เมื่อวาน เวลา 03:31 • หนังสือ

บทที่ 65 น้องสาวต่างหากที่เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของท่าน

บทที่ 65 น้องสาวต่างหากที่เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของท่าน
หลังจากนั้นหลายวัน หลีเยว่ซูพา เว่ยหลิง ไปเยี่ยม เว่ยเหนียง ที่คุกใต้ดินทุกวัน ระหว่างพูดคุยกัน นางมักเอ่ยถึง เสิ่นอี้หมิ่น อยู่บ่อยครั้ง เพื่อให้เว่ยเหนียงได้ทำความรู้จักว่าที่ลูกเขยในอนาคตของตนมากขึ้น
เสิ่นเวย (เสิ่นโม่หยวน) เองก็มักจะอยู่ข้าง ๆ ทุกครั้ง เมื่อเห็นนางเล่าเรื่องของเสิ่นอี้หมิ่นได้อย่างละเอียดราวกับรู้จักทุกอุปนิสัยและพฤติกรรมของเขาเป็นอย่างดี ในใจก็อดประหลาดใจไม่ได้
ชั่วขณะหนึ่ง เขาถึงกับรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ต่างหากที่เป็นมารดาแท้ ๆ ของอาหมิ่น ไม่เช่นนั้นจะรู้จักพฤติกรรมและความเคยชินของเขาได้ละเอียดถึงเพียงนี้ได้อย่างไร
ตอนนี้เขามั่นใจอย่างมากแล้วว่า คนตรงหน้าไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ตระกูลเสิ่นจัดการแต่งงานให้เขาตั้งแต่แรก
แต่เขาก็สัมผัสได้เช่นกันว่า นางให้ความสำคัญและทะนุถนอมเด็ก ๆ จากใจจริง และไม่มีเหตุผลที่นางจะเป็นคนที่ทางจงโจวส่งมา
เช่นนั้น...นางเป็นใครกันแน่?
เสิ่นเวย (เสิ่นโม่หยวน) ครุ่นคิดอย่างไรก็ไม่อาจหาคำตอบได้
……
ในเวลาเดียวกัน หลังจากพยายามทุกวิถีทางแล้วก็ยังไม่สามารถดึง โม่เหลียน มาอยู่ข้างกายได้ ในที่สุด หลีเซียงหรู ก็ตัดสินใจยอมแพ้
จุดประสงค์หลักที่นางกลับมายังอำเภอถงมู่สำเร็จลุล่วงแล้ว ถึงเวลาต้องกลับจงโจวเพื่อดำเนินการขั้นต่อไป
จากมานานเกินไปแล้ว ด้วยนิสัยเจ้าชู้ขององค์ชายรอง ไม่แน่ว่าความรู้สึกสดใหม่ที่มีต่อนางอาจเริ่มจางลง
ก่อนที่จะได้ที่พึ่งที่ดีกว่านี้ นางยังไม่อาจสูญเสียความโปรดปรานจากองค์ชายรองไปได้ ดังนั้นย่อมไม่อาจเสียเวลาอยู่ที่นี่ต่อ
เมื่อได้ยินว่าหลีเซียงหรูกำลังจะจากไป พ่อแม่หลีต่างก็เต็มไปด้วยความอาลัย
แม้ทั้งสองจะไม่เข้าใจเรื่องราวอะไรนัก แต่รู้ว่าหลีเซียงหรูเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง หากนางบอกว่าจำเป็นต้องไป พวกเขาย่อมไม่รั้งนางเอาไว้
แม่หลีเตรียมของพื้นบ้านไว้ให้นางมากมาย ทั้งผักดองที่นางทำเองด้วย ถึงกับอยากเอาของที่คิดว่าเป็นของดีทั้งหมดห่อให้บุตรสาวนำติดตัวไปด้วย
แน่นอนว่าหลีเซียงหรูย่อมไม่เห็นของเหล่านี้อยู่ในสายตา หลังจากทิ้งของเอาไว้ นางยังทิ้งเงินจำนวนหนึ่งไว้ให้อีกด้วย
“ท่านพ่อ ท่านแม่ เรื่องที่ข้าเคยกำชับพวกท่าน พวกท่านจำได้หมดแล้วหรือยัง?”
เมื่อเห็นว่านางกตัญญูถึงเพียงนี้ พ่อแม่หลีก็อดน้ำตาคลอไม่ได้ พวกเขาพยักหน้ารัว ๆ
“จำได้ จำได้ เจ้าสบายใจได้ ไม่ว่าใครจะมาถาม พวกเราจะบอกว่าเจ้าเป็นเด็กที่พวกเราเก็บมาจากข้างนอก ส่วนหลีเยว่ซูต่างหากที่เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพวกเรา”
หลีเซียงหรูพยักหน้า แต่ก็ยังอดกำชับไม่ได้
“หลังจากข้าจากไปแล้ว พวกท่านจำไว้ว่าต้องทำให้เรื่องนี้แพร่ไปทั่วหมู่บ้าน ยิ่งให้คนรู้มากเท่าไรก็ยิ่งดี ทางที่ดีที่สุดคือต้องทำให้ทุกคนเชื่อ”
พ่อหลีพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“วางใจได้ คำพูดที่เจ้ามอบหมายให้พวกเรา พ่อกับแม่จำได้แม้กระทั่งตอนหลับ พวกเรารู้ว่าควรทำอย่างไร”
แม่หลีเช็ดน้ำตา ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“จริงสิ สองวันก่อนหญิงชราตระกูลเสิ่นมาหาแม่ นางอยากให้แม่ไปอบรมสั่งสอนหลีเยว่ซู ได้ยินมาว่าหลังจากแต่งงานไป นางก็สร้างความวุ่นวายจนบ้านตระกูลเสิ่นแทบอยู่ไม่เป็นสุข แถมยังยุยงสามีให้ตัดขาดกับตระกูลเสิ่นอีก”
หลีเซียงหรูขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
“ท่านตอบตกลงไปแล้วหรือ?”
มารดาของหลีใจหาย รีบตอบว่า
“ไม่...แม่แค่บอกว่าช่วงนี้เจ้ากลับมา บ้านยังมีเรื่องให้จัดการอีกมาก ไว้ผ่านไปสักพักค่อยไป”
หลีเซียงหรูไม่ค่อยพอใจนัก
“ท่านแม่ ในเมื่อน้องสาวแต่งงานไปแล้ว นั่นก็เป็นเรื่องของครอบครัวผู้อื่น”
จากนั้นนางก็ลดเสียงลง
“ท่านแม่ จำเอาไว้ให้ดี น้องสาวต่างหากที่เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของท่าน หากท่านช่วยคนนอกจัดการนาง แล้วคนอื่นจะคิดอย่างไร?”
ขณะพูด นางจงใจเหลือบมองออกไปนอกประตู
แม่หลีเข้าใจทันที มือรีบคว้ามือของหลีเซียงหรูเอาไว้ด้วยความตื่นตระหนก
“ก่อนหน้านี้แม่เลอะเลือนไปเอง เจ้าสบายใจได้ แม่จะไม่ช่วยหญิงชราตระกูลเสิ่นเด็ดขาด”
หลีเซียงหรูยังไม่วางใจ จึงกำชับอีกสองสามประโยค ก่อนจะหันหลังจากไป
……
เมื่อกลับถึงโรงเตี๊ยม หลีเซียงหรูก็สั่งให้คนเก็บสัมภาระ เตรียมออกเดินทางกลับจงโจวในเช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อรู้ข่าวว่านางกำลังจะไป เสิ่นเฉิงไฉ ก็ตื่นตระหนกทันที
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขาพยายามหาทางแอบออกจากสำนักศึกษาเพื่อมาหาหลีเซียงหรู แต่ทุกครั้งกลับถูกปิดประตูไม่ต้อนรับ
ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากมายขนาดนั้น แต่กลับได้ยินว่านางกำลังจะจากไปโดยตรง เขาย่อมไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
ดังนั้นเสิ่นเฉิงไฉจึงหนีเรียนมาดักรออยู่หน้าโรงเตี๊ยม
ทันทีที่เห็นาหลีเซียงหรูเดินออกมาและกำลังจะขึ้นรถม้า เขาก็รีบเข้าไปขวางนาง
คนขับรถม้าเป็นองครักษ์ที่องค์ชายรองจัดเตรียมไว้ให้ และมีวรยุทธ์ติดตัว เมื่อเห็นคนพุ่งเข้ามาก็ถีบเสิ่นเฉิงไฉกระเด็นออกไปทันที
“โอ๊ย!”
เสิ่นเฉิงไฉร้องด้วยความเจ็บปวด
“คุณหนูหลี! ข้าเอง...ข้าคือเสิ่นเฉิงไฉ!”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ หลีเซียงหรูก็นึกออกทันทีว่าเป็นใคร และขมวดคิ้วอย่างรังเกียจ
ช่วงนี้เสิ่นเฉิงไฉจากตระกูลเสิ่นราวกับเป็นแผ่นแปะเหนียวที่คอยตามติดนางไม่ยอมปล่อย ต่อให้สลัดอย่างไรก็สลัดไม่หลุด แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกหงุดหงิดแล้ว!
หลีเซียงหรูกำลังจะหันหลังขึ้นรถม้าโดยตรง ก็ได้ยินเสิ่นเฉิงไฉตะโกนขึ้นมา
“เดี๋ยวก่อน! คุณหนูหลี ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอก!”
หลีเซียงหรูไม่หยุดแม้แต่น้อย นางขึ้นรถม้าไปโดยตรง ส่วนคนขับรถม้าก็ขึ้นไปนั่งประจำที่ เตรียมออกเดินทาง
เมื่อเห็นเช่นนั้น เสิ่นเฉิงไฉก็ไม่สนใจความเจ็บปวดบนร่างกาย รีบลุกขึ้นคว้ารถม้าเอาไว้
“ข้ารู้ว่าคุณหนูหลีกลับมาที่นี่เพราะต้องการตัวโม่เหลียน ข้ามีวิธีทำให้เขาตามคุณหนูหลีไปจงโจวได้!”
คนขับรถม้ายกแส้ขึ้น กำลังจะฟาดลงไป ทันใดนั้นเสียงของหลีเซียงหรูก็ดังออกมาจากในรถม้า
“เดี๋ยวก่อน”
วินาทีต่อมา นิ้วมือเรียวยาวขาวผ่องก็เปิดม่านรถขึ้น
หลีเซียงหรูมองคนที่อยู่ข้างรถม้าด้วยสายตาสำรวจ
“เจ้ามีวิธีจริงหรือ?”
เสิ่นเฉิงไฉพยักหน้ารัว ๆ แต่หลังจากนั้นเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ก็ส่ายหน้าอีกครั้ง
เมื่อเห็นเขากลับไปกลับมา หลีเซียงหรูกำลังจะเอ่ยถาม ทว่ากลับได้ยินเขาพูดว่า
“จริง ๆ แล้วไม่ใช่ข้าที่มีวิธี แต่เป็นท่านพ่อของข้า เขาได้ยินข้าพูดถึงเรื่องที่คุณหนูหลีต้องการพาโม่เหลียนไปจงโจว แต่ถูกหลีเยว่ซูขัดขวาง เขามีวิธีช่วยคุณหนูได้ ข้ามาวันนี้ก็เพื่อเชิญคุณหนูหลีไปที่บ้าน ท่านพ่อกับท่านย่าเตรียมงานเลี้ยงเอาไว้ต้อนรับท่านแล้ว”
หลีเซียงหรี่ตาลง ราวกับกำลังพิจารณาว่าคำพูดนี้จริงหรือเท็จ
เสิ่นเฉิงไฉมองนางอย่างคาดหวัง แต่ความตื่นเต้นในใจนั้น มีเพียงตัวเขาเองที่รู้ดีที่สุด
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดหลีเซียงหรูก็เอ่ยปาก
“ข้าจะเชื่อเจ้าไปก่อนครั้งหนึ่ง นำทางไป!”
พูดจบ นางก็ปล่อยม่านลงและกลับเข้าไปในรถม้า
“ได้เลย!”
เสิ่นเฉิงไฉใช้ทั้งมือและเท้าปีนขึ้นรถม้า กำลังจะยื่นมือไปเปิดม่าน กลับถูกคนขับรถม้าคว้าคอเสื้อด้านหลังเอาไว้
“เจ้านั่งตรงนี้”
แม้ปกติเสิ่นเฉิงไฉจะเอาแต่ใจเพียงใด เขาก็เป็นเพียงเด็กอายุไม่ถึงสิบขวบคนหนึ่ง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนขับรถม้าร่างกำยำ เขาย่อมไม่กล้าขัดขืน
แต่ตอนที่คนขับรถม้าเผลอ เขาก็แอบถลึงตาใส่อีกฝ่าย
รอดูเถอะ!
รอให้เขาได้เป็นคนใหญ่คนโตเสียก่อน เขาจะค่อย ๆ จัดการเจ้าคนขับรถม้าที่ไม่มีตาดูคนผู้นี้!
……
รถม้าเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูง
ยังไม่ทันถึงหน้าบ้านตระกูลเสิ่น ก็เห็นอยู่ไกล ๆ ว่าแม่เฒ่าเสิ่นกับเสิ่นวั่งกำลังรออยู่
หมู่บ้านห่างไกลเช่นนี้ แม้แต่รถเทียมวัวยังถือว่าหาได้ยาก จู่ ๆ กลับมีรถม้าคันงดงามประณีตแล่นเข้ามา ย่อมดึงดูดสายตาของผู้คนแทบทั้งหมู่บ้าน
มีหลายคนจำได้ว่านี่คือรถม้าคันเดียวกับที่เพิ่งไปบ้านเสิ่นคนที่สามเมื่อไม่นานมานี้ และได้ยินมาว่าเป็นรถม้าของพี่สาวหลีเยว่ซู
แต่วันนี้รถม้ากลับตรงมาที่บ้านตระกูลเสิ่นโดยตรง เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรกัน?
ทุกคนต่างเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น และพากันมารวมตัวอยู่หน้าบ้านตระกูลเสิ่น
เสิ่นวั่งรีบกุลีกุจอออกมาต้อนรับหลีเซียงหรูเข้าบ้าน ท่าทางประจบประแจงอย่างถึงที่สุด
หลีเซียงหรูมองผู้คนที่กำลังมุงดูอยู่รอบ ๆ และรู้ดีว่าพูดคุยเรื่องนี้ตรงนี้คงไม่สะดวก จึงเดินตามเข้าไปในลานบ้าน
บนโต๊ะในห้องมีอาหารวางอยู่หลายอย่าง แต่กลับไม่มีเนื้อแม้แต่ชิ้นเดียว
รสนิยมของหลีเซียงหรูถูกเลี้ยงดูจนสูงส่งมาตั้งแต่ชาติก่อน แน่นอนว่านางย่อมไม่เห็นอาหารเหล่านี้อยู่ในสายตา
นางจึงถามเสิ่นวั่งอย่างตรงไปตรงมา
“เจ้าบอกว่ามีวิธีทำให้โม่เหลียนตามข้าไปจงโจว วิธีนั้นคืออะไร?”
โฆษณา