Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 13:51 • หนังสือ
บทที่ 89 ขุนนางผู้เที่ยงธรรม
บทที่ 89 ขุนนางผู้เที่ยงธรรม
เจ้าเมืองพลิกตัวลงจากหลังม้า โดยไม่ได้สนใจนายอำเภอที่กำลังเดินเข้ามาหาตนแม้แต่น้อย สายตากลับมุ่งตรงไปยังหลี่เยว่ซูทันที
“ท่านนี้คงเป็นฮูหยินเสิ่นกระมัง? เสียมารยาทแล้ว ๆ!”
เจ้าเมืองแสดงสีหน้าประจบประแจงอย่างเต็มที่
“ก่อนหน้านี้ข้าถูกผู้อื่นหลอกลวง จึงล่วงเกินฮูหยินเสิ่นไปหลายประการ หวังว่าฮูหยินเสิ่นจะให้อภัย”
ท่าทีของเขาทำให้ทุกคนชะงักไปตาม ๆ กัน
แม้แต่นายอำเภอเองยังคิดว่าตนกำลังฝันไป ยืนอึ้งอยู่นานกว่าจะได้สติ
หลี่เยว่ซูขมวดคิ้ว
นางไม่ได้ตอบอะไร เพียงอยากรู้ว่าชายผู้นี้กำลังคิดจะทำอะไรกันแน่
เมื่อเผชิญหน้ากับท่าทีเย็นชาของนาง เจ้าเมืองกลับไม่โกรธแม้แต่น้อย
นี่คือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตท่านสวี่ไท่ฝู่เชียวนะ!
ต่อให้อีกฝ่ายจะวางท่าหยิ่งผยองไปบ้าง ก็เป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว
เขายกมือขึ้นเล็กน้อย
องครักษ์ที่อยู่ด้านหลังจึงโยนชายหลายคนที่ถูกมัดเอาไว้ลงมาตรงหน้า
เจ้าเมืองเผยรอยยิ้มประจบประแจง
“ฮูหยินเสิ่น ข้าเพิ่งรู้ว่าพวกสุนัขไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเหล่านี้สร้างความเดือดร้อนให้ท่าน ฮูหยินต้องการจัดการพวกมันอย่างไรก็พูดมาได้เลย ข้าจะจัดการให้ท่านเอง”
แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างละเอียด แต่จากท่าทีของเจ้าเมือง เห็นได้ชัดว่าเขาหวาดเกรงหลี่เยว่ซูไม่น้อย
หลี่เยว่ซูเลิกคิ้วขึ้น ก่อนก้มมองชายหลายคนที่ถูกมัดจนแทบกระดิกตัวไม่ได้และพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับพื้นมากที่สุด มุมปากของนางยกขึ้นเล็กน้อย
“คนพวกนี้มาพร้อมคำสั่งที่ประทับตราราชการของใต้เท้าเจ้าเมือง แล้วในกฎหมายของแคว้นเฉินหนาน การสมคบกันระหว่างขุนนางกับพ่อค้า และการใช้อำนาจกดขี่ผู้อื่น ควรลงโทษอย่างไรหรือ?”
สีหน้าของเจ้าเมืองเปลี่ยนไปเล็กน้อย
แต่ก็เป็นอย่างที่หลี่เยว่ซูคาดเอาไว้ เขาไม่กล้าแสดงความโกรธออกมาแม้แต่น้อย
เขากดความโกรธในใจลง ก่อนแสร้งทำสีหน้าเศร้าใจ
“ฮูหยินเสิ่นเข้าใจผิดแล้ว เป็นคนในจวนที่สมคบกับคนนอกและขโมยตราประทับราชการของข้าไป ข้าไม่รู้เรื่องนี้แม้แต่น้อย”
“คนพวกนี้เกือบทำให้ข้าก่อความผิดครั้งใหญ่ ข้าจะต้องลงโทษพวกมันด้วยการโบยและขังไว้ในคุก ให้ได้รับบทเรียนอย่างหนักเสียบ้าง”
คำพูดของเขาฟังดูจริงใจอย่างยิ่ง
เพียงไม่กี่ประโยค เขาก็โยนความผิดทั้งหมดออกจากตัวเองจนหมด แถมบทลงโทษก็มีเพียงการโบยเท่านั้น
หากเป็นชาวบ้านธรรมดาที่ไม่รู้เรื่องอะไร ก็คงถูกเขาหลอกจนเชื่อไปแล้ว
แต่หลี่เยว่ซูเองก็ไม่ได้คิดจะตามเอาเรื่องต่อ
ตั้งแต่โบราณมา ชาวบ้านย่อมไม่ควรต่อกรกับขุนนาง ยิ่งอำเภอถงมู่ยังอยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าเมืองอีก
ตัวนางเองไม่เป็นไร แต่ด้านหลังยังมีเสิ่นเว่ยและเด็ก ๆ อยู่
หากต้องการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่อไป ก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำให้ความสัมพันธ์กับเจ้าเมืองตึงเครียดจนเกินไป
หลี่เยว่ซูยิ้มอย่างสงบนิ่ง ไม่ได้บอกว่าตนเชื่อคำพูดของเขาหรือไม่
“ในเมื่อใต้เท้าเจ้าเมืองพูดเช่นนั้น ก็จัดการตามที่ใต้เท้าว่าเถิด ข้าน้อยเชื่อว่าใต้เท้าจะต้องจัดการเรื่องนี้อย่างยุติธรรมแน่นอน”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
เจ้าเมืองพยักหน้ารัว ๆ
เขาพอใจกับความรู้ความเข้าใจของหญิงสาวผู้นี้อย่างยิ่ง
“เรื่องนี้มอบให้นายอำเภอจัดการก็แล้วกัน คนละสามสิบ...”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเปลี่ยนคำ
“ห้าสิบไม้! ห้ามขาดแม้แต่ไม้เดียว ไม่เช่นนั้นข้าจะเอาผิดกับเจ้า!”
นายอำเภอเดิมคิดว่าเจ้าเมืองมาที่นี่เพื่อหาเรื่องฮูหยินเสิ่น
การพลิกสถานการณ์อย่างกะทันหันราวกับบทละครเช่นนี้ ทำให้เขาตกตะลึงจนแทบตั้งตัวไม่ทัน
กว่าจะได้สติก็รีบรับคำสั่ง
“ขอรับ ใต้เท้า”
เจ้าเมืองจึงหันกลับมามองหลี่เยว่ซูอีกครั้ง
“ไม่ทราบว่าฮูหยินพอใจกับคำตัดสินของข้าหรือไม่?”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่เยว่ซูแทบไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นจนจบ ราวกับนางเป็นเพียงคนนอกที่กำลังยืนชมเรื่องราวอยู่เท่านั้น
“ใต้เท้าเจ้าเมืองช่างเป็นขุนนางผู้เที่ยงธรรมและมีคุณธรรมจริง ๆ”
น้ำเสียงของนางสงบนิ่งจนแทบฟังไม่ออกว่าคำชมนี้มีความจริงใจอยู่มากน้อยเพียงใด
“มิได้ ๆ”
เจ้าเมืองเองก็ไม่ได้ใส่ใจ
“ฮูหยินเสิ่นยังอายุน้อย แต่กลับมีวิชาแพทย์สูงส่งถึงเพียงนี้ แถมยังเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตท่านสวี่ไท่ฝู่ ต่อไปอนาคตย่อมไร้ขีดจำกัด ข้ายังต้องพึ่งพาฮูหยินเสิ่นช่วยพูดถึงข้าในทางที่ดีต่อหน้าท่านสวี่อีกหลายคำเสียด้วย!”
แววตาของหลี่เยว่ซูไหววูบ
สวี่ไท่ฝู่?
หรือว่าจะเป็นท่านสวี่?
นางไม่เคยคิดเลยว่าชายชราที่ตนช่วยชีวิตเอาไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ จะเป็นบุคคลสำคัญระดับไท่ฝู่
นั่นคือว่าที่อาจารย์ขององค์จักรพรรดิในอนาคตเชียวนะ!
ในนิยายต้นฉบับ พระเอกซึ่งเป็นองค์รัชทายาทให้ความเคารพต่อไท่ฝู่ผู้นี้มากเสียยิ่งกว่าฮ่องเต้ผู้เป็นพระบิดาของตนเสียอีก
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลี่เยว่ซูก็เกิดข้อสงสัยอีกอย่างขึ้นมา
หากเจ้าเมืองเดินทางมาด้วยตัวเองเพราะท่านสวี่ แล้วก่อนหน้านี้เหตุใดเขาถึงต้องส่งจดหมายให้คนของตระกูลหลี่กลับไปด้วย?
หลี่เยว่ซูเต็มไปด้วยความสงสัย แต่สีหน้ากลับไม่แสดงอะไรออกมาแม้แต่น้อย
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า เมื่อได้ยินคำว่า “สวี่ไท่ฝู่” แววตาของเสิ่นเว่ยก็วูบไหวอย่างรวดเร็ว
ข่าวสารจากสวี่ไหลไม่มีทางส่งมาถึงอำเภอถงมู่ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่ซูตั้งแต่ต้นจนจบยังคงสงบนิ่งและไม่สะทกสะท้าน เจ้าเมืองก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่า นางไม่มีทางเป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดาอย่างแน่นอน
เมื่อคิดเช่นนั้น เขาจึงตัดสินใจเชิญหลี่เยว่ซูไปดูการลงโทษด้วยตัวเอง
ต่อหน้าต่อตานาง คนของตระกูลหลี่ถูกโบยโดยไม่มีการออมมือแม้แต่น้อย
หลังจากลงโทษเสร็จ เจ้าเมืองยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า และถึงขั้นเดินไปส่งหลี่เยว่ซูกับคนอื่น ๆ ขึ้นรถม้าด้วยตัวเอง
ส่วนซิงเหอ...
ไม่รู้ว่าเขาหายตัวไปตั้งแต่เมื่อไร ราวกับไม่เคยปรากฏตัวที่นี่มาก่อนเลย
หลี่เยว่ซูยิ่งรู้สึกสงสัยในตัวตนของเขามากขึ้น
แต่ไม่ว่านางจะคิดอย่างไร ก็ไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวให้เข้ากันได้แม้แต่น้อย
สุดท้ายหลี่เยว่ซูจึงทำได้เพียงพักเรื่องของซิงเหอเอาไว้ก่อน แล้วหันมาครุ่นคิดถึงพฤติกรรมอันขัดแย้งกันเองของเจ้าเมืองในวันนี้
จากคำพูดของเจ้าเมือง เขาเดินทางมาที่ว่าการด้วยตัวเองเพราะได้รับจดหมายจากท่านสวี่
ถ้าอย่างนั้น ก่อนหน้านี้เหตุใดเขาถึงต้องเขียนจดหมายเรียกคนของตระกูลหลี่กลับไป?
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้นางช่วยชีวิตท่านสวี่เอาไว้จริง ๆ ในฐานะไท่ฝู่ผู้สูงศักดิ์ เขาก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องควบม้าตามเส้นทางราชการมาอย่างเร่งรีบเพื่อช่วยหญิงชาวบ้านอย่างนาง
หลี่เยว่ซูขมวดคิ้วครุ่นคิด
ทุกคนต่างคิดว่านางอารมณ์ไม่ดี จึงไม่มีใครกล้ารบกวน
เสิ่นจื้ออวี่ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของหลี่เยว่ซู มือเล็ก ๆ กำเสื้อของนางเอาไว้แน่น
แม้หลี่เยว่ซูจะบอกว่าจะไม่ทิ้งเขา แต่เด็กน้อยเห็นได้ชัดว่าตกใจกลัวมาก
เขาจึงเกาะติดนางไม่ยอมปล่อย
เด็กเล็กมักมีความรู้สึกไวต่อสิ่งรอบตัว
ราวกับเขาสัมผัสได้ถึงบางอย่าง จู่ ๆ จึงยกมือขึ้น
หลี่เยว่ซูกำลังครุ่นคิดอย่างจดจ่อ จู่ ๆ ก็รู้สึกถึงสัมผัสนุ่มนิ่มบริเวณหว่างคิ้ว
นางก้มลงมอง
เสิ่นจื้ออวี่กำลังใช้มือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างค่อย ๆ ลูบคลายหว่างคิ้วที่ขมวดแน่นของนาง
“ท่านแม่อย่าขมวดคิ้วนะ อาอวี่จะปกป้องท่านแม่เอง”
เสียงเล็ก ๆ นุ่มนิ่ม ประกอบกับใบหน้าจริงจังอย่างเหลือเชื่อของเด็กน้อย ทำให้หัวใจของหลี่เยว่ซูนุ่มยวบจนแทบละลาย
ความกังวลทั้งหมดพลันหายไปจนหมด
นางอดไม่ได้ที่จะก้มลงจูบหน้าผากของเสิ่นจื้ออวี่เบา ๆ
“ถ้าอย่างนั้นอาอวี่ต้องรีบโตเร็ว ๆ นะ ต่อไปท่านแม่คงต้องพึ่งอาอวี่แล้ว”
เสิ่นจื้ออวี่ชะงักไปเล็กน้อย
จากนั้นก็ยกมือขึ้นลูบหน้าผากตรงที่ถูกจูบ ใบหน้าเล็ก ๆ ยิ้มกว้างราวกับดอกไม้กำลังผลิบาน
“อาอวี่จะรีบโตเร็ว ๆ แน่นอน!”
ภายในรถม้า เสิ่นเว่ย เสิ่นอี้หมิน และฝาแฝดมองดูปฏิสัมพันธ์ของทั้งสองคน
แววตาของพวกเขาต่างวูบไหวด้วยความรู้สึกบางอย่าง
ในเวลานี้เอง คนทั้งสี่กลับมีความคิดเดียวกันอย่างน่าประหลาด
วันนี้เสิ่นจื้ออวี่ดูขวางหูขวางตาอย่างไรไม่รู้
……
ไม่นานรถม้าก็เดินทางมาถึงหมู่บ้าน
สองสามีภรรยาผู้เฒ่าหลิวที่อยู่บ้านข้าง ๆ ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็รีบวิ่งออกมา
พอดีกับที่เห็นหลี่เยว่ซูกำลังอุ้มเสิ่นจื้ออวี่ลงจากรถม้า
ทั้งสองรีบวิ่งเข้ามาหา
“เยว่ซู เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? บาดเจ็บหรือไม่?”
“เยว่ซู ตอนอยู่ในคุก เจ้าต้องลำบากมากหรือเปล่า?”
เมื่อเห็นสายตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและร้อนรนของทั้งสอง หัวใจของหลี่เยว่ซูก็อบอุ่นขึ้นมา
นางส่ายหน้าเบา ๆ
“ข้าไม่เป็นไร เรื่องทุกอย่างจัดการเรียบร้อยแล้ว เป็นเพียงความเข้าใจผิดเท่านั้น”
น่าเสียดายที่ยังไม่ได้สัญญาขายตัวของเสิ่นช่านกลับมา
เรื่องนี้ยังคงเป็นภัยแฝงอยู่
นางจำเป็นต้องหาวิธีจัดการอีกครั้ง
แต่แน่นอนว่าประโยคหลังนี้หลี่เยว่ซูไม่ได้พูดออกมา
เพราะพูดไปก็มีแต่จะทำให้ทุกคนเป็นกังวล
“ข้างนอกอากาศเย็น มีอะไรค่อยเข้าไปคุยกันข้างในก่อนเถอะ!”
ท่านแม่โม่เอ่ยขึ้น ตัดบทคำถามของสองสามีภรรยาผู้เฒ่าหลิวที่กำลังจะถามต่อ
“จริงด้วย ๆ เข้าไปก่อน พวกเราเข้าไปคุยกันข้างใน”
ป้าหลิวเพิ่งได้สติ จึงรีบดึงหลี่เยว่ซูเข้าไปในบ้าน
หลี่เยว่ซูหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนก้าวเท้าตามเข้าไป
แต่ในเวลานั้นเอง นางพลันเห็นชาวบ้านหลายคนที่อยู่ไม่ไกลกำลังยืนมองมาทางนี้
เมื่อคนเหล่านั้นเห็นว่านางหันไปมอง พวกเขาก็รีบเบือนสายตาหนีทันที
สีหน้าดูร้อนรนและกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด
ราวกับ...
กำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างอยู่
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย