Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 13:19 • หนังสือ
บทที่ 71 ช่วยเว่ยเหนียงออกมา
บทที่ 71 ช่วยเว่ยเหนียงออกมา
หงไต้เหลือบมองลูกน้องที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งต่างถูกต่อยจนเจ็บระบมไปหมด ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น
“ฮูหยินบุกเข้าไปในชิงเฟิงกวน แถมยังทำร้ายคนของบ่าว ท่านคิดว่าบ่าวจะทำอะไรล่ะ?”
น้ำเสียงของนางอ่อนหวานนุ่มนวล แต่กลับแฝงไว้ด้วยความแข็งกร้าวอย่างยิ่ง
หลีเยว่ซูมองคนเหล่านั้นด้วยสีหน้าอ่อนใจ
“เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงความเข้าใจผิด ลูกชายของข้าถูกคนจับตัวไปไว้ที่ชิงเฟิงกวน ข้าเป็นห่วงว่าจะช่วยเขาไม่ทัน จึงจำเป็นต้องใช้วิธีเช่นนั้น”
แม้จะเป็นคำอธิบายที่แฝงด้วยความรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่ท่าทีของหลีเยว่ซูกลับไม่ได้อ่อนข้อให้แม้แต่น้อย
หงไต้มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างละเอียด ดวงตาฉายแววชื่นชมขึ้นมาเล็กน้อย
“เจ้าชื่ออะไร?”
“หลีเยว่ซู”
หงไต้เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
“เจ้าเป็นเจ้าของร้านเหิงเต๋อยา?”
หลีเยว่ซูพยักหน้า นางเองก็ประหลาดใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายรู้จักตน
“ข้าได้ยินมานานแล้วว่าเจ้าของร้านเหิงเต๋อยาในเมืองข้าง ๆ ทั้งอายุน้อย หน้าตางดงาม และมีวิชาแพทย์เป็นเลิศ ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมีวาสนาได้พบกันบนถนน”
หงไต้ยิ้มบาง ๆ แต่สีหน้ากลับเย็นลง
“แต่เจ้าและพวกพ้องบุกเข้าไปในชิงเฟิงกวน ทำร้ายคนของข้า ทั้งยังทำลายสถานที่ของข้า เรื่องนี้ไม่ควรคิดบัญชีกันหน่อยหรือ?”
หลีเยว่ซูชะงัก
“เรื่องนี้มีอะไรเข้าใจผิดกันหรือไม่?”
หงไต้หัวเราะเบา ๆ
“วันนั้นหลังจากเจ้าบุกเข้าไปในชิงเฟิงกวนและจากไปได้ไม่นาน ก็มีชายลึกลับสองคนบุกเข้ามา พวกเขาระบุชัดเจนว่าต้องการตามหานักเรียนคนหนึ่งที่ชื่อเสิ่นอี้หมิ่น”
“พวกเขาทำร้ายคนของข้า ทั้งยังทำลายชิงเฟิงกวนของข้า เรื่องนี้ข้าไม่ควรคิดบัญชีให้ดีหรือ?”
หลีเยว่ซูไม่คิดเลยว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น ตอนนั้นนางคิดเพียงว่าต้องช่วยคนให้ได้โดยเร็ว จึงไม่รู้เลยว่าจะมีเรื่องต่อจากนั้น
แต่ถ้าไม่ใช่นาง แล้วใครกันที่จะรีบร้อนตามหาเสิ่นอี้หมิ่นถึงเพียงนั้น?
ในเมื่อมีคนต้องการช่วยเสิ่นอี้หมิ่น แล้วเหตุใดในเนื้อเรื่องเดิม เสิ่นอี้หมิ่นถึงไม่ได้รับการช่วยเหลือ ทั้งยังกลายเป็นคนมืดมนในภายหลัง?
หลีเยว่ซูรู้สึกว่ามีบางอย่างที่นางมองข้ามไป
แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนั้น
นางมองหงไต้อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับข้าจริง ๆ หากข้ากับชายสองคนนั้นเป็นพวกเดียวกัน แล้วเหตุใดข้าต้องเสียเวลาแอบจับคนมาสอบถามด้วย?”
หงไต้เองก็นึกถึงจุดนี้ได้เช่นกัน
แต่ชายลึกลับสองคนที่บุกเข้ามาในชิงเฟิงกวนนั้นมีที่มาลึกลับเกินไป เบาะแสเดียวที่นางสืบหาได้ก็มีเพียงหญิงสาวตรงหน้าเท่านั้น
เมื่อเห็นความลังเลที่วาบผ่านดวงตาของอีกฝ่าย หลีเยว่ซูจึงเอ่ยขึ้นก่อน
“พูดตามตรง ร้านอาหารที่อยู่เยื้องกับชิงเฟิงกวน อีกไม่นานจะโอนมาเป็นชื่อของข้า”
“หากเจ้าของกวนสนใจ ข้ามีข้อเสนอที่จะทำให้พวกเราได้ประโยชน์ร่วมกัน ข้าอยากลองร่วมมือกับท่านดู”
เมื่อเห็นว่าตั้งแต่ต้นจนจบหลีเยว่ซูยังคงสงบนิ่งและสุขุม หงไต้ก็ยิ่งสนใจขึ้นมา
“ลองพูดมาสิ”
หลีเยว่ซูเพิ่งเกิดความคิดนี้ขึ้นมาเมื่อครู่ จึงยังไม่ได้วางแผนรายละเอียดเอาไว้
นางมองท้องฟ้าแล้วกล่าวว่า
“ตอนนี้เห็นได้ชัดว่ายังไม่ใช่เวลาพูดเรื่องนี้ ที่บ้านของข้ายังมีเด็ก ๆ รออยู่มากมาย เอาไว้ครั้งหน้าข้าหาเวลาว่างแล้วจะไปเยี่ยมท่านที่ชิงเฟิงกวนด้วยตัวเองดีหรือไม่?”
นางหยุดไปครู่หนึ่งก่อนเสริมว่า
“ร้านเหิงเต๋อยาอยู่ไม่ไกลจากชิงเฟิงกวน หากเจ้าของกวนกลัวว่าข้าจะหนีไป ก็สามารถมาหาข้าได้ทุกเมื่อ”
หงไต้มองนางอย่างครุ่นคิด ราวกับกำลังประเมินว่าคำพูดของนางน่าเชื่อถือเพียงใด
ผ่านไปครู่ใหญ่ นางก็หัวเราะเบา ๆ
“ข้ามีนามว่าหงไต้ เช่นนั้นข้าจะรอการมาเยือนของฮูหยินที่ชิงเฟิงกวน”
พูดจบ นางก็เบี่ยงตัวออก เปิดทางให้รถวัวที่จอดอยู่ด้านหลัง
หลีเยว่ซูไม่คิดเลยว่าหงไต้จะยอมปล่อยนางไปง่าย ๆ เช่นนี้ จึงอดให้ความสนใจกับเจ้าของชิงเฟิงกวนผู้นี้มากขึ้นไม่ได้
แม้จะพูดคุยกันเพียงไม่กี่ประโยค แต่นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า หญิงสาวคนนี้ไม่ได้เหมือนเจ้าของหอคณิกาเล็ก ๆ ในเมืองเล็ก ๆ เลยแม้แต่น้อย
ทั้งท่วงท่าและความเฉียบคมของนาง กลับดูราวกับเป็นบุคคลสำคัญที่ซ่อนตัวตนเอาไว้
หลีเยว่ซูพยักหน้าให้หงไต้ ก่อนจะขับรถวัวของตนค่อย ๆ กลับบ้าน
ลูกน้องคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังมีสีหน้าไม่อยากเชื่อ
“เจ้าของกวน ท่านเชื่อคำพูดของนางง่าย ๆ แบบนี้เลยหรือ? หากนางโกหกขึ้นมา พวกเราก็จะตามหานางไม่เจอสิ!”
หงไต้ยกมือขึ้นจัดเส้นผม ท่วงท่ายังคงเย้ายวนเช่นเคย
“เจ้าของกวนคนนี้เคยมองคนพลาดตั้งแต่เมื่อไรกัน?”
“เอ่อ…”
ชายคนนั้นชะงักไป ก่อนจะพูดออกมาอย่างซื่อ ๆ
“ท่านไม่ได้พูดอยู่เสมอหรือว่า ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของตัวเองก็คือสายตาไม่ดี?”
สีหน้าของหงไต้พลันไม่สบอารมณ์ นางปรายตามองเขาไปหนึ่งที
ลูกน้องผู้นั้นเข้าใจทันทีว่าตัวเองพูดผิด จึงรีบหดคอทำตัวเหมือนนกกระทา
……
หลีเยว่ซูขับรถวัวกลับด้วยความเร็วไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้น รถวัวก็ยังเป็นพาหนะที่เชื่องช้าอยู่ดี
กว่าจะถึงบ้านก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว
จากระยะไกล นางเห็นแสงไฟสว่างอยู่ภายในบ้านอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดว่ามีคนกำลังรออยู่
นางผูกวัวเอาไว้ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
“เอี๊ยด…”
ในชั่วพริบตา สายตาของทุกคนภายในบ้านก็หันมามองนาง
หลีเยว่ซูรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก นางไม่คิดเลยว่าทุกคนจะยังอยู่ที่นี่ แม้แต่มารดาของโม่เหลียนที่นอนป่วยอยู่บนเตียงมาตลอด ก็ยังออกมารออยู่กับทุกคน
ทันทีที่เห็นนาง ความกังวลบนใบหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนเป็นความยินดี
“ฮูหยิน ในที่สุดท่านก็กลับมา!”
“ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม? เหตุใดถึงกลับมาดึกขนาดนี้? เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
“อาซู ท่านได้รับบาดเจ็บหรือไม่? รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
……
เมื่อเผชิญกับคำถามมากมายจากทุกคน หลีเยว่ซูถึงกับตั้งตัวไม่ทัน
ทั้งที่นางบอกเอาไว้แล้วว่าจะกลับหลังฟ้ามืด และกำชับทุกคนว่าไม่ต้องรอ แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นห่วงนางมาตลอด
ชั่วขณะหนึ่ง หัวใจของหลีเยว่ซูรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
นางยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ทุกคน ก่อนจะปลอบว่า
“ข้ามีธุระต้องจัดการนิดหน่อย เลยใช้เวลานานกว่าที่คิดจึงกลับมาดึก ข้าไม่เป็นอะไร ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงนะ”
ทุกคนพากันมองสำรวจนางตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างละเอียด เมื่อแน่ใจว่านางไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ หัวใจที่แขวนอยู่จึงค่อย ๆ วางลง
เสิ่นเว่ยคอยลอบสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของหลีเยว่ซูอยู่ตลอด
เพราะแสงไฟในยามค่ำคืนสลัว จึงมองสีหน้าของเขาได้ไม่ชัดเจนนัก
ก่อนที่หลีเยว่ซูจะกลับมา เขาได้รับข่าวจากซิงเหอแล้ว
ก่อนหน้านี้เขาตรวจสอบมาแล้วว่า หลีเยว่ซูไม่มีพลังภายใน เพียงแต่มีฝีมือการต่อสู้อยู่บ้าง
แต่ในสถานการณ์ที่ไม่มีพลังภายใน นางกลับสามารถจับตำแหน่งของซิงเหอได้
นางทำได้อย่างไรกันแน่?
……
แม้หลีเยว่ซูจะได้โฉนดของร้านอาหารมาแล้ว แต่นางกลับไม่ได้รีบไปขับไล่คนเหล่านั้นออก
นางให้ผู้ว่าการมณฑลช่วยจัดการเรื่องเอกสารทั้งหมดให้เรียบร้อย ก่อนจะนำเงินไปพบหญิงสาวที่แย่งสามีของเว่ยเหนียงไป
สาเหตุหลักที่เว่ยเหนียงถูกจำคุกก็เพราะทำร้ายหญิงสาวผู้นี้ หากอีกฝ่ายยอมไม่เอาความ เว่ยเหนียงก็ไม่จำเป็นต้องถูกขังอยู่ในคุกต่อไป
หลีเยว่ซูสอบถามเรื่องของหญิงสาวผู้นี้ผ่านผู้ว่าการมณฑลมาแล้ว สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าร้านอาหารของครอบครัวเว่ยเหนียง
ตอนนี้ร้านอาหารอยู่ในมือนางแล้ว หากนางยอมจ่ายเงินเพิ่มอีกเล็กน้อย นางก็ไม่เชื่อว่าหญิงสาวผู้นั้นจะไม่ยอมปล่อยมือ
และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ
หญิงสาวลังเลเพียงครู่เดียว ก่อนจะตอบตกลงทันที
เมื่อชายคนนั้นรู้ตัว หญิงสาวก็ถือเงินหนีไปแล้ว ส่วนเว่ยเหนียงก็ได้รับการปล่อยตัวออกจากคุก
ชายคนนั้นไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
ขณะที่ยังไม่ทันได้เรียบเรียงเรื่องราวให้เข้าใจ ร้านอาหารของเขาก็เปลี่ยนเจ้าของเสียแล้ว
แน่นอนว่าชายคนนั้นไม่ยอมแพ้ เขาวิ่งไปก่อเรื่องที่ร้านอาหาร
และบังเอิญว่าหลี่เยว่ซูกำลังพาเว่ยเหนียงมาดูร้านอาหารในตอนนี้พอดี
นางวางแผนว่าจะรื้อปรับปรุงร้านอาหารทั้งหมดเสียใหม่ ส่วนเว่ยเหนียงยังมีความผูกพันกับสถานที่แห่งนี้อยู่ จึงอยากมาดูเป็นครั้งสุดท้าย
“เว่ยเหลียนอี เจ้านังหญิงแพศยา! เจ้าคิดจะบีบให้ข้าตายหรืออย่างไร!”
ชายคนนั้นไม่รู้ว่าโผล่ออกมาจากที่ใด จู่ ๆ ก็พุ่งเข้าหาเว่ยเหนียงราวกับคนเสียสติ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย