Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 13:54 • หนังสือ
บทที่ 95 ตามหาช่างไม้
บทที่ 95 ตามหาช่างไม้
หลังจากซื้อของในรายการเกือบครบแล้ว หลีเยว่ซูก็พาเสิ่นเว่ยไปยังร้านช่างไม้แห่งหนึ่ง
นางสอบถามมาแล้ว ร้านนี้เป็นร้านช่างไม้ที่ดีที่สุดในเมือง น่าจะสามารถทำของที่นางต้องการได้
ทันทีที่ทั้งสองลงจากรถม้า เสี่ยวเอ้อร์ก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับพร้อมรอยยิ้ม
“แขกทั้งสองท่านต้องการดูอะไรหรือขอรับ? ร้านของเรามีทั้งโต๊ะหนังสือ ตู้เสื้อผ้า เตียง และเฟอร์นิเจอร์อีกมากมาย เดี๋ยวข้าจะแนะนำให้เอง”
ใกล้ถึงปีใหม่แล้ว คนที่คิดจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่มีไม่น้อย เสี่ยวเอ้อร์จึงคิดว่าพวกเขาก็คงมาซื้อของเช่นกัน
หลีเยว่ซูมองสำรวจสิ่งของที่วางอยู่ภายในร้าน ฝีมือของช่างดูไม่เลวเลยทีเดียว
นางยิ้มบาง ๆ พลางมองเสี่ยวเอ้อร์
“ข้าอยากทำของอย่างหนึ่ง ไม่รู้ว่าช่างของพวกเจ้าจะรับทำหรือไม่?”
“รับทำขอรับ รับทำแน่นอน”
เสี่ยวเอ้อร์พยักหน้ารัว ๆ
“ช่างของร้านเราเป็นช่างที่ฝีมือดีที่สุดในเมือง หลายคนยังตั้งใจมาสั่งทำกับเขาโดยเฉพาะเลยขอรับ!”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมั่นใจ หลีเยว่ซูก็ไม่พูดอ้อมค้อม หยิบแบบร่างที่เตรียมเอาไว้นานแล้วออกมาโดยตรง
“ข้ารบกวนให้ช่างของพวกเจ้าช่วยดูหน่อยได้หรือไม่ ว่าของสิ่งนี้สามารถทำออกมาได้หรือเปล่า?”
เสี่ยวเอ้อร์รับแบบร่างมาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
แต่หลังจากเห็นสิ่งที่อยู่บนกระดาษ สีหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความสงสัย
“นี่คืออะไรหรือขอรับ?”
เขาคลี่แบบร่างออก บนนั้นวาดภาพเก้าอี้รูปร่างซับซ้อนชนิดหนึ่ง
แต่เก้าอี้ตัวนี้ไม่มีขา กลับมีล้อสองล้ออยู่ด้านข้าง
แม้แต่เสิ่นเว่ยที่คิดว่าตนเองมีความรู้กว้างขวางและอ่านตำรามามากมาย ก็ยังไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน
“สิ่งนี้เรียกว่าเก้าอี้รถเข็น”
หลีเยว่ซูอธิบาย
“ข้ามีสหายคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บที่ขา ทุกวันจึงทำได้เพียงอยู่บนเตียง ข้าอยากทำเก้าอี้รถเข็นให้เขา อย่างน้อยจะได้ออกมาเดินเล่นข้างนอกบ้าง”
ดวงตาของเสี่ยวเอ้อร์เป็นประกาย
“ฮูหยินเป็นคนออกแบบสิ่งนี้เองหรือขอรับ?”
หลีเยว่ซูเม้มริมฝีปาก ไม่ได้ตอบคำถามนั้น
“ช่างของร้านสามารถทำได้หรือไม่?”
เสี่ยวเอ้อร์เข้าใจไปเองว่านางเป็นคนออกแบบ จึงรีบตอบ
“ข้าจะไปถามช่างให้เดี๋ยวนี้เลยขอรับ”
พูดจบก็รีบวิ่งเข้าไปด้านใน
เสิ่นเว่ยมองคนข้างกายอย่างครุ่นคิด ก่อนจะถามขึ้นมา
“อาซูทำเป็นทุกอย่างเลย ข้าก็อยากเก่งเหมือนอาซูบ้าง!”
หลีเยว่ซูไม่ได้ฟังออกถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเขา นางยิ้มแล้วตอบว่า
“ถ้าเจ้าอยากเรียน หากมีเวลาข้าจะสอนเจ้า”
เสิ่นเว่ยพยักหน้ารัว ๆ ดวงตาเป็นประกาย
แต่เมื่อหลีเยว่ซูหันหน้าหนี ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความครุ่นคิด
ความลับของผู้หญิงคนนี้มีมากขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ
ไม่นาน เสี่ยวเอ้อร์ก็เดินออกมาจากด้านใน โดยมีช่างฝีมืออาวุโสที่ตัวเต็มไปด้วยขี้เลื่อยเดินตามมาด้วย
หลีเยว่ซูยังไม่ทันได้พูดอะไร ช่างชราก็เดินเข้ามาอย่างตื่นเต้น
“ท่านคือฮูหยินผู้ประดิษฐ์เก้าอี้รถเข็นใช่หรือไม่?”
หลีเยว่ซูรู้สึกจนใจเล็กน้อย
“ไม่ทราบว่าช่างสามารถทำสิ่งนี้ได้หรือไม่?”
“ได้!”
ช่างชราตอบอย่างมั่นใจเต็มที่
“ไม่เกินสิบวัน ข้าจะต้องทำเก้าอี้รถเข็นให้ฮูหยินได้แน่นอน เพียงแต่ว่า…”
ช่างชราดูอึกอัก ราวกับไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร
หลีเยว่ซูยิ้มอย่างอ่อนโยน
“หากมีอะไร ช่างพูดออกมาตรง ๆ ได้เลย”
ช่างชรายกมือเกาจมูกอย่างกระอักกระอ่วน
“ไม่ทราบว่าแบบร่างแผ่นนี้ของฮูหยิน…สามารถขายให้พวกเราได้หรือไม่?”
หลีเยว่ซูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนยิ้มบาง ๆ
“หากช่างทำเก้าอี้รถเข็นที่ข้าต้องการเสร็จโดยเร็ว แบบร่างนี้ก็ถือว่าข้ามอบให้ช่างแล้วกัน”
หลักการของเก้าอี้รถเข็นไม่ได้ซับซ้อนมากนัก ขอเพียงเต็มใจศึกษา คนที่มีความรู้ด้านนี้ย่อมใช้เวลาไม่นานก็สามารถทำความเข้าใจได้
ของสิ่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีความยากลำบากในการเคลื่อนไหวให้ได้มากขึ้น นางจึงไม่มีความจำเป็นต้องเก็บเป็นความลับ
ดวงตาของช่างชราเป็นประกาย รอยยิ้มแทบจะปิดไม่มิด
“ฮูหยินวางใจได้ ข้าจะต้องทำเก้าอี้รถเข็นที่ทำให้ท่านพอใจออกมาให้ได้!”
หลีเยว่ซูพูดคุยรายละเอียดบางอย่างกับช่างชราอีกเล็กน้อย ก่อนจะพาเสิ่นเว่ยออกจากร้าน
ตั้งแต่ต้นจนจบ เสิ่นเว่ยไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ในใจกลับยิ่งรู้สึกสงสัยนางมากขึ้นเรื่อย ๆ
……
ในช่วงหลายวันต่อมา นอกจากไปดูร้านอาหารแล้ว หลีเยว่ซูก็เอาแต่เตรียมของที่จะใช้ในช่วงปีใหม่
เสิ่นเว่ยจะตามไปด้วยทุกครั้ง
นอกจากช่วยถือของแล้ว หากเห็นอะไรที่ตัวเองชอบ เขาก็จะเป็นฝ่ายเอ่ยปากให้หลีเยว่ซูซื้อมาเสียด้วย
โดยไม่รู้ตัว เขาเริ่มตั้งตารอวันปีใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ
หลายวันนี้ ทุกครั้งที่หลีเยว่ซูมาที่ร้านอาหาร หงไต้จะยืนพิงหน้าต่างชั้นสองของหอชิงเฟิง คอยมองนางอยู่เงียบ ๆ
หลีเยว่ซูสังเกตได้ว่าอีกฝ่ายเหมือนมีบางอย่างอยากพูดกับตนเอง
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เอ่ยปาก นางก็ย่อมไม่เป็นฝ่ายถามก่อน
วันนี้ดูเหมือนหงไต้จะรอไม่ไหวแล้ว
เมื่อเห็นหลีเยว่ซูกำลังจะออกไป นางก็รีบวิ่งลงมาขวางเอาไว้
“ฮูหยินเสิ่น นี่ท่านกำลังจะไปไหนหรือ?”
หลีเยว่ซูยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง ยิ้มบาง ๆ แล้วตอบว่า
“พรุ่งนี้ร้านอาหารก็จะตกแต่งเสร็จแล้ว ข้ากำลังจะไปซื้อของสักหน่อย กลับมาจะได้ฉลองกับเหล่าคนงาน”
หงไต้เลิกคิ้ว
“ฮูหยินเสิ่นช่างใจกว้างจริง ๆ จัดการทุกอย่างได้รอบคอบไปหมด แล้วเหตุใดถึงลืมข้าเพียงคนเดียวเล่า?”
พูดพลางนางยังยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา ทำท่าเศร้าโศกเช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง
หลีเยว่ซูถึงกับงุนงง
ช่วงที่ร้านอาหารกำลังตกแต่ง นางย่อมเคยรบกวนให้หงไต้ช่วยโปรโมตล่วงหน้าที่หอชิงเฟิง
แต่เหตุใดอีกฝ่ายถึงมองนางราวกับเป็นชายใจร้ายที่ทอดทิ้งหญิงสาวเช่นนั้น?
เมื่อเห็นนางยังไม่เข้าใจ หงไต้ก็รู้สึกอึดอัดใจ
“ฮูหยินเสิ่นออกมาจากที่ว่าการแล้ว ไม่คิดจะตอบแทนคนที่ช่วยท่านสักหน่อยหรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลีเยว่ซูก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
“เจ้าทำอะไร?”
