17 ส.ค. เวลา 09:42 • ท่องเที่ยว

Egypt (39); Back to Cairo : Cairo Citadel & Muhammad Ali Mosque

ป้อมปราการบนภูเขา กับมัสยิดที่เป็นดั่งมงกุฎของกรุงไคโร
หากมีสถานที่แห่งหนึ่งในกรุงไคโรที่ทำให้เราเห็น “ประวัติศาสตร์ของอียิปต์” ซ้อนทับอยู่กับ “ชีวิตของเมืองในปัจจุบัน” ได้อย่างชัดเจน สถานที่นั้นคงหนีไม่พ้น Cairo Citadel หรือ ป้อมปราการซาลาดิน บนเนินเขา Muqattam
จากจุดสูงแห่งนี้ สายตาสามารถทอดออกไปเหนือกรุงไคโร เห็นเมืองที่แผ่กว้างสุดสายตา บ้านเรือน อาคารสมัยใหม่ ถนน และมัสยิดนับไม่ถ้วน ขณะที่ใต้เท้ายังคงเป็นกำแพงหินขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน
และเหนือป้อมปราการนั้นขึ้นไป คือภาพอันโดดเด่นของ Muhammad Ali Mosque หรือที่รู้จักกันในชื่อ Alabaster Mosque มัสยิดที่มีโดมขนาดใหญ่และมินาเร็ตสูงสง่าสององค์ จนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของกรุงไคโร
จากป้อมปราการเพื่อปกป้องไคโร
เรื่องราวของ Cairo Citadel เริ่มต้นในสมัยสุลต่าน Salah al-Din al-Ayyubi หรือ Saladin ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ Ayyubid
ราว ค.ศ. 1176 Saladin มีพระบัญชาให้สร้างป้อมปราการบนเนินเขา Muqattam ซึ่งเป็นตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่สามารถมองเห็นและควบคุมพื้นที่สำคัญของไคโรได้ จุดประสงค์สำคัญคือการป้องกันเมืองจากภัยคุกคาม โดยเฉพาะจากกองทัพครูเสด
อย่างไรก็ตาม Saladin ไม่ได้มีโอกาสเห็นป้อมปราการสร้างเสร็จสมบูรณ์ การก่อสร้างดำเนินต่อมาและเสร็จในสมัย Sultan al-Kamil ราวต้นคริสต์ศตวรรษที่ 13 จากนั้นป้อมแห่งนี้ก็กลายเป็นศูนย์กลางอำนาจของผู้ปกครองอียิปต์ต่อเนื่องยาวนานหลายศตวรรษ (Egyptian Monuments⁠)
กำแพงหินที่เห็นในภาพวันนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงกำแพงเก่าแก่ หากเป็นหลักฐานของยุคสมัยที่ไคโรต้องปกป้องตัวเองด้วยป้อมปราการอย่างแท้จริง
เมื่อเดินอยู่บนแนวกำแพง เราอาจนึกภาพทหารในอดีตที่เคยยืนเฝ้ามองข้าศึกจากจุดเดียวกันนี้
แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าในวันนี้กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง…
แทนที่จะเป็นกองทัพศัตรู สิ่งที่ทอดอยู่เบื้องหน้าคือ กรุงไคโรในศตวรรษที่ 21
ไคโรจากมุมสูง
ภาพจากบน Citadel เป็นอีกหนึ่งความประทับใจของการมาเยือนที่นี่
เมืองไคโรแผ่กว้างออกไปจนสุดขอบฟ้า อาคารจำนวนมหาศาลเรียงตัวแน่นขนัด ท่ามกลางหมอกควันบาง ๆ ของเมืองใหญ่ และมีโดมกับมินาเร็ตของมัสยิดโบราณแทรกตัวอยู่เป็นระยะ
ความงดงามของภาพนี้ไม่ได้อยู่ที่ความเป็นระเบียบ หากอยู่ที่ความรู้สึกว่า อดีตกับปัจจุบันกำลังดำรงอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
กำแพงหินสีทรายเบื้องหน้าอาจมีอายุหลายร้อยปี ขณะที่เส้นขอบฟ้าด้านหลังเต็มไปด้วยอาคารสมัยใหม่
ไคโรจึงไม่ได้เป็นเมืองที่อดีตถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์
แต่เป็นเมืองที่อดีตยังคงใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางปัจจุบัน
Muhammad Ali Mosque
เมื่ออำนาจทางการเมืองสร้างสถาปัตยกรรมที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
เดินลึกเข้าไปใน Citadel สิ่งที่ดึงสายตาแทบจะทันทีคือ Muhammad Ali Mosque
มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นโดย Muhammad Ali Pasha ผู้ปกครองอียิปต์ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 และเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนผ่านของอียิปต์เข้าสู่ยุคใหม่
การก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1830 บนพื้นที่ของพระราชวัง Al-Ablaq เดิม และดำเนินต่อเนื่องจนถึงช่วงปลายรัชสมัยของ Muhammad Ali Pasha (Egyptian Monuments⁠)
แนวคิดของเขาคือการสร้างมัสยิดขนาดใหญ่ภายใน Citadel ทั้งเพื่อเป็นศาสนสถานและเป็นอนุสรณ์แห่งยุคสมัยของตนเอง
และในที่สุด สิ่งที่สร้างขึ้นก็ยิ่งใหญ่กว่าการเป็นเพียงมัสยิดประจำป้อม
มันกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของกรุงไคโร
แรงบันดาลใจจากอิสตันบูล
สิ่งที่ทำให้ Muhammad Ali Mosque แตกต่างจากมัสยิดโบราณจำนวนมากใน Cairo คือรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลอย่างชัดเจนจาก Ottoman architecture
Muhammad Ali Pasha มอบหมายให้สถาปนิกชาวตุรกี Yusuf Bushnaq ออกแบบ โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Sultan Ahmed Mosque หรือ Blue Mosque ในอิสตันบูล (Egyptian Monuments⁠)
เมื่อมองจากภายนอก เราจึงเห็นองค์ประกอบที่ชวนให้นึกถึงมัสยิดออตโตมันอย่างชัดเจน
โดมขนาดใหญ่ตรงกลาง
โดมครึ่งวงกลมที่โอบล้อม
โดมขนาดเล็กที่ลดหลั่นกันลงมา
และมินาเร็ตสูงเรียวสององค์ที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
องค์ประกอบทั้งหมดถูกจัดวางอย่างสมดุล ทำให้ตัวอาคารดูสง่างามและทรงพลังในเวลาเดียวกัน
“Alabaster Mosque” — มัสยิดหินอ่อนสีขาว
อีกชื่อหนึ่งที่ทำให้ Muhammad Ali Mosque เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกคือ Alabaster Mosque
ชื่อนี้มาจากการใช้แผ่นหิน alabaster หรือหินอ่อนชนิดหนึ่งในการกรุผนังทั้งภายในและภายนอกอาคาร จนเกิดเป็นสีขาวนวลที่สะท้อนแสงแดดอย่างงดงาม (Egyptian Monuments⁠)
แต่จากภาพที่ถ่ายในวันที่มีแสงแดดจัด สีของอาคารกลับเปลี่ยนไปอย่างน่าสนใจ
จากสีขาวนวล กลายเป็นสีครีม
จากสีครีม กลายเป็นสีทอง
และเมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบผนังหิน ก็ทำให้ทั้งมัสยิดดูราวกับกำลังเปล่งประกาย
นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ภาพภายนอกของมัสยิดแห่งนี้มีเสน่ห์มากเป็นพิเศษ
โดมยักษ์กลางฟ้า
หัวใจสำคัญของสถาปัตยกรรมคือ โดมกลางขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของห้องละหมาด
โดมหลักถูกล้อมรอบด้วยกึ่งโดมและโดมขนาดเล็ก ทำให้เกิดการซ้อนชั้นของรูปทรงที่มีความต่อเนื่องตั้งแต่ยอดลงมาถึงฐาน
โครงสร้างหลักของห้องละหมาดเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัส มีโดมกลางขนาดใหญ่รองรับด้วยเสาขนาดมหึมา และมีกึ่งโดมช่วยถ่ายน้ำหนักโดยรอบ (Egyptian Monuments⁠)
ด้านนอกนั้น มินาเร็ตสององค์สูงประมาณ 84 เมตร และเมื่อมองจากพื้นที่สูงของ Citadel ยิ่งทำให้ทั้งสององค์ดูสูงสง่าราวกับกำลังแทงทะลุท้องฟ้า (Egyptian Monuments⁠)
ก้าวเข้าไปภายใน
แต่ความรู้สึกที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงเกิดขึ้นเมื่อก้าวจากแสงแดดด้านนอกเข้าสู่ภายในมัสยิด
โลกภายนอกค่อย ๆ เงียบลง
เหนือศีรษะคือโดมสูงที่ตกแต่งอย่างประณีต
รอบตัวคือผนังหินสีอ่อน
และสิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ โคมไฟทรงกลมจำนวนมากที่แขวนเรียงตัวเป็นวงและเป็นชั้น
โคมไฟเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงให้แสงสว่าง แต่ยังสร้างมิติให้กับพื้นที่ภายในอย่างน่าทึ่ง
เมื่อมองขึ้นไป เราจะเห็นโคมไฟนับไม่ถ้วนลอยอยู่ในอากาศ ราวกับดวงดาวจำนวนมากแขวนอยู่ใต้โดม
ภาพถ่ายภายในของ P’Taew จึงสามารถถ่ายทอดบรรยากาศนี้ออกมาได้อย่างดีมาก
แสง สี และอักษรอาหรับ
ภายในมัสยิดยังเต็มไปด้วยรายละเอียดทางศิลปกรรม
มีการประดับลวดลายเรขาคณิตและพรรณพฤกษา รวมทั้งจารึกภาษาอาหรับและอายะห์จากคัมภีร์อัลกุรอาน
เมื่อแสงจากหน้าต่างกระจกสีส่องผ่านเข้ามา สีเหลือง แดง น้ำเงิน และเขียวจะปรากฏขึ้นท่ามกลางพื้นที่ภายในที่ค่อนข้างมืด
แสงธรรมชาติจากภายนอกกับแสงจากโคมไฟภายในจึงทำงานร่วมกันอย่างน่ามหัศจรรย์
เป็นสถาปัตยกรรมที่ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้มองเพียง “ตัวอาคาร”
แต่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ที่อยู่ข้างใน รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของพื้นที่
มิมบาร์และงานไม้แกะสลัก
อีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจในภาพคือ มิมบาร์ (Minbar) หรือธรรมาสน์ที่ใช้สำหรับการเทศนา
มิมบาร์ดั้งเดิมทำจากไม้และตกแต่งด้วยสีเขียวและลวดลายประณีต ส่วนอีกองค์หนึ่งสร้างเพิ่มเติมด้วยหินอ่อนในภายหลัง (Egyptian Monuments⁠)
ลวดลายทองบนพื้นสีเขียวเข้มในภาพทำให้มิมบาร์ดูโดดเด่นมาก
งานแกะสลักที่ละเอียดและการใช้สีทองไม่ได้เป็นเพียงการตกแต่งเพื่อความสวยงาม หากยังสะท้อนแนวคิดของศิลปะอิสลามที่ให้ความสำคัญกับลวดลาย อักษร และรูปทรงเรขาคณิต แทนการใช้ภาพบุคคลในการตกแต่งศาสนสถาน
หลุมฝังศพของ Muhammad Ali Pasha
ภายในมัสยิดยังเป็นสถานที่ฝังศพของ Muhammad Ali Pasha ตามความประสงค์ของเขาเอง
สุสานตั้งอยู่ภายในบริเวณมัสยิดและมีรั้วโลหะประดับอย่างวิจิตร รายละเอียดของลวดลายสะท้อนการผสมผสานระหว่างศิลปะอาหรับ ตุรกี และอียิปต์ (Awkaf Online⁠)
จึงมีความหมายมากกว่าการเป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ
เพราะที่นี่เป็นทั้งมัสยิด อนุสรณ์สถาน และสถานที่พักพิงสุดท้ายของบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์อียิปต์ยุคใหม่
เรื่องเล็ก ๆ ที่น่าสนใจ : นาฬิกาที่แลกกับเสาโอเบลิสก์
ภายในลานของมัสยิดยังมี หอนาฬิกาทองแดง ซึ่งเป็นของขวัญจากกษัตริย์ Louis-Philippe แห่งฝรั่งเศส มอบให้ Muhammad Ali Pasha ในปี ค.ศ. 1845
และเรื่องราวที่น่าสนใจก็คือ Muhammad Ali Pasha ตอบแทนด้วยการมอบ เสาโอเบลิสก์ของ Ramses II ให้แก่ฝรั่งเศส
เสาโอเบลิสก์นั้นถูกนำไปตั้งที่ Place de la Concorde ในกรุงปารีส ซึ่งยังคงตั้งอยู่ที่นั่นจนถึงปัจจุบัน (Egyptian Monuments⁠)
เป็นเรื่องราวเล็ก ๆ ที่ทำให้เห็นว่า ประวัติศาสตร์ของอียิปต์ไม่ได้หยุดอยู่ภายในประเทศ แต่ยังเดินทางออกไปปรากฏอยู่ในเมืองสำคัญของโลกด้วย
จาก Saladin ถึง Muhammad Ali
จากป้อมสงครามสู่สัญลักษณ์ของ Cairo
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของสถานที่แห่งนี้อาจไม่ใช่ความงดงามของมัสยิดเพียงอย่างเดียว
แต่คือการได้เห็น ประวัติศาสตร์หลายยุคสมัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
Saladin สร้างป้อมปราการเพื่อปกป้องเมืองในยุคสงครามครูเสด
ต่อมา Citadel กลายเป็นศูนย์กลางอำนาจของสุลต่านและผู้ปกครองอียิปต์มาหลายร้อยปี
แล้วในศตวรรษที่ 19 Muhammad Ali Pasha ก็สร้างมัสยิดขนาดใหญ่ขึ้นบนพื้นที่แห่งนี้ เพื่อประกาศถึงยุคใหม่ของอียิปต์
ดังนั้น เมื่อเรายืนอยู่บนกำแพง Citadel และมองออกไปยังกรุงไคโร ภาพที่เห็นจึงไม่ใช่เพียงวิวของเมือง
แต่เป็นเสมือน ภาพพาโนรามาของประวัติศาสตร์อียิปต์
กำแพงหินคืออดีต
มัสยิดคือยุคเปลี่ยนผ่าน
และมหานครไคโรที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้าคือปัจจุบัน
Cairo — เมืองที่เวลาไม่เคยหยุดเดิน
การมาเยือน Cairo Citadel และ Muhammad Ali Mosque ทำให้รู้สึกว่า กรุงไคโรเป็นเมืองที่ไม่เคยเลือกว่าจะอยู่ในอดีตหรือปัจจุบัน
เพราะมันเลือกที่จะอยู่กับ ทั้งสองอย่างพร้อมกัน
เดินอยู่บนกำแพงโบราณ เรามองเห็นเมืองสมัยใหม่
เดินผ่านประตูมัสยิด เราเห็นงานศิลปะที่สร้างขึ้นเมื่อเกือบสองร้อยปีก่อน
เงยหน้ามองโดม เราเห็นสถาปัตยกรรมแบบออตโตมัน
และเมื่อมองออกไปไกลสุดสายตา เรากลับพบว่าเบื้องหน้าคือมหานครไคโรที่ยังคงมีชีวิต เคลื่อนไหว และเติบโตต่อไปทุกวัน
บางสถานที่ทำให้เราประทับใจเพราะความสวยงาม
แต่บางสถานที่ทำให้เราจดจำ เพราะมันทำให้เรา รู้สึกถึงเวลา
Cairo Citadel และ Muhammad Ali Mosque เป็นเช่นนั้น
สถานที่ที่ก้อนหินทุกก้อนดูเหมือนจะมีเรื่องเล่า
ทุกโดมมีประวัติศาสตร์
ทุกกำแพงผ่านผู้คนมานับไม่ถ้วน
และจากบนภูเขาแห่งนี้ เมื่อมองลงไปยังกรุงไคโร…
เราจะเข้าใจคำว่า “เมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต” ได้อย่างแท้จริง
Egypt : Cairo — Cairo Citadel & Muhammad Ali Mosque
อีกหนึ่งบทของการเดินทางในอียิปต์ ที่ไม่ได้พาเราเพียงไปชมสถานที่ แต่พาเราเดินย้อนผ่านกาลเวลาหลายศตวรรษในเวลาเดียวกัน
โฆษณา