Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 13:21 • หนังสือ
บทที่ 73 โรงเตี๊ยมหลิวเซียน
บทที่ 73 โรงเตี๊ยมหลิวเซียน
หลีเยว่ซูไม่ใช่เทพเซียน ต่อให้นางมีทักษะทางการแพทย์สูงส่งเพียงใด ก็ไม่อาจช่วยชีวิตเว่ยเหนียงในตอนนี้ได้
สำหรับเรื่องนี้ ดูเหมือนเว่ยเหนียงเองก็ทำใจได้แล้ว ทุกวันนางจึงเอาแต่คอยอยู่ข้างกายลูกสาว ไม่ได้เรียกร้องสิ่งใดมากมายอีก
โรงเตี๊ยมเริ่มปรับปรุงใหม่แล้ว หลีเยว่ซูแทบไม่ได้ไปที่ร้านเหิงเต๋ออีก ทุกวันเอาแต่ไปดูแลเรื่องโรงเตี๊ยม
เมื่อเสิ่นทิงเหวินรู้ว่านางกำลังจะเปิดโรงเตี๊ยม เขาก็ดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น
ขอเพียงเป็นวันหยุดจากสถานศึกษา เขาจะตามหลีเยว่ซูไปที่โรงเตี๊ยมด้วยเสมอ
เมื่อเห็นว่าเขารู้จักทำการบ้านให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาหานาง หลีเยว่ซูก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ตรงกันข้าม ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ บางอย่าง นางยังเป็นฝ่ายถามความคิดเห็นของเสิ่นทิงเหวินด้วย
เมื่อมองโรงเตี๊ยมที่ยังคงเต็มไปด้วยข้าวของระเกะระกะตรงหน้า ดวงตาของเสิ่นทิงเหวินก็เป็นประกาย
“ท่านคิดชื่อโรงเตี๊ยมได้หรือยัง?”
หลีเยว่ซูวางมือบนไหล่ของเขา
“คิดไว้แล้ว เรียกว่า ‘โรงเตี๊ยมหลิวเซียน’ เป็นอย่างไร?”
เสิ่นทิงเหวินคุ้นเคยกับการกระทำสนิทสนมของนางเป็นครั้งคราวแล้ว เขาค่อย ๆ พิจารณาชื่อทั้งสี่คำ ก่อนจะยิ้มออกมา
“โรงเตี๊ยมหลิวเซียน? เป็นชื่อที่ดี!”
หลีเยว่ซูลูบศีรษะเขาเบา ๆ
“ตั้งใจเรียนที่สถานศึกษาให้ดี เรียนรู้ให้มากขึ้น ต่อไปข้าจะได้วางใจมอบโรงเตี๊ยมให้เจ้าดูแล”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นทิงเหวินก็แทบอดใจรอไม่ไหว อยากให้ตัวเองโตขึ้นในวันรุ่งขึ้นเสียด้วยซ้ำ
……
นอกจากคอยดูแลเรื่องการปรับปรุงโรงเตี๊ยมแล้ว ปกติหลีเยว่ซูยังใช้ความคิดไม่น้อยในการวางแผนทิศทางในอนาคต
ก่อนหน้านี้ตอนที่นางไปเอาโฉนดโรงเตี๊ยม นางได้พบกับหงไต้ เจ้าของหอชิงเฟิง และเคยพูดถึงเรื่องความร่วมมือกันเอาไว้ ช่วงนี้นางจึงกำลังวางแผนเรื่องนี้ให้ละเอียดและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ตอนนี้มีเวลาว่างแล้ว นางก็ควรไปที่หอชิงเฟิงสักครั้งเพื่อพูดคุยเรื่องนี้ และถือโอกาสพิสูจน์ด้วยว่า หงไต้เป็นคนเดียวกับที่นางคิดไว้หรือไม่
……
ทันทีที่หลีเยว่ซูแจ้งสถานะของตัวเอง นางก็ถูกคนพาไปพบหงไต้โดยตรง
หญิงงามรูปร่างอ้อนแอ้นสวมชุดกระโปรงยาวสีแดงโปร่งบาง ใบหน้างดงามเย้ายวนจนยากจะบรรยาย
แม้หลีเยว่ซูจะเป็นผู้หญิงด้วยกันเอง ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวั่นไหวไปกับเสน่ห์ของนาง
หงไต้ค่อย ๆ เงยตาขึ้น
“ข้ารอฮูหยินมานานแล้ว นึกว่าฮูหยินลืมเสียแล้ว”
หลีเยว่ซูยิ้มอย่างสงบนิ่ง
“จะมาคุยเรื่องธุรกิจกับแม่นางหงไต้ทั้งที ย่อมต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสียก่อนถึงจะกล้ามา”
คำพูดของนางทำให้หงไต้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยกมือปิดปากหัวเราะ
“แม่นาง? ข้าไม่ได้ยินใครเรียกข้าเช่นนี้มาหลายปีแล้ว”
หลีเยว่ซูเลิกคิ้ว สีหน้ายังคงสงบนิ่ง
“วันนี้ข้ามาในฐานะหุ้นส่วนทางธุรกิจ เรียกแม่นางย่อมถูกต้องแล้ว”
หงไต้มองนางอย่างสนใจ พลางโบกผ้าเช็ดหน้าสีแดงในมือเบา ๆ
“ไม่ทราบว่าความร่วมมือที่ฮูหยินเสิ่นพูดถึงนั้นคืออะไรหรือ?”
หลีเยว่ซูหยิบสมุดเล่มหนึ่งที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมา
“อำเภอถงมู่มีพื้นที่กว้างใหญ่ แต่โรงเตี๊ยมในแต่ละเมืองก็มีอยู่ไม่น้อย ในเมื่อข้าตัดสินใจจะทำ ย่อมต้องทำให้แตกต่างที่สุด”
“ข้าวางแผนว่าจะออกเมนูพิเศษหนึ่งอย่างในทุกเดือน โดยมีจำนวนจำกัดเพียงสี่สิบชุด หอชิงเฟิงรับไปครึ่งหนึ่ง ส่วนโรงเตี๊ยมเก็บไว้อีกครึ่งหนึ่ง”
“ผู้คนกล่าวกันว่าสิ่งของยิ่งหายากก็ยิ่งมีค่า หากมีจุดขายที่มากพอ ประกอบกับรสชาติอร่อย ย่อมทำให้โรงเตี๊ยมโดดเด่นขึ้นมาได้ในเวลาอันสั้น”
หลีเยว่ซูพูดเพียงคร่าว ๆ ส่วนแผนการโดยละเอียดนั้น นางเขียนเอาไว้ในสมุดที่ส่งให้หงไต้แล้ว
เนื้อหาในสมุดมีไม่มาก แต่เรียบเรียงเอาไว้อย่างเป็นระบบและชัดเจน หงไต้ใช้เวลาไม่นานก็อ่านจนจบ
“เมนูหลิวเซียน? ชื่อไม่เลวเลย”
นางยิ้มเล็กน้อย
“แต่การเปิดโรงเตี๊ยมไม่ใช่สิ่งที่จะทำต่อไปได้ด้วยจุดขายเพียงเล็กน้อย ยิ่งดำเนินกิจการไปนานเท่าไร ก็ยิ่งต้องพึ่งความสามารถที่แท้จริงของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น”
หลีเยว่ซูเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีแล้ว นางเปิดกล่องที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนหยิบจานเล็ก ๆ หลายใบออกมา
“นี่คืออาหารที่ข้าทำเอง แม่นางหงไต้ลองชิมดูได้”
หงไต้ได้กลิ่นหอมจาง ๆ มาตั้งแต่แรกแล้ว จึงลุกขึ้นนั่งจากตั่ง
นางรับตะเกียบจากมือหลีเยว่ซู ก่อนลองชิมอาหารแต่ละจานทีละอย่าง
เห็นได้ชัดว่าเป็นเพียงการกระทำธรรมดา แต่เมื่ออยู่บนตัวนางกลับแฝงด้วยเสน่ห์เย้ายวนที่ไม่อาจอธิบายได้
หลังจากชิมจนหมด หงไต้ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับริมฝีปากเบา ๆ ก่อนมองหลีเยว่ซูด้วยสายตาประหลาดใจ
“ไม่คิดเลยว่าฮูหยินเสิ่นจะไม่ได้มีเพียงฝีมือการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม แต่ยังมีฝีมือการทำอาหารเช่นนี้ด้วย ด้วยฝีมือระดับนี้ การตั้งหลักในอำเภอถงมู่คงไม่ใช่เรื่องยาก”
มุมปากของหลีเยว่ซูยกขึ้น
“สิ่งที่ข้าต้องการ ไม่ได้มีเพียงการตั้งหลักในอำเภอถงมู่”
นางสบตาหงไต้โดยตรง ไม่ปิดบังความทะเยอทะยานในดวงตาแม้แต่น้อย
“สิ่งที่ข้าต้องการคือ ให้ชนชั้นสูงทั่วหล้าต่างยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อเมนูหลิวเซียนของข้า”
หัวใจของหงไต้กระตุกวูบ
นางกลับเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นมาอย่างหนึ่งว่า...คำพูดของหญิงตรงหน้า ดูเหมือนจะต้องกลายเป็นความจริงอย่างแน่นอน
หงไต้รวบรวมสติเล็กน้อย
“ฮูหยินเสิ่นเป็นคนมีความกล้าหาญจริง ๆ แต่คนมีอำนาจและฐานะสูงส่งล้วนเคยกินอาหารเลิศรสมาแล้วไม่รู้เท่าไร ฝีมือของฮูหยินเสิ่นดีจริง แต่ทั่วหล้าย่อมไม่ได้มีเพียงคนเดียวที่ทำอาหารได้ถึงระดับนี้”
หลีเยว่ซูย่อมรู้เรื่องนี้ดี
“แล้วถ้าเมนูหลิวเซียนของข้า เป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่ที่ใดในใต้หล้าเล่า?”
นางยิ้มอย่างมั่นใจ
“ยิ่งเป็นคนที่มีฐานะและตำแหน่งสูงส่ง ก็ยิ่งชอบใช้สิ่งของล้ำค่ามาพิสูจน์สถานะของตัวเอง เมนูหลิวเซียนของข้า สามารถตอบสนองความต้องการทางจิตใจเช่นนี้ได้พอดี”
หงไต้จ้องมองนางเงียบ ๆ อยู่นาน ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ฮูหยินเสิ่นมีความกล้าถึงเพียงนี้ เช่นนั้นในอนาคตโรงเตี๊ยมหลิวเซียนคงได้กลายเป็นโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งใต้หล้าอย่างแน่นอน”
เมื่อเผชิญหน้ากับคำชื่นชมของนาง หลีเยว่ซูกลับหรี่ตาลงเล็กน้อย
“หากมีหอหมิงเยว่คอยช่วยเหลือ ความเร็วในการก้าวขึ้นเป็นโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งใต้หล้าคงเร็วขึ้นอีกไม่น้อย”
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา บรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไปในพริบตา สีหน้าของหงไต้เย็นลงทันที
ส่วนหลีเยว่ซูยังคงสงบนิ่ง แต่ภายในใจกลับยืนยันข้อสันนิษฐานของตัวเองได้อย่างแน่นอนแล้ว
หอหมิงเยว่ คือหอนางโลมอันดับหนึ่งใต้หล้า และมีสาขากระจายอยู่ทั่วแผ่นดิน
เล่ากันว่า หญิงสาวส่วนใหญ่ในหอหมิงเยว่ล้วนขับร้องและร่ายรำได้อย่างยอดเยี่ยม รูปโฉมและพรสวรรค์ไม่ด้อยไปกว่าคุณหนูจากตระกูลใหญ่แม้แต่น้อย หญิงสาวเหล่านี้ล้วนเลือกขายตัวหรือขายศิลปะด้วยความสมัครใจ แต่กลับไม่มีใครกล้าล่วงเกินพวกนาง
ผู้คนจำนวนมากรู้ดีว่า นอกจากจะเป็นสถานที่ในโลกแห่งบุปผาแล้ว หอหมิงเยว่ยังเป็นองค์กรข่าวกรองแห่งหนึ่งในยุทธภพอีกด้วย
เพียงแต่เมื่อมีหอฉืออวิ๋นซึ่งเป็นองค์กรข่าวกรองอันดับหนึ่งใต้หล้าอยู่ก่อนแล้ว ผู้คนจึงไม่ได้ให้ความสนใจกับอีกด้านหนึ่งของหอหมิงเยว่มากนัก
สาเหตุที่หลีเยว่ซูรู้จักหงไต้ ก็เพราะในนิยายต้นฉบับมีร่องรอยของหอหมิงเยว่อยู่
ในช่วงท้ายของเรื่อง หอหมิงเยว่สามารถบดขยี้หอฉืออวิ๋นได้โดยตรง และก้าวขึ้นเป็นองค์กรข่าวกรองอันดับหนึ่งใต้หล้า
ส่วนหงไต้ก็คือไพ่ลับใบหนึ่งของหลีเซียงหรู
รายละเอียดที่แน่ชัดหลีเยว่ซูจำไม่ได้แล้ว นางรู้เพียงว่า หลังจากหลีเซียงหรูได้กลายเป็นบุตรสาวของแม่ทัพเจิ้นเป่ย นางได้ช่วยหงไต้ที่ได้รับบาดเจ็บโดยบังเอิญ จากนั้นหงไต้ก็กลายเป็นแม่ทัพใหญ่คนหนึ่งที่คอยรวบรวมข่าวกรองให้หลีเซียงหรูโดยเฉพาะ
ด้วยแรงส่งจากโชคชะตาของนางเอก หลีเซียงหรูช่วยหงไต้ขยายหอหมิงเยว่ให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ส่วนหงไต้ก็ช่วยให้นางรักษาตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาทให้มั่นคงยิ่งขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากหลีเซียงหรูกลายเป็นฮองเฮาของแคว้น นางยังช่วยแคว้นเฉินหนานสืบข่าวสารของแคว้นศัตรูอีกมากมาย
ในวันที่ได้ยินชื่อหงไต้ครั้งแรก หลีเยว่ซูยังนึกไม่ออกอยู่ชั่วขณะ จนกระทั่งระหว่างทางกลับ นางถึงได้จำเรื่องนี้ขึ้นมาได้
เมื่อเห็นท่าทางสงบนิ่งของนาง หงไต้ไม่ได้ปฏิเสธ แต่กลับถามว่า
“ฮูหยินเสิ่นรู้ได้อย่างไรว่าข้ามีความเกี่ยวข้องกับหอหมิงเยว่?”
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของนาง หลีเยว่ซูยังคงไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย
“เช่นเดียวกับที่แม่นางหงไต้รู้ตัวตนของข้าแล้วส่งคนไปสืบเรื่องของข้า ข้าเองก็ย่อมใช้วิธีของตัวเองสืบข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นส่วนในอนาคตเช่นกัน”
พูดจบ นางก็หยิบสมุดอีกเล่มออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นให้หงไต้
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย