยน
“หลีหู่เป็นเด็กที่ข้าเก็บได้ข้างถนน เห็นแล้วน่าสงสารก็เลยพากลับบ้านมาด้วย”
หลีเยว่ซูเลิกคิ้วเล็กน้อย
สมกับเป็นนางเอกของต้นฉบับจริง ๆ
ครั้งก่อนเก็บองค์ชายรองมาเลี้ยง ครั้งนี้ก็เก็บเทพสังหารกลับมาอีกคน
นางเก็บอารมณ์ทั้งหมดลง แล้วแสร้งถามอย่างไร้เดียงสาว่า
“พี่ไม่ได้ตามผู้สูงศักดิ์ไปเมืองจงโจวเพื่อเป็นแขกหรอกหรือ? ข้าดูแล้วเด็กคนนี้เหมือนจะมีบางอย่างไม่ค่อยปกติ หากพี่พาเขาไปเมืองจงโจวด้วย จะไม่เป็นปัญหาหรือ?”
หลีเซียงหรูไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน
นางเพียงเห็นเด็กคนนี้น่าสงสาร จึงเกิดความเมตตาขึ้นชั่วขณะ
ในชาติที่แล้ว นางเองก็เคยตั้งครรภ์ให้กับองค์ชายรอง ดังนั้นเมื่อเห็นเด็กเล็ก ๆ นางจึงอดใจอ่อนไม่ได้
อย่างไรก็เป็นเพียงเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรคนหนึ่ง พาไปอยู่ข้างกายก็คงไม่เป็นอุปสรรคอะไร
นางกำลังจะพูดเช่นนั้น แต่หลีเยว่ซูกลับเอ่ยขึ้นก่อน
“หากพี่รู้สึกว่าดูแลไม่สะดวก ไม่สู้มอบเด็กคนนี้ให้ข้าดูแลเสียเลยล่ะ?”
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนก็ชะงัก
หลีเยว่ซูกลับมีสีหน้าเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง
“เด็กคนนี้ร่างกายแข็งแรงดี ดูแล้วทำงานได้คนเดียวเท่ากับสองคนแน่ ๆ พี่เองก็น่าจะสืบเรื่องร้านยาของข้ามาแล้ว เด็กที่ข้ารับเลี้ยงทั้งหมดก็ทำงานอยู่ที่ร้าน ข้าดูแลเรื่องอาหารและที่พักให้พวกเขา ส่วนค่าแรงก็ประหยัดไปได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นอี้หมิ่นกับโม่เหลี่ยนต่างก็มีสีหน้าแปลก ๆ ไปชั่วขณะ
แม้จะพูดเช่นนั้น...
แต่ทุกวันก่อนกลับบ้านไปเรียน หลีเยว่ซูมักแจกเงินค่าขนมให้เสิ่นทานและเด็ก ๆ คนอื่น ๆ แม้แต่เสิ่นถิงอี๋ก็มีส่วนด้วย จำนวนเงินที่ได้ก็ใกล้เคียงกับค่าแรงของคนส่วนใหญ่ในเมือง
เหตุใดฟังจากคำพูดของนางแล้ว เหมือนกำลังมุ่งเป้ามาที่เด็กชายคนนี้โดยเฉพาะเลย?
แม้แต่เสิ่นเว่ยเองก็มองด้วยความสงสัย
เขารู้สึกอยู่เสมอว่า ผู้หญิงคนนี้มีเรื่องแปลก ๆ มากขึ้นทุกที
หลีเซียงหรูได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไป ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เขายังเป็นเพียงเด็กเอง น้องจะคิดแต่เรื่องให้เขาทำงานช่วยเจ้าได้อย่างไร?”
หลีเยว่ซูเห็นด้วยกับคำพูดนี้
เพราะในสายตาของนาง เสิ่นทานและเด็ก ๆ คนอื่น ๆ ก็ยังเป็นเพียงเด็กจริง ๆ
แต่ในโลกนี้ พวกเขากลับอยู่ในวัยที่สามารถทำงานหาเลี้ยงครอบครัวได้แล้ว
คำพูดของหลีเซียงหรูจึงฟังดูน่าสนใจไม่น้อย
เมื่อเผชิญกับสายตาตำหนิของอีกฝ่าย หลีเยว่ซูกลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย เพียงยักไหล่
“ถ้าพี่ไม่เต็มใจก็ช่างเถอะ เหตุใดต้องถึงกับใส่ร้ายว่าข้าทารุณเด็กด้วยเล่า อาหลี เรากลับบ้านกันเถอะ!”
นางจงใจเรียกโม่เหลี่ยน
และแน่นอนว่า นางเห็นสีหน้าของหลีเซียงหรูเปลี่ยนไปเล็กน้อย
หากนางจงใจเข้าหาโม่เหลี่ยนจริง เช่นนั้นนางย่อมไม่มีทางปล่อยโอกาสที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ไปอย่างแน่นอน
เป็นไปตามคาด
ขณะที่พวกเขากำลังขึ้นรถวัวเพื่อเตรียมตัวกลับ หลีเซียงหรูก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเรียก
“น้องสาว รอก่อน!”
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย