วันนี้ เวลา 11:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไรดี เมื่อลาออกจากงาน? 🤔 อย่าเพิ่งรีบถอนเงินออก เพราะมีทางเลือกมากกว่าที่คิด!

เมื่อถึงวันที่ต้องลาออกหรือเปลี่ยนงาน นอกจากเรื่องเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ต่างๆ แล้ว อีกเรื่องที่มนุษย์เงินเดือนต้องตัดสินใจคือ วิธีจัดการกับเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)
1
หลายคนเลือกถอนเงินออกมา เพราะคิดว่าเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ไม่ยุ่งยาก แต่การถอนเงินออกมาอาจจะมีเรื่องภาษีมาเกี่ยวข้องและทำให้เราเสียโอกาสในการนำเงินก้อนนี้ไปเติบโตต่อเพื่อเป้าหมายเกษียณ
ความจริงแล้ว การลาออกไม่ได้หมายความว่าเราต้องถอนเงินจาก PVD ออกมาเสมอไป เพราะยังมีทางเลือกอื่นๆ ที่สามารถรักษาเงินก้อนนี้ไว้ลงทุนต่อได้ และในบางกรณีอาจช่วยลดหรือเลื่อนภาระภาษีได้ด้วย
วันนี้เราจะมาวิธีจัดการ PVD เมื่อลาออกจากงานประจำ หรือ เปลี่ยนงาน ซึ่งแต่ละวิธีก็มีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกันออกไป แนะนำให้เลือกวิธีที่เราได้ประโยชน์สูงสุดและเหมาะกับสถานการณ์ในตอนนั้นๆ
📌 กรณีไม่นำเงินออกจาก PVD
✨ คงเงินไว้ในกอง PVD เดิม
>> คงเงินไว้ใน PVD ตามเดิม โดยเราจะได้ผลประโยชน์จากการลงทุนต่อไปเรื่อยๆ แต่จะไม่ได้รับเงินสมทบจากนายจ้างอีกต่อไป
>> ยังได้รับใบรับรองหรือรายงานยอดเงินสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่คอยแจ้งยอดเงินในกองทุนตามรอบปกติ
>> อาจมีค่าธรรมเนียมการคงเงินไว้ไม่เกิน 500 บาทต่อปี
✨ โอนย้ายกองทุน PVD ไปที่บริษัทใหม่
>> หากบริษัทใหม่ มี PVD และกองทุนทั้งสองแห่งรองรับการโอน สามารถดำเนินการขอโอนย้ายไปอยู่รวมกันได้ โดยต้องตรวจสอบเงื่อนไขกับ HR และบริษัทจัดการกองทุน
>> ในการโอนจะต้องโอนเงินลงทุนในกองทุนเดิมทั้งหมด ไม่สามารถโอนแค่บางส่วนไปได้
✨ โอนไป RMF for PVD
>> ต้องโอนเงินลงทุนทั้งหมดไปที่กองทุน RMF for PVD ซึ่งเป็นกองทุนที่รับโอนจากกองทุน PVD โดยเฉพาะ
>> เมื่อโอนย้ายไปแล้วจะไม่สามารถย้ายกลับมาที่กองทุน PVD ได้อีก และต้องถือครองตามเงื่อนไข RMF for PVD จึงจะได้รับยกเว้นภาษีเมื่อขายคืน
>> ไม่สามารถนำยอดที่โอนไปลดหย่อนภาษีได้
>> สามารถสับเปลี่ยนกองทุนระหว่าง RMF for PVD ด้วยกันได้
📌 กรณีนำเงินออกจาก PVD เมื่อลาออกจากงาน
ตามเงื่อนไขของเงิน PVD จะยกเว้นภาษีทั้งจำนวน ถ้าออกจากงาน + อายุ มากกว่าหรือเท่ากับ 55 ปี + อายุสมาชิก มากกว่าหรือเท่ากับ 5 ปี
ดังนั้น ถ้าไม่เป็นไปตามเงื่อนข้างต้น จะต้องนำเงิน 3 ส่วนที่ได้รับมาเสียภาษีด้วย คือ เงินสมทบจากนายจ้าง, ผลประโยชน์ของเงินสะสม, และผลประโยชน์ของเงินสมทบ (เงินสะสมของลูกจ้าง ไม่ต้องเสียภาษี)
2
ถ้าต้องการเอาเงินกองทุนเมื่อออกจากงาน (แบบผิดเงื่อนไข) จะต้องเสียภาษี ซึ่งมีอยู่ 2 กรณี โดยดูจากอายุงาน
กรณีที่ 1 อายุงานไม่ถึง 5 ปี หรือ ออกจากกองทุนโดยไม่ออกจากงาน
จะต้องนำเงิน 3 ส่วนที่ได้รับมา มาคำนวณเป็นรายได้ 40(1) และนำไปรวมกับรายได้อื่นเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติ โดยไม่สามารถเลือกแยกยื่นได้
กรณีที่ 2 อายุงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
มีสิทธิเลือกได้ว่า จะนำเงินที่ได้รับไปคำนวณภาษีรวมกับรายได้อื่น หรือ นำไปคำนวณภาษีแบบแยกยื่นในรูปแบบใบแนบฯ และไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีกับรายได้อื่นๆ (วิธีนี้จะหักค่าใช้จ่ายกรณีพิเศษ อาจเสียภาษีต่ำกว่าการนำไปคำนวณรวมกับรายได้อื่น)
ทั้งนี้ วิธีที่ดีที่สุดของแต่ละคนในแต่ละช่วงเวลาก็คงไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตอนนั้นๆ เราควรพิจารณาวิธีที่ตัวเองได้ประโยชน์สูงสุด โดยดูทั้งค่าธรรมเนียม ความจำเป็นในการใช้เงิน ทางเลือกในการลงทุน และเป้าหมายการเงินของเราด้วย
#Cashury #ลงทุน #รู้เท่าธัน #ProvidentFund #ลาออก #ย้ายงาน #กองทุนPVD #มนุษย์เงินเดือน #ภาษี #บริหารเงิน #กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ #PVD #RMFforPVD #เกษียณ
โฆษณา