•
17 ส.ค. เวลา 09:18 • ประวัติศาสตร์

วิศวกรวัยเกษียณและอดีตคนงานกว่า 200 ชีวิต ตัดสินใจรวมตัวกันในชื่อ Skilled Veterans Corps เพื่อขอเดินหน้าเข้าสู่เขตอันตรายสูงสุดในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะแทนที่คนหนุ่มสาว

ท่ามกลางเหตุการณ์วิกฤตหลังสึนามิถล่มญี่ปุ่นในปี 2011 โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิเกิดการหลอมละลายของแท่งเชื้อเพลิง ระดับรังสีพุ่งสูงขึ้นจนอยู่ในเกณฑ์อันตรายถึงชีวิต พนักงานส่วนใหญ่ถูกสั่งอพยพออกไป เหลือเพียงกลุ่มที่โลกขนานนามว่า ฟุกุชิมะ 50 ที่ยอมเสี่ยงชีวิตอยู่ท่ามกลางความตายเพื่อสูบน้ำทะเลหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์
ทว่าท่ามกลางความสิ้นหวัง ยาสุเทรุ ยามาดะ วิศวกรวัยเกษียณวัย 72 ปี กลับมองเห็นสิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่า เขาประกาศระดมพลอดีตเพื่อนร่วมอาชีพที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ให้มาทำหน้าที่ทำความสะอาดและกู้ภัยในจุดที่มีการปนเปื้อนรังสีรุนแรงที่สุด
เหตุผลของยามาดะน่ายกย่องจนคนทั่วโลกต้องหลั่งน้ำตา เขาให้เหตุผลว่าหากคนหนุ่มสาวได้รับรังสีระดับนี้ พวกเขาจะต้องเผชิญกับโรคมะเร็งและการเจ็บป่วยไปตลอดชีวิตที่เหลือ แต่สำหรับผู้สูงอายุอย่างพวกเขา รังสีอาจใช้เวลา 20 ถึง 30 ปีกว่าจะก่อตัวเป็นมะเร็ง ซึ่งตอนนั้นพวกเขาคงจากไปตามอายุขัยปกติแล้ว
กลุ่มอาสาสมัครวัยเก๋านี้ทำงานแข่งกับเวลาภายใต้สภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ทั้งการระบายก๊าซกัมมันตรังสีและการกู้คืนระบบไฟฟ้า พวกเขายอมใช้เวลาในช่วงบั้นปลายชีวิตรับผลกระทบจากรังสีเพื่อเป็นโล่กำบังให้คนรุ่นลูกหลานไม่ต้องเผชิญกับอนาคตที่มืดมน
การตัดสินใจของวีรบุรุษวัยเกษียณเหล่านี้ ร่วมกับการทำงานของกลุ่มฟุกุชิมะ 50 กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นี้ลุกลามจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมนิวเคลียร์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่เรื่องราวของชายชราผู้เดินย้อนศรเข้าหาความตายเพื่อปกป้องชีวิตที่เพิ่งเริ่มต้น ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสียสละอันสูงสุดที่มนุษย์จะพึงมีให้แก่กัน
โฆษณา