ก่อนหน้านี้นางรู้สึกสงสัยมาโดยตลอด
หากเจ้าเมืองเดินทางมาถึงอำเภอถงมู่ด้วยเหตุผลเพราะได้รับจดหมายจากท่านผู้เฒ่าซวี แล้วเหตุใดก่อนหน้านั้นเขาถึงส่งจดหมายไปเรียกคนจากตระกูลหลี่กลับไป?
ตอนนี้ดูเหมือนว่าเก้าในสิบส่วน เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือของหงไต้แน่
เมื่อเห็นว่านางไม่รู้อะไรจริง ๆ หงไต้ก็ยิ่งหงุดหงิด
นางเห็นคนรอบข้างอยู่ไม่น้อย จึงลากหลีเยว่ซูไปยังมุมหนึ่ง ก่อนพูดอย่างตรงไปตรงมา
“หอหมิงเยว่ทำธุรกิจด้านข่าวสาร ราคาค่าข้อมูลไม่ถูกนะ ข้าช่วยเจ้าสืบหาหลักฐานเอาผิดเจ้าเมือง แถมยังส่งคนไปเขียนจดหมายข่มขู่เขา เจ้าก็ต้องแสดงน้ำใจตอบแทนกันบ้างสิ?”
หลีเยว่ซูคิดในใจว่า เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ
แต่สีหน้าของนางกลับไม่เปลี่ยนแปลง
“แล้วเจ้าต้องการให้ข้าแสดงน้ำใจอย่างไร?”
ดวงตาของหงไต้เป็นประกายทันที
“หอหมิงเยว่ทำธุรกิจข่าวสาร ในเมื่อข้าใช้ความลับของเจ้าเมืองช่วยให้เจ้าออกมาได้ เช่นนั้นเจ้าก็ใช้ความลับของตัวเองมาแลกเปลี่ยนสิ?”
หลีเยว่ซูถึงกับพูดไม่ออก
ก่อนหน้านี้หงไต้ยังพยายามสืบข่าวจากนางอย่างแนบเนียนอยู่เลย
แต่ตอนนี้กลับไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไปแล้ว
หอหมิงเยว่ทำธุรกิจข่าวสาร และหงไต้พยายามหาทางล้วงข้อมูลจากนางครั้งแล้วครั้งเล่า แปดถึงเก้าส่วนคงมีใครบางคนกำลังสืบเรื่องของนางอยู่
แต่คนที่มีเงินมากพอจะจ้างองค์กรยุทธภพให้สืบเรื่องของนางได้…
หลีเยว่ซูคิดจนแทบสมองแตก ก็ยังนึกไม่ออกว่าเป็นใคร
หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ชายที่เคยสะกดรอยตามนาง และยังลงมือสั่งสอนคนจากตระกูลหลี่ก่อนหน้านี้?
นางกระตุกมุมปากเล็กน้อย ก่อนมองหงไต้
“ไม่สู้เจ้าบอกข้ามาก่อนว่าใครต้องการข้อมูลของข้า แล้วข้าค่อยพิจารณาว่าจะบอกความลับของตัวเองให้เจ้าหรือไม่?”
หงไต้ถึงกับพูดไม่ออก
แน่นอนว่านางอยากตอบตกลง
แต่สิ่งที่นางรู้มีเพียงว่าองค์กรฉืออวิ๋นกำลังสืบเรื่องของหลีเยว่ซูเท่านั้น นางไม่รู้เลยว่าใครเป็นผู้ว่าจ้าง
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลีเยว่ซูก็คิดว่านางไม่อยากบอก จึงไม่ได้บังคับ
ท้ายที่สุดแล้ว อีกฝ่ายเป็นองค์กรยุทธภพ หากต้องการทำธุรกิจให้ยั่งยืน ก็ต้องมีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ การรักษาความลับของลูกค้าถือเป็นเรื่องปกติ
นางยักไหล่
“ที่ข้าสามารถออกมาจากที่ว่าการได้อย่างปลอดภัย ก็ไม่ได้อาศัยความช่วยเหลือจากเจ้าเพียงคนเดียว”
หงไต้ชะงัก เห็นได้ชัดว่านางไม่รู้เรื่องนี้
“ยังมีใครช่วยเจ้าอีก?”
มุมปากของหลีเยว่ซูยกขึ้นเล็กน้อย
“หอหมิงเยว่เป็นองค์กรข่าวสาร น่าจะสืบได้ไม่ยาก”
หางคิ้วของหงไต้กระตุกเล็กน้อย
นางพูดอะไรไม่ออกกับคำพูดนี้ของหลีเยว่ซู แต่กลับรู้สึกว่านี่เป็นคำพูดที่อีกฝ่ายสมควรพูดออกมาจริง ๆ
หลีเยว่ซูไม่พูดถึงเรื่องนี้ต่อ แต่เปลี่ยนหัวข้อถามแทน
“ปีใหม่นี้ เจ้าจะทำอะไรหรือ?”
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย