18 ส.ค. เวลา 08:35 • ความคิดเห็น

วิ่งหนี...กำแพงความขี้ขลาด

บางครั้ง การไม่เปิดใจรับใครเข้ามาเป็นอีกครึ่งหนึ่งของชีวิต อาจถูกมองว่าเราใจร้ายกับตัวเองมากไป
ตีกรอบให้หัวใจหรือทำตัวเองให้อึดอัดเกินไปหรือเปล่า ?
คำถามเหล่านี้มักเกิดจากคนที่มองเข้ามา ไม่ใช่จากตัวเราเองที่มองชีวิตของตัวเอง
เพราะสิ่งที่คนอื่นมองว่าเป็น “กำแพง” สำหรับเรามันอาจเป็นเพียงวิธีปกป้องหัวใจในแบบที่เราเลือก
ความเข้มแข็ง ของคนๆหนึ่งไม่มีค่าพอในสายตาคนอื่นเลยหรือ..?
ทั้งที่เราพยายามใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมีเป้าหมายและรู้ความต้องการของตัวเอง คนรอบข้างกลับมองเห็นเป็นสิ่งที่ขาดแต่ไม่มองเห็นสิ่งที่เรามี
สังคมคุ้นชินกับการวัดความสมบูรณ์แบบ ผิวเผินจากเพียงแค่ การมีใครสักคนอยู่ข้างกายเป็นบรรทัดฐาน มีคู่คือความสุข...มีคนรักคือชีวิตที่สมบูรณ์...
จนบางครั้ง ความเข้มแข็งที่เรามีและการตั้งเป้าหมายในการใช้ชีวิตคนเดียว ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสมบูรณ์ในรูปแบบที่เราเลือกสรรแต่กลับถูกมองข้ามไป
ความรักระหว่างคนสองคนซับซ้อนเกินกว่าจะเริ่มต้นเพียงเพราะใครบางครั้งบอกว่า..“ถึงเวลาที่ต้องมีใคร” เพราะสำหรับใครบางคนการเริ่มต้นความสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่การเปิดรับใครบางคนเข้ามาแต่คือการมั่นใจว่าเราพร้อมจะมีใครมาเป็นสมองอีกซีกหรือแขนอีกข้างของเราจริงๆ
เมื่อคนหนึ่งเลือกวิ่งหนีแต่คนใกล้ตัวกลับพยายามผลักให้อีกคนวิ่งตาม...โดยไม่เคยถามคนที่วิ่งหนีว่า...สำหรับเขา นั่นคือการวิ่งหนีอะไร เขากลัวอะไร? หรือทำไมเขาตัดสินใจอย่างนั้นและไม่มีใครถามคนที่วิ่งตามว่า...เขาเหนื่อยแค่ไหนกับการพยายามไล่ตามคนที่ไม่เคยเลือกที่จะหันกลับมามอง
ยิ่งถูกปฏิเสธ ช่องว่างระหว่างคนสองคนยิ่งกว้างขึ้น เรารู้ว่าการปฏิเสธทำร้ายความรู้สึกและสร้างความเจ็บปวดให้เขาแต่การพูดว่า “ไม่” ให้ชัดเจนในวันนี้ อาจเจ็บกว่าการพูดว่า “ลองดู” แต่กลับเป็นความเจ็บที่มีวันจบ ในขณะที่การยื้อเวลาด้วยความลังเลอาจทำให้ต้องเจ็บซ้ำ ๆ โดยไม่มีวันรู้ว่าเมื่อไรจะสิ้นสุด
เราอาจถูกมองว่าใจร้ายเพราะเลือกปฏิเสธ
แต่ความจริงแล้วการปฏิเสธอย่างชัดเจนและเด็ดขาด อาจเป็นรูปแบบหนึ่งของความซื่อสัตย์ที่เรามอบให้เขาได้
เพราะเราไม่ควรดึงใครเข้ามาในชีวิต เพียงเพราะกลัวเขาเสียใจและไม่ควรฝืนให้ใครอยู่ต่อเพียงเพราะกลัวตัวเองถูกมองว่าเป็นคนใจร้าย
บางครั้ง...การวิ่งหนีไม่ใช่ความขี้ขลาด
และการวิ่งเข้าหาก็ไม่ได้แปลว่ากล้าหาญ
สิ่งที่อันตรายที่สุดอาจไม่ใช่การวิ่งหนีหรือวิ่งเข้าหาแต่อาจเป็นการที่คนหนึ่งวิ่งตามในขณะที่อีกคนรู้อยู่แล้วว่า…ไม่มีวันหยุดรอ
เพราะการไม่ฝืนในวันนี้ อาจเป็นวิธีเดียวที่ทำให้ ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องทนอยู่กับความเสียใจในวันข้างหน้า
โฆษณา