Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 03:32 • หนังสือ
บทที่ 66 มีลูกชายเพียงคนเดียว
บทที่ 66 มีลูกชายเพียงคนเดียว
เสิ่นวั่งเหลือบมองไปมา ดวงตาวูบไหวเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “คุณหนูหลีอย่าเพิ่งรีบร้อน กินอะไรก่อนเถอะ เราค่อยกินไปคุยไป”
ขณะที่พูด เขาจงใจนั่งลงข้าง ๆ หลีเซียงหรู ทั้งยังขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้นางอีกด้วย
เมื่อเห็นการกระทำของเขา หลีเซียงหรูขมวดคิ้วแน่น สายตาเต็มไปด้วยคำเตือน
“สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดคือการถูกคนอื่นหลอก เจ้าเองก็รู้ว่าข้ามาจากเมืองจงโจว เช่นนั้นก็ควรรู้ดีว่าเจ้าไม่อาจรับผลจากความโกรธของข้าได้”
เสิ่นวั่งตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว เห็นได้ชัดว่าถูกคำพูดของนางข่มจนหวาดกลัว
แม่เสิ่นไม่ได้สัมผัสถึงแรงกดดันของหลีเซียงหรูโดยตรง เพียงเห็นบุตรชายของตนถูกสตรีคนหนึ่งข่มจนพูดไม่ออก ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
“พวกเราเห็นว่านังตัวร้ายอย่างหลีเยว่ซูไม่เห็นแม้แต่เจ้าที่เป็นพี่สาวอยู่ในสายตา ก็เลยทนไม่ไหวถึงได้ช่วยเจ้าคิดหาทาง เจ้ายังจะไม่ซาบซึ้งอีกหรือ…”
หลีเซียงหรูหันไปมองนางด้วยสายตาเย็นชา
สายตานั้นทำให้อม่เสิ่นรู้สึกใจหายขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
เสิ่นวั่งได้สติกลับมา รีบกล่าวขอโทษทันที
“ท่านแม่ของข้าถูกหลีเยว่ซูทำให้โมโหจนเลอะเลือนไปแล้ว คุณหนูหลีใจกว้าง อย่าได้ถือสานางเลย”
พูดจบ เขาก็ประจบประแจงรินเหล้าให้หลีเซียงหรู
“ข้าขอดื่มคารวะคุณหนูหลีหนึ่งจอก ถือเป็นการขอโทษแทนท่านแม่ของข้า”
หลีเซียงหรูไม่ได้อยากดื่มเหล้าและเสียเวลาแม้แต่น้อย แต่เห็นได้ชัดว่าครอบครัวนี้คิดจะใช้เรื่องนี้หาผลประโยชน์จากนาง
เมื่อนึกถึงอนาคตของโม่เหลี่ยน นางจึงอดทนเอาไว้ ก่อนยกถ้วยเหล้าขึ้นมา
……
ด้านนอกเรือน เสิ่นเฉิงไฉลงจากรถม้าแล้วก็ขวางทางสารถีเอาไว้ ท่าทางราวกับต้องการคิดบัญชีกับอีกฝ่าย
“เมื่อครู่เจ้าถีบข้าทำไม!”
สารถีไม่อยากเสียเวลากับคนเช่นนี้ จึงคิดจะเดินอ้อมเขาเข้าไปด้านใน แต่เสิ่นเฉิงไฉกลับไม่ยอมเปิดทางให้แม้แต่น้อย
ดูเหมือนเขาจะต้องการคำอธิบายจากสารถีให้ได้ ถึงขั้นข่มขู่อีกฝ่ายว่า หากไม่ยอมขอโทษ เขาจะให้หลีเซียงหรูไล่ออกจากงาน
สารถีติดตามองค์ชายรองมาตั้งแต่เด็ก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบคนโง่เง่าเช่นนี้
หากไม่ใช่เพราะเห็นชัดว่าเจ้าเด็กนี่มีประโยชน์ต่อหลีเซียงหรู เขาคงชักดาบจัดการไปนานแล้ว
ขณะที่กำลังคิดว่าจะทำให้เจ้าตัวน่ารำคาญนี่สลบไปเลยดีหรือไม่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงของบางอย่างแตกดังมาจากด้านใน
ผู้ฝึกยุทธ์ย่อมมีประสาทหูที่ดีกว่าคนทั่วไป เขาจึงได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลืออันอ่อนแรงของหลีเซียงหรูอย่างชัดเจน
เขาสะบัดเสิ่นเฉิงไฉที่ขวางทางอยู่ออกทันที ก่อนรีบพุ่งเข้าไปในเรือน
……
เพราะในหมู่บ้านมีรถม้าคันหนึ่งเข้ามา ผู้คนเกือบครึ่งหมู่บ้านจึงพากันมาที่บ้านตระกูลเสิ่นเพื่อดูเรื่องสนุก
แต่หลังจากอม่เสิ่นเข้าไปด้านใน นางก็ปิดประตูรั้วเสีย ทุกคนจึงมองไม่เห็นอะไรและเริ่มทยอยแยกย้ายกันกลับ
ในตอนนั้นเอง เสียงร้องโหยหวนก็ดังออกมาจากด้านใน
ทุกคนรีบกรูกันเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้น? เมื่อครู่ข้ารู้สึกว่าเสียงร้องนั้นเหมือนเสียงของเสิ่นวั่งเลยนะ”
“ร้องเสียขนาดนั้น หรือว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราเข้าไปดูดีไหม?”
ขณะที่ทุกคนกำลังลังเล ประตูรั้วที่ปิดสนิทก็ถูกเปิดออกในทันใด
สารถีร่างกำยำคนเดิมเดินออกมาอย่างเร่งรีบ โดยมีหลีเซียงหรูที่หมดสติอยู่บนหลัง
ใบหน้าของหลีเซียงหรูแดงก่ำราวกับกำลังเป็นไข้สูง
ทุกคนยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น สารถีก็พานางกลับขึ้นรถม้า ก่อนรีบออกจากหมู่บ้านไป
รถม้าวิ่งด้วยความเร็วสูง อีกทั้งถนนยังขรุขระ หลีเซียงหรูภายในห้องโดยสารถูกกระแทกจนตัวโคลงไปมา
แรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงนั้นเอง ทำให้สติของนางค่อย ๆ กลับคืนมา
นางนอนฟุบอยู่บนพื้นรถอย่างยากลำบาก ก่อนยื่นมือขึ้นเปิดม่าน
“กลับโรงเตี๊ยม”
สารถีชะงัก ก่อนขมวดคิ้ว
“แต่ท่าน…”
“กลับโรงเตี๊ยม!” หลีเซียงหรูตัดบทด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เรื่องแบบนี้จะให้คนอื่นรู้ไม่ได้เด็ดขาด!”
นางมีชีวิตมาถึงสองชาติ ย่อมรู้ดีว่าชื่อเสียงและความบริสุทธิ์ของสตรีสำคัญเพียงใด ยิ่งในอนาคตนางยังต้องแต่งเข้าสู่ราชวงศ์ กลายเป็นสตรีที่อยู่เหนือผู้คนทั้งหลาย ยิ่งไม่อาจปล่อยให้ชื่อเสียงของตนมีมลทินได้
สารถีไม่ค่อยพอใจกับน้ำเสียงออกคำสั่งของนางนัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงพานางกลับโรงเตี๊ยมอย่างเร่งรีบ
ตามคำสั่งของหลีเซียงหรู เขาให้เสี่ยวเอ้อร์เตรียมน้ำเย็นหนึ่งถัง
จากนั้นหลีเซียงหรูก็อาศัยความอดทนของตนเอง ฝืนทนฤทธิ์ยาอย่างทรมานจนในที่สุดก็ผ่านพ้นไปได้
……
เรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลเสิ่น หลีเยว่ซูไม่รู้อะไรเลย
เฉินต้าฟูและเด็ก ๆ ทั้งเจ็ดเริ่มคุ้นเคยกับงานในร้านยามากขึ้นเรื่อย ๆ นางจึงมีเวลาว่างมากขึ้น ถึงขั้นเข้าไปจัดการตรวจนับบัญชีสินค้าในคลังล่วงหน้าก่อนสิ้นเดือน
งานเพิ่งดำเนินไปได้ครึ่งหนึ่ง หมอเฉินก็วิ่งเข้ามาอย่างร้อนรน
“เยว่ซู เจ้า…คนจากบ้านสามีเจ้ามา”
หลีเยว่ซูเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย แต่มือยังคงทำงานต่อ
“คนตระกูลเสิ่นมาทำไม?”
หมอเฉินอ้าปาก สีหน้าดูลำบากใจเล็กน้อย
“เจ้าออกไปดูเองเถอะ”
หลีเยว่ซูยิ่งสงสัย นางเก็บสมุดบัญชีในมือแล้วเดินออกไป
เมื่อมาถึงโถงใหญ่ นางก็พบว่าบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยผู้คน
เสิ่นวั่งนอนอยู่บนพื้น ไม่รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ส่วนแม่เสิ่นกับเสิ่นเฉิงไฉหน้าซีดเผือด คุกเข่าอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าราวกับคนเสียขวัญ
หลีเยว่ซูชะงัก
เวลานี้เสิ่นเฉิงไฉไม่ควรอยู่ที่สำนักศึกษาหรอกหรือ?
จากนั้นนางก็สังเกตเห็นว่าเสิ่นวั่งที่นอนอยู่บนพื้นมีลมหายใจเข้าออกอย่างอ่อนแรง ร่างกายท่อนล่างบริเวณนั้นชุ่มโชกไปด้วยเลือด
หลีเยว่ซูหันไปมองเฉินต้าฟูด้วยความสงสัย
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
เฉินต้าฟูมีสีหน้ากระอักกระอ่วน เขากระแอมสองครั้งก่อนตอบ
“ตรงนั้นของเขา…ถูกคนฟันขาดไปแล้ว”
แม้จะเป็นหมอ แต่การพูดถึงเรื่องแบบนี้ต่อหน้าคนจำนวนมากก็ยังน่าอึดอัด ยิ่งต้องพูดกับสตรีด้วยแล้ว ยิ่งไม่รู้จะเอ่ยอย่างไร
แต่หลีเยว่ซูกลับไม่ได้รู้สึกอะไร นางเพียงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
นางพับแขนเสื้อขึ้น ก่อนย่อตัวลงไปตรงหน้าเสิ่นวั่ง แล้วเอื้อมมือไปเปิดเสื้อของเขาโดยตรง
ทุกคนตกใจกับการกระทำของนาง
เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครคาดคิดว่าสตรีผู้นี้จะกล้าหาญถึงเพียงนี้
ขณะที่หลีเยว่ซูเปิดเสื้อขึ้น และกำลังจะดึงกางเกงของเสิ่นวั่งลงตรวจบาดแผล มือของนางก็ถูกใครบางคนคว้าเอาไว้เสียก่อน
นางหันกลับไปมอง
ก็เห็น เสิ่นโม่หยวน หรือที่ใช้ชื่อว่าเสิ่นเว่ย กำลังทำหน้าดำทะมึน
“เจ้ากำลังทำอะไร?”
“ตรวจบาดแผลน่ะสิ!” หลีเยว่ซูมองเขาด้วยสีหน้าแปลกใจ “ดูจากสภาพของเขาแล้ว หากเลือดยังไหลไม่หยุด เกรงว่าจะเสียเลือดจนตาย”
ประโยคสุดท้ายของนางราวกับกระตุ้นแม่เสิ่นทันที
นางเงยหน้าขึ้นมองหลีเยว่ซู ก่อนคุกเข่าลงตรงหน้านาง
“ช่วยลูกชายข้าด้วย ข้าขอร้องเจ้า ช่วยเขาด้วย!”
แม่เสิ่นร้องไห้จนใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาและน้ำมูก
“ข้ามีลูกชายเพียงคนเดียว หากเขาตายไปแล้ว ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร!”
“เมื่อก่อนเป็นข้าที่ทำไม่ดี ข้าถูกความโลภบังตาเอง ข้าขอร้องเจ้า ขอเพียงเจ้าช่วยลูกชายข้า ต่อให้เจ้าต้องการให้ข้าทำอะไร ข้าก็ยอมทั้งนั้น ขอร้องล่ะ ช่วยเขาด้วย!”
“มีลูกชายเพียงคนเดียวงั้นหรือ?”
หลีเยว่ซูขมวดคิ้ว สีหน้าเย็นลงทันที
“แล้วเสิ่นโม่หยวนล่ะ?”
คำพูดนั้นทำให้เสิ่นโม่หยวนชะงัก
หัวใจของเขาราวกับถูกบางสิ่งสะกิดเข้าอย่างจัง
นางกำลังปกป้องเขาอยู่หรือ?
น้ำเสียงเย็นชานั้นราวกับสาดน้ำเย็นใส่เสิ่นมารดา ทำให้นางหยุดร้องไห้ทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน
ลูกชายคนที่สามคนนี้ดวงชะตาไม่ดี ตั้งแต่เล็กก็ถูกส่งไปให้เต๋าพเนจรเลี้ยงดู
ในใจของนางจึงคิดไปนานแล้วว่าเขาคงตายไปแล้ว
เมื่อครู่เพราะตกใจจนขาดสติ จึงเผลอพูดความในใจออกมา
หลีเยว่ซูมองออกว่านางกำลังคิดอะไร สีหน้าจึงเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนลุกขึ้นยืน
“หมอเฉิน ท่านมาช่วยห้ามเลือดให้เขาเถอะ จำไว้ว่าต้องคิดค่ายาด้วย”
ประโยคสุดท้าย นางจงใจเน้นเสียงเป็นพิเศษ ก่อนหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่ลังเล
ที่จริงแล้วนางมีความสามารถพอจะช่วยต่อสิ่งนั้นของเสิ่นวั่งกลับคืนมาได้
แต่หลีเยว่ซูไม่ต้องการทำเช่นนั้นแม้แต่น้อย
นางไม่ได้ลงมือเอาชีวิตคนทั้งครอบครัวนี้โดยตรง ก็เพราะไม่อยากทำให้มือของตัวเองสกปรก แต่ไม่ได้หมายความว่านางจะให้อภัยสิ่งที่พวกเขาเคยทำ
นางไม่ใช่นางเอกผู้ใจบุญเสียหน่อย!
หมิเฉินเองก็รู้สึกไม่พอใจเช่นกัน
หากรู้ว่าเสิ่นซื่อจะพูดคำพูดเช่นนั้น เมื่อครู่เขาคงไม่ไปตามหลีเยว่ซูมาแล้ว
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย