เมื่อวาน เวลา 03:31 • หนังสือ

บทที่ 62 คู่บุพเพสันนิวาส

บทที่ 62 คู่บุพเพสันนิวาส
เมื่อกลับถึงบ้าน หลีเยว่ซูแจกขนมให้เด็ก ๆ ตามปกติ จากนั้นก็ชี้ไปทางห้องของท่านแม่โม่ให้หลีเซียงหรู แล้วไม่สนใจนางอีก
เด็กทั้งเจ็ดของเสิ่นทานไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น แม้จะสงสัย แต่เมื่อเห็นหลีเยว่ซูทำท่าราวกับไม่ได้ใส่ใจอะไร พวกเขาจึงไม่ได้ถาม
มีเพียงโม่เหลี่ยนที่คอยเหลือบมองไปยังห้องของมารดาเป็นระยะ
แม้จะรู้ว่ามารดาไม่มีทางยอม แต่เขาก็อดเป็นกังวลไม่ได้
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดหลีเซียงหรูก็เดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้าหม่นหมอง
เมื่อเห็นเช่นนั้น โม่เหลี่ยนก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะละสายตากลับไปทำสิ่งที่กำลังทำอยู่
ส่วนหลีเยว่ซูกลับเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
“พี่สาวคุยเสร็จแล้วหรือ? ต้องการให้ข้าช่วยเก็บข้าวของของอาเหลี่ยนหรือไม่?”
สีหน้าของหลีเซียงหรูแข็งค้างเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ
“น้องสาวนี่ช่างเกินความคาดหมายจริง ๆ เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนจนถึงขั้นทำให้คนยอมละทิ้งโอกาสที่จะรักษาชีวิตตัวเอง และเต็มใจให้เจ้ารักษา”
หลีเยว่ซูยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยน ราวกับไม่ได้ยินคำประชดประชันในน้ำเสียงของนาง
“คงเป็นเพราะวิชาแพทย์ของข้าดีเกินไปกระมัง คนถึงได้เชื่อใจข้าถึงเพียงนี้!”
ใบหน้าของหลีเซียงหรูเย็นลง นางจ้องหลีเยว่ซูอย่างไม่พอใจ ก่อนสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
หลีเยว่ซูยืนยิ้มอยู่หน้าประตู พลางโบกมือให้รถม้า
“พี่สาวเดินทางดี ๆ นะ หากมีเวลาก็แวะมาหาข้าอีกล่ะ!”
ภายในรถม้า เมื่อได้ยินคำพูดนั้น หลีเซียงหรูรู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ความหงุดหงิดก่อตัวขึ้นอย่างไร้เหตุผล
นางรู้สึกอยู่ตลอดว่าตัวเองเหมือนทำเรื่องที่ขาดทุนอย่างหนัก
ลองคิดดูให้ดี นางเสียหลีหูไปหนึ่งคน แต่แม่ลูกตระกูลโม่ก็น่าจะสัมผัสได้ถึงความหวังดีของนางอย่างชัดเจน เรื่องนี้ก็ไม่นับว่าขาดทุนเสียทีเดียว
เมื่อเห็นรถม้าค่อย ๆ ลับสายตาไป หลีเยว่ซูก็หันกลับมามองหลีหูที่กำลังเล่นกับเด็ก ๆ โดยไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น พลางยิ้มอย่างพึงพอใจ
ตอนนี้นางแย่งชิงโอกาสสำคัญของหลีเซียงหรู ผู้เป็นนางเอกของเรื่องมาแล้วถึงสองครั้ง แต่กลับไม่ได้รับผลกระทบจากแรงต่อต้านของเนื้อเรื่องเลยแม้แต่น้อย
หรือจะหมายความว่า...พลังของเนื้อเรื่องไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิด?
หากเป็นเช่นนั้นจริง ต่อไปการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเด็กทั้งสี่ก็คงง่ายขึ้นมาก
เมื่อเห็นความยินดีปรากฏชัดบนใบหน้าของนาง เสิ่นอี้หมิ่นก็มีแววสงสัยในดวงตา
เขาเดินเข้ามาหาหลีเยว่ซู ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน
“เหตุใดท่านจึงวางแผนเพื่อให้ได้หลีหูมา?”
หลีเยว่ซูหันไปมองเขา
“ถ้าข้าบอกว่าข้ารู้สึกว่าเด็กคนนี้ในอนาคตจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน เจ้าจะเชื่อหรือไม่?”
สายตาของนางเปิดเผยตรงไปตรงมา ดูไม่เหมือนคนกำลังโกหกแม้แต่น้อย กลับทำให้เสิ่นอี้หมิ่นยิ่งสับสน
เด็กคนหนึ่งที่สติปัญญายังด้อยกว่าอาอวี่เสียอีก นางมองออกได้อย่างไรว่าจะต้องประสบความสำเร็จ?
โม่เหลี่ยนยืนอยู่ระหว่างทั้งสอง ก่อนถามด้วยความสงสัย
“ฮูหยิน ท่านคิดว่าจุดประสงค์ที่หลีเซียงหรูเข้าหาข้าคืออะไร?”
หลีเยว่ซูเหลือบมองรถม้าที่กำลังจะลับสายตา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“บางทีนางอาจคิดว่าในอนาคตเจ้าจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน จึงอยากหาทางดึงตัวเจ้าไว้ก่อนกระมัง?”
โม่เหลี่ยนย่อมไม่เชื่อคำอธิบายนี้ เพราะเรื่องในอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดเดาได้
ส่วนเสิ่นอี้หมิ่นมองสีหน้าของหลีเยว่ซูที่ราวกับมองทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง จู่ ๆ ก็รู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา
“แล้วที่เจ้าช่วยอาเหลี่ยน ก็เพราะเหตุผลนี้ด้วยหรือ?”
หลีเยว่ซูละสายตากลับมา และพบว่าเด็กทั้งสองกำลังจ้องนางด้วยความอยากรู้อยากเห็น ราวกับกำลังรอคำตอบ
นางยิ้มบาง ๆ
“อาเหลี่ยนเคยช่วยชีวิตเจ้า พวกเราย่อมต้องตอบแทนบุญคุณ อีกอย่าง ข้าก็รู้สึกว่าอาเหลี่ยนจะต้องประสบความสำเร็จในอนาคตแน่นอน บางทีเขาอาจได้เป็นถึงอัครมหาเสนาบดีของแคว้นก็ได้ หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็ได้กำไรน่ะสิ!”
เสิ่นอี้หมิ่นกับโม่เหลี่ยนไม่คิดว่านางจะยอมรับอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ แต่ทั้งคู่ไม่ได้เก็บคำพูดของนางมาใส่ใจเลย
จนกระทั่งหลายปีต่อมา โม่เหลี่ยนได้กลายเป็นอัครมหาเสนาบดีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์แคว้นเฉินหนาน ทั้งสองจึงนึกถึงคำพูดของหลีเยว่ซูในวันนี้ขึ้นมาได้ และอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
แต่เวลานี้ ทั้งคู่ยังไม่รู้เรื่องดังกล่าว จึงคิดเพียงว่านางถูกคำพูดของหลีเซียงหรูหลอกเอาเสียแล้ว
หลีเยว่ซูเองก็ไม่ได้อธิบายอะไร นางยื่นมือไปลูบศีรษะของเด็กทั้งสอง
“ตั้งใจช่วยพวกเขาเรียนหนังสือดี ๆ นะ ข้าจะไปทำอาหารเย็นให้พวกเจ้า”
โม่เหลี่ยนยิ้มอย่างอ่อนโยนและพยักหน้า แต่เสิ่นอี้หมิ่นกลับยืนนิ่งอยู่กับที่ทันที
ผู้หญิงคนนี้ถึงกับ...ถึงกับลูบหัวเขา?
นางรู้หรือไม่ว่าศีรษะของบุรุษไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมาสัมผัสได้!
ใบหน้าของเสิ่นอี้หมิ่นดำทะมึนลงทันที แม้กระทั่งตอนกินอาหารเย็นก็ยังไม่ดีขึ้น
หลีเยว่ซูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงถามโม่เหลี่ยนที่สนิทกับเขาเป็นพิเศษ
โม่เหลี่ยนรู้สาเหตุที่สหายกำลังงอนดี จึงแอบอธิบายให้นางฟัง
หลีเยว่ซู “……”
เด็กคนนี้ปกติมองดูอ่อนโยนและมีเมตตา ไม่ถือสาอะไรทั้งนั้น แล้วเหตุใดถึงขี้งกเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้?
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลีเยว่ซูก็ยื่นมือไปขยี้ศีรษะของเขาอีกสองครั้ง
“รีบกินข้าว อีกเดี๋ยวพวกเจ้าต้องช่วยกันไปอาบน้ำให้หลีหูด้วย”
ไม่ผิดจากที่คาด สีหน้าของเสิ่นอี้หมิ่นยิ่งดำกว่าเดิม
โม่เหลี่ยนที่กำลังดื่มน้ำแกงอยู่เห็นเช่นนั้นก็แทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่
……
หลีเยว่ซูให้ความสำคัญกับสุขอนามัย แม้จะอยู่ในชนบทและอากาศเริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ นางก็ยังขอให้เด็ก ๆ อาบน้ำเป็นประจำ
คนในบ้านมีจำนวนมาก ห้องอาบน้ำแม้จะมีเพียงห้องเดียว แต่ก็กว้างขวางเพียงพอ สามารถใช้เป็นห้องอาบน้ำรวมได้
หลีเยว่ซูต้มน้ำร้อนเสร็จแล้ว จึงให้เสิ่นอี้หมิ่นกับเด็กผู้ชายคนอื่น ๆ พาหลีหูเข้าไปอาบน้ำก่อน
ขณะที่นางกำลังต้มน้ำไปพลาง ฟังเด็กผู้หญิงเล่าเรื่องที่พวกนางเรียนมาในวันนี้ไปพลาง ก็เห็นเสิ่นอี้หมิ่นรีบร้อนลากหลีหูออกมาจากห้อง
ตัวเขายังมีหยดน้ำเกาะอยู่ เสื้อผ้าถูกสวมอย่างลวก ๆ ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำ
หลีเยว่ซูถามด้วยความสงสัย
“เกิดอะไรขึ้น?”
เสิ่นอี้หมิ่นมองหลีหูข้างกายอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบปล่อยมือที่จับอีกฝ่ายอยู่ทันที
“นาง...นางเป็นผู้หญิง!”
หลีเยว่ซูชะงักไป ไม่เข้าใจอยู่ชั่วขณะ
นางมองหลีหูที่มีสีหน้างุนงง เสื้อผ้ายับยู่ยี่ ก่อนจะยืนอึ้งอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นจึงลากตัวอีกฝ่ายไปที่มุมหนึ่งแล้วเปิดเสื้อคลุมออก
หลีเยว่ซู “……”
เป็นผู้หญิงจริง ๆ ด้วย!
ชั่วขณะนั้น นางพลันนึกถึงบางอย่างขึ้นมา
ถ้าอย่างนั้น...หลีหูแท้จริงแล้วก็คือหูหลิง ลูกสาวของเว่ยซื่ออย่างนั้นหรือ?
แต่ในนิยายต้นฉบับ นางจำได้ชัดเจนว่าหลี่หูผู้มีขวานเหล็กคู่ฟาดฟันใต้หล้านั้นเป็นผู้ชายไม่ใช่หรือ?
ขณะที่หลีเยว่ซูกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก ก็เห็นเสิ่นอี้หมิ่นรีบหันหลังวิ่งออกไป ท่าทางราวกับกำลังหนีเอาชีวิตรอด
ในชั่วพริบตา หลีเยว่ซูก็นึกถึงเรื่องหนึ่งที่ตนเองลืมไปแล้ว
นางจำได้ว่าในนิยายมีการกล่าวถึงเรื่องราวระหว่างแม่ทัพผู้กล้าหาญอย่างหลีหู กับขันทีใหญ่เสิ่นอี้หมิ่น
ในนิยายต้นฉบับ เพื่อเสริมความมั่นคงให้กับอำนาจของตน หลีเซียงหรูมักไม่มีเวลาดูแลหลีหู ทำให้เขาที่มีสติปัญญาไม่สมบูรณ์ถูกคนอื่นรังแกเพราะความโง่งม
จนกระทั่งครั้งหนึ่งที่หลีหูถูกคนรังแก เสิ่นอี้หมิ่นที่ปกติไม่ค่อยมีน้ำใจกลับยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
ขันทีใหญ่ผู้คุ้นเคยกับการแก่งแย่งชิงดีและเล่ห์เหลี่ยมเป็นครั้งแรกที่ได้พบคนบริสุทธิ์และจิตใจดีเช่นนี้ หลังจากนั้นจึงคอยดูแลหลีหูอยู่เสมอ
ต่อมาเมื่อรู้ว่าหลี่หูเป็นคนสังหารน้องชายคนที่สี่ของตน ทั้งสองจึงกลายเป็นศัตรูกัน ทำให้บรรดาแฟน ๆ ที่ชื่นชอบคู่นี้ต่างพากันบ่นว่าเสียดายและไม่สมหวัง
เพียงแต่ในนิยายต้นฉบับ เรื่องราวระหว่างทั้งสองถูกกล่าวถึงเพียงผ่าน ๆ อีกทั้งหลีเยว่ซูอ่านนิยายเร็วมาก จึงเกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว
เมื่อมองหลีหูที่ยังคงมีสีหน้างุนงงอยู่ในอ้อมแขน หลีเยว่ซูก็มีแววตาอ่อนโยนขึ้นไม่น้อย
คู่รักที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กอย่างนั้นหรือ?
ไม่เลว ไม่เลว!
หลีเยว่ซูตัดสินใจในทันทีว่า จะต้องหาทางรักษาอาการป่วยทางสติปัญญาของหลีหูให้ได้
แม้โครงสร้างร่างกายของเด็กคนนี้จะใหญ่กว่าเด็กผู้หญิงวัยเดียวกัน แต่ก็ไม่ควรถึงขั้นกำยำเช่นนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะกินยามั่ว ๆ มากเกินไป
หากดูแลปรับสภาพร่างกายให้ดี ก็มีโอกาสสูงที่จะกลับมามีรูปร่างปกติได้
เด็กคนนี้มีใบหน้าสวยน่ารักเช่นนี้ โตขึ้นมาแล้วจะต้องเป็นสาวน้อยที่งดงามแน่นอน!
โฆษณา