พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์

ขอแชร์เรื่องนี้กันบ้าง ไม่เคยรู้เลยว่าตรงนี้จะมีพิพิธภัณฑ์เคยเดินผ่านเรื่อยๆ พอดีเห้นใน fb ก้อเลยคิดว่างานฟรี ต้องมาเยี่ยมชมดีก่า ส่วนใหญ่เราจะชื่นชอบกิจกรรม night museum ถ้ามีเวลาก็มักจะไปดูเสมอๆ จะมีอะไรดีกว่าความเพลิดเพลิน และได้ความรู้ ไปในตัว
เรามักให้ความสนใจในเรื่องรากของตัวเอง และที่สำคัญฟรี และไม่ร้อน เพราะจัดตอนกลางคืน แต่อาจจะต้องรำคานคนนิดหนึ่่ง เพราะคนอาจจะหนาแน่นหน่อย ก้อเป้นสิ่งต้องเทรดอ่าน้า ส่วนที่เป้นไฮไลท์ของงานที่คนส่วนใหญ่จะต้องแวะหยุดชม รวมถึงถ่ายรูป จะเป็น ธรรมจักร และพระพุทธรูปทวารวดี
บอกไว้ก่อนงานนี้จบไปแล้วมีจัดเพียง 2 วัน วันที่ 14-15 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา เริ่มงานตั้งแต่ 4 โมงเย้น - 3 ทุ่ม ถ้าจะแวะอยากไปเยี่ยมชมต่อจากนี้ สามารถเข้าไปชมได้ เปิดให้เข้าชมวันพุธ-อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์-อังคาร) เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท
ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าพิพิธภัณฑ์นี้ไม่ใหญ่มากนัก เดินแปบเด่วก้อทั่วล่ะ มีรถพิพิธภัณฑ์สัญจรด้วยนอกจากในตัวอาคาร อีกทั้งๆรอบงานมีกิจกรรมออกร้าน ส่วนภายในงานก้อมีกิจกรรมที่ให้ความรู้ ให้ผู้คนได้มีส่วนร่วม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ใกล้กับพระศิลาขาว และโรงพักจ.นครปฐม
พิพิธภัณฑ์เปิดให้บริการแล้วหลังจากปิดปรับปรุงนานถึง 3 ปี สำหรับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ซึ่งปิดให้บริการ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 และจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการผ่านระบบออนไลน์ในวันที่ 19 กันยายน 2564 โดยการปิดปรับปรุงครั้งใหญ่นี้เพื่อปรับปรุงส่วนจัดแสดงนิทรรศการถาวรภายในใหม่ โดยมีโบราณวัตถุที่น่าสนใจสมัยทวารวดี กว่า 260 รายการ
สมกับประวัติศาสตร์ของนครปฐมในโบราณที่เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาเมืองในสมัยทวารวดี โดยมีไฮไลต์ที่เป็นเหมือนไอโคนิกของพิพิธภัณฑ์ได้แก่ ธรรมจักร พระพุทธรูปทวารวดี และจารึกวัดพระงาม
การรวบรวมโบราณวัตถุที่พบที่เมืองนครปฐมครั้งใหญ่เกิดขึ้นใน พ.ศ.2438 เริ่มจากความสนพระทัยในด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดีของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น โดยโบราณวัตถุที่รวบรวมได้ในพื้นที่นครปฐมระยะแรกถูกนำมาเก็บรักษาไว้บริเวณระเบียงคดรอบองค์พระปฐมเจดีย์ ต่อมาใน พ.ศ. 2454 ได้เคลื่อนย้ายโบราณวัตถุดังกล่าวเข้าไปไว้ในวิหารด้านตรงข้ามพระอุโบสถ และตั้งชื่อว่า พระปฐมเจดีย์พิพิธภัณฑสถาน
ต่อมากรมศิลปากรใช้พื้นที่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ขององค์พระปฐมเจดีย์สร้างอาคารถาวรและเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุที่ได้จากการรวบรวมในครั้งนั้นมาจัดแสดงเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมตั้งแต่ พ.ศ.2514 เป็นต้นมา โดยใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ และมีการปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อ 20 ปีก่อนราว พ.ศ.2540 และครั้งนี้จึงถือเป็นการปรับปรุงทั้งรูปแบบการจัดแสดงและบรรยากาศห้องจัดแสดงให้มีความทันสมัยน่าชมยิ่งขึ้น
การจัดแสดงแบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 แนะนำลักษณะทั่วไปของจังหวัดนครปฐม ประวัติความเป็นมาของดินแดนแห่งนี้ การตั้งถิ่นฐานของชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ การรับพุทธศาสนาและวัฒนธรรมจากอินเดียเข้ามาผสมผสานกับความเชื่อและวัฒนธรรมท้องถิ่น ภาพปูนปั้นรูปชาวต่างประเทศ และศิลาจารึกที่พบบริเวณเมืองโบราณนครปฐม
ส่วนที่ 2 เสนอเรื่องราวด้านศาสนาและความเชื่อของชุมชนทวารวดีที่นครปฐมสะท้อนผ่านงานศิลปกรรมประเภทต่าง ๆ โบราณวัตถุที่จัดแสดง เช่น พระพุทธรูป ภาพสลักเล่าเรื่องพุทธประวัติ ภาพปูนปั้นเรื่องชาดกประดับฐานเจดีย์ และธรรมจักร
ส่วนที่ 3 เรื่องราวของนครปฐมหลังความรุ่งเรืองสมัยทวารวดี ถึงสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าให้ปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์ และเป็นงานสำคัญสืบเนื่องต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นช่วงที่นครปฐมได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นมณฑลนครชัยศรี และในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างพระราชวังสนามจันทร์ขึ้น เมืองนครปฐมได้รับการพัฒนาเรื่อยมา
รถพิพิธภัณฑ์สัญจร
ของบนรถพิพิธภัณฑ์สัญจร
ภายในพิพิธภัณฑ์
ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์
อ้างอิง
โฆษณา