Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
WealthThink
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
Bruce Flatt มหาเศรษฐี 225,000 ล้านบาท เจ้าของฉายา Warren Buffett แห่งแคนาดา
เมื่อเอ่ยถึงชื่อของคุณ Warren Buffett เราก็มักจะนึกถึง ตำนานนักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล ผู้เป็นต้นแบบต่อนักลงทุนแทบจะทุกคน
ซึ่งก็เชื่อว่า น่าจะมีนักลงทุนอยู่จำนวนไม่น้อยทั่วโลก ตั้งความหวังในใจเอาไว้สูงแบบเงียบ ๆ กับตัวเองว่า อยากจะสร้างผลงานการลงทุนให้เป็นที่ประจักษ์ชัด
เพื่อจะได้รับการยกย่องจากผู้คนให้ขึ้นไปเทียบชั้นคุณ Warren Buffett ได้ในสักวันหนึ่ง
แน่นอนว่า มีอยู่หลายคนพยายามอย่างหนัก แต่ในเรื่องของความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้จริง ก็มักจะมีเพียงแค่คนจำนวนหยิบมือเดียวเท่านั้น ที่ประสบความสำเร็จมากพอ จะคู่ควรกับการยกย่องครั้งนี้
หนึ่งในนั้นก็คือชายคนหนึ่ง ในประเทศไม่ไกลจากสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับการสรรเสริญจากนักลงทุนระดับโลกด้วยกัน
ด้วยการสถาปนาให้เป็น “Warren Buffett แห่งแคนาดา” อย่างเต็มภาคภูมิ..
เรากำลังพูดกันถึง คุณ Bruce Flatt ผู้นำพาบริษัทนามว่า Brookfield Corporation ให้สามารถโกงความตาย และเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนวันนี้ก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งในอาณาจักรธุรกิจใหญ่ระดับโลกอีกด้วย
หากสงสัยว่า คุณ Bruce Flatt เป็นใคร และด้วยหลักการทำธุรกิจและการลงทุนแบบไหนกัน
ถึงทำให้ชื่อเสียงของเขา คู่ควรกับการยกย่องว่าเป็น Warren Buffett แห่งแคนาดา ได้อย่างสมเกียรติ
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
คุณ Bruce Flatt เกิดปี 1965 ที่ประเทศแคนาดา โดยมีคุณพ่อเป็นถึงผู้บริหารของบริษัทกองทุนรวมแห่งหนึ่ง
ด้วยสภาพแวดล้อมแบบนี้เอง จึงทำให้เขาได้ซึมซับกลิ่นอายของโลกการเงินและการลงทุน มาตั้งแต่ยังเล็ก
โดยหลังเรียนจบ เขาได้เริ่มต้นชีวิตการทำงานในสายนักบัญชี ก่อนที่ต่อมาจะเข้าร่วมกับกลุ่ม Brascan ซึ่งเป็นชื่อเดิมของ Brookfield ในปี 1990
Brascan ในตอนนั้น คืออาณาจักรธุรกิจที่แผ่กิ่งก้านไปทั่ว ตั้งแต่เหมืองแร่, ป่าไม้, พลังงาน ครอบคลุมไปถึงด้านอสังหาริมทรัพย์
โครงสร้างบริษัทจึงมีความซับซ้อนเกินไป แถมผู้บริหารยังได้ก่อหนี้สะสมเอาไว้จำนวนมหาศาลด้วย
จนเมื่อช่วงเศรษฐกิจถดถอยมาถึง บริษัทก็หมิ่นเหม่เกือบจะเจ๊งอยู่รอมร่อเหมือนกัน
สถานการณ์ในตอนนั้นเอง ทำให้กลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ยังมีไฟ และมองเห็นสินทรัพย์มีค่าที่ซุกซ่อนอยู่ในบริษัท ตัดสินใจช่วยกันลงมือเข้ากอบกู้
ผ่านการพยายามลดหนี้ โดยเริ่มจากขายกิจการที่ไม่ทำเงินทิ้งไป เหลือไว้แค่ธุรกิจที่ยังสร้างกำไรดีเท่านั้น
และพร้อมกันนั้นก็เข้าไปถือหุ้น เพื่อกุมบังเหียนบริษัทเอาไว้เอง..
โดยวิธีการก็คือ แทนที่พวกเขาจะใช้เงินมหาศาลเพื่อซื้อทั้งบริษัท พวกเขากลับเลือกช่วยกันลงขัน สร้างเป็นบริษัทร่วมทุน
แล้วจัดการออกแบบโครงสร้างหุ้นของบริษัทเสียใหม่ ให้มีสิทธิออกเสียงแบบพิเศษ สำหรับหุ้นของพวกเขาโดยเฉพาะ
ทำให้แม้ผู้บริหารกลุ่มนี้จะถือหุ้นเพียงประมาณ 20% ก็จะสามารถมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทได้เกินครึ่ง จนควบคุมทิศทางของบริษัทนี้ ไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ..
และเมื่อฝั่งตระกูลเจ้าของบริษัทเดิม เริ่มหมดไฟ ยอมถอนตัวออกไป ผู้บริหารกลุ่มนี้จึงกลายเป็นกลุ่มเจ้าของใหม่ตัวจริงอย่างสมบูรณ์
ซึ่งคุณ Bruce เอง ก็เป็นหนึ่งในคนกลุ่มนี้เช่นกัน และเขาก็ได้ฝากผลงานการช่วยกอบกู้บริษัทให้อยู่รอดเอาไว้ไม่น้อย
จนสามารถไต่เต้าขึ้นมาเป็น CEO ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้ในปี 2000
แต่แล้วบททดสอบครั้งสำคัญ ที่จะพลิกโชคชะตาชีวิตของเขา ให้ในอนาคต จะได้ถูกจดจำเป็นหนึ่งในแถวหน้าของโลกการลงทุนไปตลอดกาล ก็ได้เกิดขึ้น..
เช้าวันที่ 11 กันยายน 2001 อาคาร World Financial Center ที่ตั้งอยู่ในนิวยอร์ก ซึ่งบริษัทเป็นเจ้าของหลัก ได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากเหตุการณ์วินาศกรรม เพราะอยู่ใกล้กันกับตึกแฝดที่โดนเครื่องบินพุ่งชน
นักลงทุนทั่วโลกต่างพากันแตกตื่น จนเกิดการเทขายครั้งใหญ่ ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในแถบย่านนั้นร่วงลงไม่หยุด
เพราะคนส่วนใหญ่เชื่อกันว่า พื้นที่ทำเลทองเหล่านั้น จะไม่มีวันฟื้นกลับคืนมา เป็นศูนย์กลางอารยธรรมเศรษฐกิจของโลกนี้ได้อีกแล้ว..
แต่คุณ Bruce นั้น กลับมองต่างออกไป เพราะนอกจากเขาจะไม่แตกตื่นขายอสังหาริมทรัพย์ตามแล้ว เขากลับเลือกเข้ากว้านซื้อที่ดินทำเลงามเหล่านั้น เข้ามาเพิ่มให้บริษัทอย่างจุใจ
1
เพราะเขาเชื่อว่า สุดท้ายแล้ว เหตุการณ์เลวร้ายจะต้องผ่านพ้นไป แบบที่เคยเป็นมาเสมอตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ และนิวยอร์กก็จะต้องฟื้นกลับมาเป็นปกติได้อีกครั้ง
1
1
ซึ่งในที่สุด เวลาที่ผ่านไป ก็ได้พิสูจน์ว่าเขาคิดถูก เพราะวันนี้เอง พื้นที่เดียวกันตรงนั้น ซึ่งถูกเรียกว่า Brookfield Place ได้กลายมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางธุรกิจ ที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของมหานครนิวยอร์ก ไปเรียบร้อยแล้ว
ผลงานอันเป็นที่ประจักษ์นี้เอง ส่งผลให้ในปี 2002 คุณ Bruce ในวัยเพียงแค่ 37 ปี ก็ได้ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่ง CEO ของทั้งบริษัท ที่รับหน้าที่ดูแลธุรกิจทั้งหมดในเครือ
และในภายหลังจากนั้นเพียง 3 ปี บริษัทก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น “Brookfield”
1
Brookfield ภายใต้การนำของคุณ Bruce มีแก่นในการทำธุรกิจที่เรียบง่ายมาก ซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของบริษัท ตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้
นั่นก็คือ บริษัทจะลงทุนแต่ในเฉพาะ สิ่งที่โลกนี้ขาดไปไม่ได้..
สิ่งที่ขาดไปไม่ได้นี้ หาใช่บริษัทเทคโนโลยีสุดล้ำ ที่สร้างกระแสอันร้อนแรงได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว โดยยังหาความยั่งยืนไม่ได้
แต่กลับเป็น การเน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ต่อการอุ้มชูอารยธรรมของมนุษยชาติ
ไม่ว่าจะเป็น ตึกสำนักงานในย่านสำคัญ, โรงไฟฟ้า, ท่าเรือ, สนามบิน, ระบบการส่งน้ำ, ศูนย์ข้อมูล และพลังงานหมุนเวียน
ทั้งหมดนี้ ล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ผู้คนต้องใช้กันอยู่ทุกวัน ไม่ว่าเศรษฐกิจโลก จะรุ่งเรืองหรือตกต่ำแค่ไหนก็ตาม
1
ซึ่งด้วยการใช้หลักคิดแบบนี้นำทาง ก็ทำให้ทุกครั้งที่โลกเกิดวิกฤติ แทนที่บริษัท Brookfield จะกลัวเหมือนคนอื่นเขา
บริษัทกลับมองเห็นเป็นโอกาสทองในการเข้าซื้อของดี ๆ ราคาถูก ที่คนอื่นกำลังเทขายกัน เช่น
- วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ในปี 2008 Brookfield ทุ่มเงินเพื่ออุ้มบริษัท General Growth Properties เจ้าของห้างสรรพสินค้าใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐอเมริกา ที่ใกล้จะล้มละลาย
สุดท้ายกิจการนี้สามารถพลิกฟื้นกลับมาได้ และทำกำไรให้กับ Brookfield เกือบ 4 เท่า
- วิกฤติเศรษฐกิจบราซิล ในปี 2016 เมื่อ Petrobras บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของประเทศ มีปัญหาหนักจนต้องเทขายสินทรัพย์ล้ำค่า ออกมาเพื่อใช้หนี้
Brookfield จึงได้ทุ่มเงินกว่า 150,000 ล้านบาท ซื้อธุรกิจท่อส่งก๊าซความยาวกว่า 2,000 กิโลเมตร ที่เปรียบเป็นดั่งกระดูกสันหลังสำคัญ ต่อการหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจทั้งประเทศ
จะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติแบบไหน หรือจะเกิดขึ้นที่ไหนก็ตาม สิ่งที่ Brookfield เลือกทำ ก็แทบจะเหมือนเดิมมาตลอด
คือการมีหูตากว้างไกล และเข้าลงทุนในสิ่งที่สำคัญ ที่ผู้คนจะต้องใช้งานอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ดี-ร้ายอะไรก็ตาม
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวดีลการลงทุนสุดน่าทึ่งของบริษัท ก็ยังไม่จบแต่เพียงเท่านั้น เพราะยังมีอีกหมากสำคัญระดับสะเทือนวงการ ที่เรายังไม่ได้กล่าวถึง ระดับที่เรียกได้ว่า นักลงทุนในตำนานมาชนกับนักลงทุนในตำนานเลย..
เรื่องนี้เกิดขึ้นในปี 2019 เมื่อ Brookfield ก้าวเข้าสู่โลกแห่งวงการลงทุนด้านตราสารหนี้ ด้วยการทุ่มเงินจำนวนมหาศาล เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทแนวหน้าในวงการนี้ นามว่า “Oaktree Capital”
ชื่อนี้หลายคนฟังดูแล้ว คงจะรู้สึกคุ้นหูกันอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นหนึ่งในบริษัทกองทุนชื่อดัง ของคุณ Howard Marks นักลงทุนระดับตำนานอีกหนึ่งคนนั่นเอง
การจับมือกันครั้งนี้ เปรียบเสมือนการได้รวมเอาสองสำนักของปรมาจารย์ด้านการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ให้เข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน
และช่วยยกระดับ ให้บริษัทกลายมาเป็น หนึ่งในบริษัทบริหารสินทรัพย์ทางเลือก ใหญ่ระดับเบอร์ต้น ๆ ของโลก
และด้วยผลจากนโยบายการทำธุรกิจ ที่มีความสอดคล้อง ทนทานต่อกาลเวลา ผสานกันกับความกล้าสวนกระแสในช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่มีมุมมองที่มืดหม่นแบบนี้
ในวันนี้เอง Brookfield Corporation ของยอด CEO อย่างคุณ Bruce Flatt ก็สามารถเติบโตขึ้นมา
จนมีสินทรัพย์มากมายภายใต้การดูแล กระจายตัวอยู่ทั่วโลก คิดแล้วเป็นมูลค่ารวมสูงกว่า 33,000,000 ล้านบาท
และก้าวเข้าสู่ทำเนียบ อีกหนึ่งเสาหลักบริษัทต้นแบบแห่งโลกการลงทุน ที่มีนักธุรกิจรุ่นหลังจำนวนไม่น้อย อยากจะเป็นแบบนี้ให้ได้ ในสักวันหนึ่งเฉกเช่นเดียวกัน
อ่านมาถึงตรงนี้ เราก็น่าจะเข้าใจกันดีขึ้นแล้วว่า เส้นทางชีวิตและแก่นความคิดในการบริหารธุรกิจของชายที่ชื่อ Bruce Flatt มีความเรียบง่าย และน่าสนใจอย่างไร
จนถึงขนาดทำให้ผู้คน ต่างพากันยกย่องเขาไม่ขาดปากว่าเป็น Warren Buffett แห่งแคนาดา ตัวจริงเสียงจริง
หากเราลองวิเคราะห์เรื่องนี้ให้ลึกซึ้ง และแกะออกมาเป็นแก่นบทเรียนสำคัญ ก็จะเห็นเหมือนกันว่า แนวทางที่เขาเลือกทำจริง ๆ นั้น
ดูแล้วก็ไม่ใช่เรื่องสุดพิสดาร แบบยากเกินไปกว่าคนธรรมดาจะทำตามได้แต่อย่างใด
เพราะหลักการที่แท้จริง ก็ยังหนีไม่พ้นแก่นการลงทุนที่บรรดาตำนานนักลงทุนระดับโลก พร่ำสอนกันมาทุกยุคทุกสมัยแบบไม่รู้เบื่อ ซึ่งเราก็มักจะได้ฟังกันซ้ำ ๆ มาตลอด
นั่นคือ ลงทุนในสิ่งที่เราเข้าใจเป็นอย่างดี ในธุรกิจที่มีความสามารถจะอยู่รอดอย่างยั่งยืนไปอีกยาวนาน โดยแค่ซื้อตอนช่วงเวลาที่ราคาถูกกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น
และบังคับตนเอง ให้อดทนถือการลงทุนเหล่านั้นต่อไป ด้วยความเชื่อมั่น อย่างไม่คลอนแคลน..
#WealthPreservation
#กลยุทธ์ลงทุน
#BruceFlatt
References
-Bruce Flatt – CEO of Brookfield | In Good Company | Norges Bank Investment Management
-Catching Up With Power Investors Howard Marks and Bruce Flatt | At Barron's
-Lessons from a lifetime of investing and outperforming | Bruce Flatt
-
https://en.wikipedia.org/wiki/Bruce_Flatt
-
https://www.netinterest.co/p/the-new-conglomerates-1da
-
https://history.brookfield.com/history/
-
https://www.theglobeandmail.com/business/article-how-brookfield-snatched-bargain-assets-amid-brazil-panic/
-
https://bn.brookfield.com/press-releases/brookfield-acquire-62-oaktree-capital-management
-
https://www.cnbc.com/2024/05/01/microsoft-brookfield-to-develop-more-than-10point5-gigawatts-of-renewable-energy.html
-
https://blog.validea.com/brookfields-flatt-shares-secret-behind-3700-return/
-
https://www.forbes.com/profile/bruce-flatt/
หุ้น
การลงทุน
26 บันทึก
26
1
14
26
26
1
14
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย