16 ส.ค. เวลา 07:58 • สุขภาพ

เคยไหม? อยู่กับบางคนแล้วไม่ได้มีเรื่องทะเลาะกันตรง ๆ แต่กลับรู้สึก เหนื่อย หมดพลัง เครียด หรือไม่เป็นตัวเอง ทั้งที่ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

บางครั้งสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพใจอาจไม่ได้มาในรูปแบบของคำพูดแรง ๆ หรือการทำร้ายกันอย่างชัดเจน แต่อาจเป็นพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ เช่น การควบคุม การวิจารณ์ การโยนความผิด หรือการทำให้เรารู้สึกผิดอยู่เสมอ
By GPT
คนที่มีพฤติกรรมลักษณะนี้มักถูกเรียกว่า “Toxic People” ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นเป็น “คนไม่ดี” ทั้งหมด หรือสามารถวินิจฉัยใครจากพฤติกรรมเพียงไม่กี่ครั้งได้ แต่เป็นคำที่ใช้พูดถึง รูปแบบพฤติกรรมที่ส่งผลด้านลบต่อความรู้สึกและความสัมพันธ์ของคนรอบข้าง และที่สำคัญ คนเหล่านี้อาจไม่ได้อยู่ไกลตัวเลย อาจเป็นเพื่อน คนรัก สมาชิกครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือคนที่เราต้องเจอเป็นประจำ
บทความนี้จึงอยากชวนคุณลอง เช็ก 5 พฤติกรรม ที่อาจกำลังบั่นทอนคุณแบบไม่รู้ตัว พร้อมวิธีรู้ทันและรับมือโดยไม่ลืมดูแลสุขภาพใจของตัวเอง
1. ชอบควบคุมและทำให้คุณต้องทำตาม
คนเราสามารถแสดงความคิดเห็นหรือแสดงความเป็นห่วงกันได้ แต่ถ้าอีกฝ่ายพยายาม ควบคุมการตัดสินใจของคุณอยู่เสมอ จนคุณรู้สึกว่าไม่มีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ตัวเองต้องการ นี่อาจเป็นสัญญาณที่ควรสังเกต
ตัวอย่างเช่น
* พยายามกำหนดว่าคุณต้องทำอะไร
* ไม่พอใจเมื่อคุณปฏิเสธ
* ใช้ความเงียบหรือการประชดเพื่อกดดัน
* ทำให้คุณรู้สึกผิดเมื่อไม่ทำตาม
* พยายามตัดสินใจแทนคุณในเรื่องที่เป็นสิทธิ์ของคุณ
เมื่อเกิดซ้ำ ๆ คุณอาจเริ่มรู้สึกว่า “ถ้าจะทำอะไรก็ต้องคิดก่อนว่าเขาจะพอใจไหม”
By GPT
วิธีรับมือ
ลองกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน เช่น
“เรื่องนี้เราขอตัดสินใจเองนะ”
หรือ
“เราเข้าใจความคิดเห็นของเธอ แต่เรื่องนี้เราขอเลือกแบบที่เราสบายใจ”
การตั้งขอบเขตไม่ได้แปลว่าเราใจร้าย แต่เป็นการบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่า อะไรคือพื้นที่ของเรา
2. ชอบวิจารณ์ ด้อยค่า หรือทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ
การติเพื่อให้เราปรับปรุงแตกต่างจากการ วิจารณ์หรือด้อยค่าซ้ำ ๆ
หากคนหนึ่งมักพูดถึงข้อเสียของคุณ ทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือเปรียบเทียบคุณกับคนอื่นจนคุณรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ พฤติกรรมเหล่านี้อาจค่อย ๆ ส่งผลต่อความมั่นใจได้
เช่น
“ทำไมเรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้?”
“ดูคนอื่นสิ เขายังทำได้เลย”
“เธอคิดว่าตัวเองเก่งมากเหรอ?”
คำพูดเพียงครั้งเดียวอาจไม่ได้บอกอะไรทั้งหมด แต่ถ้าเกิดขึ้น เป็นรูปแบบซ้ำ ๆ จนคุณเริ่มมองตัวเองในแง่ลบ นั่นคือสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ
วิธีรับมือ
แยกให้ออกว่า “คำวิจารณ์” ไม่ได้เท่ากับ “คุณค่าของเรา”
คุณสามารถรับฟังความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อทุกคำพูดที่อีกฝ่ายนำมาตัดสินตัวคุณ
3. ไม่ยอมรับผิด และชอบโยนความผิดให้คุณ
ความสัมพันธ์ที่ดีไม่จำเป็นต้องไม่มีความผิดพลาด แต่ควรมีพื้นที่ให้แต่ละฝ่าย ยอมรับผิด ขอโทษ และแก้ไข
ในทางกลับกัน หากอีกฝ่ายแทบไม่เคยยอมรับความผิด และมักหาทางทำให้เรื่องกลับกลายเป็นความผิดของคุณเสมอ คุณอาจเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า
“หรือจริง ๆ แล้วเราผิด?”
พฤติกรรมที่ควรสังเกต เช่น
* ทำผิดแต่หาข้ออ้างทันที
* เปลี่ยนประเด็นเพื่อให้คุณกลายเป็นคนผิด
* ทำให้คุณรู้สึกผิดที่ไม่ยอมทำตาม
* ปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นหรือบิดเบือนเหตุการณ์จนคุณเริ่มสับสน
บางกรณีอาจเข้าข่าย Gaslighting ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการบิดเบือนการรับรู้ของอีกฝ่ายจนเริ่มสงสัยความทรงจำหรือการตัดสินใจของตัวเอง
วิธีรับมือ
พยายามยึดข้อเท็จจริงมากกว่าอารมณ์ และอย่ารีบรับผิดในเรื่องที่คุณไม่ได้ทำ
ถ้าเป็นเรื่องสำคัญ การจดบันทึกเหตุการณ์หรือข้อความที่เกี่ยวข้องไว้ก็ช่วยให้คุณกลับมาทบทวนสถานการณ์ได้อย่างเป็นกลางมากขึ้น
4. ไม่เคารพขอบเขตและพื้นที่ส่วนตัว
“สนิทกัน” ไม่ได้แปลว่า “ทำอะไรก็ได้”
แม้จะเป็นเพื่อนสนิท คนรัก หรือครอบครัว ทุกคนก็ยังมีพื้นที่ส่วนตัวและสิทธิ์ที่จะปฏิเสธบางเรื่อง
พฤติกรรมที่ควรสังเกต เช่น
* ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากเกินไป
* ไม่ยอมรับคำว่า “ไม่”
* เปิดเผยเรื่องส่วนตัวของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต
* บังคับให้คุณเล่าเรื่องที่ไม่อยากเล่า
* ไม่เคารพเวลาหรือพื้นที่ส่วนตัวของคุณ
สิ่งเหล่านี้อาจทำให้คุณรู้สึก อึดอัด ไม่ปลอดภัย หรือเหมือนต้องคอยระวังตัวตลอดเวลา
วิธีรับมือ
เริ่มจากการพูดให้ชัดเจนว่าอะไรคือขอบเขตของคุณ
“เรื่องนี้เราไม่สะดวกเล่า”
“เราไม่โอเคที่เอาเรื่องนี้ไปพูดกับคนอื่น”
“ตอนนี้เราอยากมีเวลาส่วนตัว ขอคุยกันทีหลังนะ”
ไม่จำเป็นต้องอธิบายตัวเองยาว ๆ ทุกครั้งที่ปฏิเสธ
5. อยู่ด้วยแล้วหมดพลัง ต้องคอยระวังความรู้สึกของอีกฝ่ายตลอด
ข้อนี้อาจสังเกตได้ยากที่สุด เพราะไม่มีพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งที่ชัดเจน แต่เป็น ความรู้สึกที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ หลังจากมีปฏิสัมพันธ์กับคนคนนั้น
ลองถามตัวเองว่า…
* หลังคุยกับเขาแล้วรู้สึกเหนื่อยมากไหม?
* ต้องคิดทุกคำก่อนพูดเพราะกลัวอีกฝ่ายไม่พอใจหรือเปล่า?
* รู้สึกผิดทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดหรือไม่?
* รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถเป็นตัวเองได้ไหม?
* รู้สึกว่าต้องคอยแก้ปัญหาหรือรับอารมณ์ของเขาตลอดเวลาหรือเปล่า?
ถ้าคำตอบคือ “ใช่” หลายข้อ อาจถึงเวลาที่ต้องกลับมาสังเกตความสัมพันธ์นั้นให้มากขึ้น
ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายเป็น Toxic ทันที เพราะบางครั้งคนเราก็มีวันที่อารมณ์ไม่ดีหรือมีปัญหาส่วนตัว แต่ถ้าความรู้สึกเหล่านี้ เกิดขึ้นซ้ำ ๆ และส่งผลต่อชีวิตของคุณ ก็ควรให้ความสำคัญ
วิธีรับมือ
ลองลดการปะทะที่ไม่จำเป็น เว้นระยะเมื่อทำได้ และใช้เวลากับคนหรือกิจกรรมที่ทำให้คุณรู้สึกเป็นตัวเองมากขึ้น
จำไว้ว่า คุณไม่จำเป็นต้องแบกรับอารมณ์ของทุกคนไว้บนบ่าของตัวเอง
By GPT
สรุป
คน Toxic ไม่ได้มีหน้าตาหรือรูปแบบเดียว และเราไม่สามารถตัดสินใครจากเหตุการณ์เพียงครั้งเดียวได้ สิ่งสำคัญคือการมองหา “รูปแบบพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ” และดูว่าพฤติกรรมนั้นกำลังส่งผลต่อความรู้สึกและชีวิตของเราอย่างไร
ลองกลับมาเช็กตัวเองอีกครั้งว่า คนรอบตัวของคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่
ควบคุม • ด้อยค่า • โยนความผิด • ไม่เคารพขอบเขต • ทำให้คุณหมดพลัง
และอย่าลืมว่า การปกป้องสุขภาพใจไม่ได้หมายความว่าเราต้องเกลียดหรือตัดสินใคร แต่คือการรู้ว่า เราควรยืนตรงไหน ควรพูดอะไร และเมื่อไหร่ที่เราควรเลือกตัวเอง
เพราะความสัมพันธ์ที่ดีไม่ควรทำให้เราต้องสูญเสียตัวตน เพื่อรักษามันเอาไว้
คุณเคยเจอพฤติกรรมแบบไหนที่ทำให้รู้สึก “อยู่ด้วยแล้วหมดพลัง” มากที่สุด?
หรือถ้าลองมองย้อนกลับไป…
มีพฤติกรรมอะไรของตัวเองที่คุณคิดว่าอาจเคยบั่นทอนความรู้สึกของคนอื่นโดยไม่รู้ตัวบ้าง?
ไม่มีคำตอบไหนผิด เพราะบางครั้งการรู้ทันตัวเองก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดี
🗣️ ชวนมาแชร์ประสบการณ์
คุณเคยรับมือกับคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้อย่างไร?
แชร์ประสบการณ์หรือวิธีรับมือของคุณไว้ในคอมเมนต์ได้เลย บางทีประสบการณ์ของคุณอาจช่วยให้ใครอีกคนที่กำลังเจอสถานการณ์เดียวกันรู้ว่า เขาไม่ได้กำลังเผชิญเรื่องนี้อยู่คนเดียว
ข้อมูลจาก:
โฆษณา