วันนี้ เวลา 00:00 • หนังสือ

Blockdit Originals คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ ตอน 32

ไม่ประสงค์ออกนาม : ช่วงนี้เป็นเทศกาลประกวดหนังสือรางวัลซีไรต์ คุณวินทร์เคยได้รับรางวัลซีไรต์สองครั้ง ช่วยเล่าประสบการณ์ท่อนนี้หน่อย
วินทร์ เลียววาริณ : ก่อนอื่นขอเล่าประสบการณ์แปลกๆ เรื่องหนึ่ง
สมัย 25-30 ปีก่อน การประกาศผลรางวัลซีไรต์เป็นข่าวใหญ่ของประเทศ ผู้สื่อข่าวทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์มักยกขบวนไปทำข่าวกัน สถานที่ประกาศผลคือโรงแรมโอเรียนเต็ล
1
ตอนที่ผมได้รับรางวัลซีไรต์รอบที่สอง นักข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งยื่นไมโครโฟนให้ผมตอบ เธอถามว่า “ช่วยบอกหน่อยว่ารางวัลซีไรต์คืออะไรคะ”
1
นักข่าวคนนั้นถูกสั่งให้มาทำข่าวโดยไม่รู้เลยว่าอะไรคือรางวัลซีไรต์ และไม่ทำการบ้านมาก่อนเลย!
1
ซีไรต์ (S.E.A. Write) ชื่อเต็มว่า Southeast Asian Writers Award หรือรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน เป็นรางวัลประจำปีที่มอบให้แก่นักเขียนและกวีในประเทศเอเชียอาคเนย์
1
รางวัลนี้ริเริ่มและก่อตั้งโดยคนไทยกลุ่มหนึ่งเมื่อปี 2522 ปีแรกที่ก่อตั้งมีห้าประเทศ ต่อมาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีสิบประเทศ โดยมีองค์กรนักเขียนของไทยทั้งหลายและโรงแรมโอเรียนเต็ลเป็นหัวหอก
1
ดังนั้นพิธีมอบรางวัล การแถลงข่าว และกิจกรรมเกี่ยวกับรางวัลทั้งหลายจึงจัดที่โรงแรมโอเรียนเต็ลเสมอ
1
แม้แต่ชื่อนักเขียนที่ได้รับรางวัลทุกคนก็ถูกสลักบนหินอ่อนที่ตึก Authors’ Lounge ของโรงแรมโอเรียนเต็ล แต่ไม่รู้ว่าปัจจุบันยังมีป้ายหินอ่อนพวกนี้หรือเปล่า
1
วิธีคัดสรรนักเขียนที่จะได้รับรางวัลนี้แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ บางประเทศเป็นการคัดนักเขียนแบบ life time acheivement เช่น สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ส่วนประเทศไทยใช้วิธีประกวดงานเป็นชิ้นๆ
บ้านเรามีประกวดงานวรรณกรรมสามตระกูลสลับกันคือ เรื่องสั้น นวนิยาย และบทกวี เวียนไปปีต่อปี เช่น ปีนี้ประกวดเรื่องสั้น ปีหน้าก็จะประกวดนวนิยาย
สมัยนั้นเปิดให้ส่งหนังสือเข้าประกวดตอนต้นปี เมื่อครบกำหนด กรรมการชุดแรกก็คัดเรื่องราวๆ 100 เรื่อง ให้เหลือ 5-6 เล่ม บางปีก็ 7 เล่ม ส่งต่อให้กรรมการชุดสุดท้ายตัดสินอีกที
ช่วงหลังเข้าใจว่าคัดมามากกว่า 7 เล่ม บางปีอาจสูงถึง 20 เล่ม ผมก็ไม่แน่ใจ เพราะไม่ได้ตามข่าวนานแล้ว
ในยุคก่อน พอประกาศผลราวๆ เดือนสิงหาคม ก็ถึงเทศกาลทุกขลาภ คือวิพากษ์วิจารณ์ถล่มกัน
อย่างที่บอก รางวัลซีไรต์เป็นข่าวใหญ่ของประเทศ การวิจารณ์งานแบบ ‘จัดหนัก’ เป็นเรื่องปกติ
งานเรื่องสั้น นวนิยายมักโดนถล่มมากหน่อย ส่วนงานบทกวีไม่ค่อยมีการถล่ม คงเพราะคนสนใจบทกวีน้อยกว่า
ในประวัติศาสตร์รางวัลซีไรต์ นักเขียนที่ได้รับเกียรติโดนถล่มมากที่สุดมีไม่กี่คน เช่น อัญชัน ปราบดา หยุ่น และ… ใครเสียอีกล่ะ! ก็ผมเอง!
1
ผมโดนจัดหนักไปสองรอบ ดังนั้นค่อนข้างมั่นใจว่าน่าจะเป็นนักเขียนซีไรต์ที่โดนมากที่สุด ในรอบแรกวิพากษ์กันมันมาก ผมได้รับคำชมว่าเป็น ‘อาชญากรทางปัญญา’ ก็ในรอบนี้
1
รอบที่สองก็เริ่มทันทีที่ผลประกาศออกมา เนื่องจาก สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน เป็นรวมเรื่องสั้นที่ผิดขนบเดิมตรงที่มีบทความแทรกอยู่ในทุกเรื่อง ทำให้มีคนเห็นว่ามันไม่ยุติธรรมที่ใช้บทความด้วย ฯลฯ
สนุกสนานครับ! โดยส่วนตัวผมว่าก็ดีนะ การวิพากษ์วิจารณ์ทำให้วงการวรรณกรรมคึกคัก ดีกว่าความเงียบของวงการหนังสือเหมือนป่าช้าในตอนนี้
1
ทีนี้มาเล่าเรื่องพิธีการรับรางวัล
ในสมัยผมก่อนถึงวันรับรางวัลซึ่งจัดเป็นงานกาลาดินเนอร์ มีกิจกรรมภาคบังคับหนึ่งสัปดาห์ นักเขียนที่ได้รับรางวัลทุกชาติต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน พักที่โรงแรมโอเรียนเต็ล กินอยู่ฟรี แล้วไปทำกิจกรรมตามที่ต่างๆ
ช่วงนั้นกินอาหารหรูทุกมื้อจนเบื่อ ต้องหนีออกไปกินข้าวแกงริมถนน
คืนสุดท้ายเป็นกาลาดินเนอร์ รับรางวัลจากพระหัตถ์สมาชิกพระราชวงศ์หรือตัวแทนพระองค์ พิธีเป็นทางการมาก คล้ายๆ พิธีรับปริญญา แต่ดูใหญ่กว่า
1
รับรางวัลแล้ว นักเขียนที่ได้รับรางวัลต้องขึ้นแท่นพูดปาฐกถา ตรงนี้ไม่สนุกแล้ว อินโทรเวิร์ดอย่างผมเจอสถานการณ์แบบนี้แล้วเครียดกว่าโดนวิจารณ์หนักๆ อีก
ไม่รู้ว่าสมัยนี้ยังจัดรูปแบบนี้อยู่หรือเปล่า เพราะห่างเหินจากงานเลี้ยงซีไรต์มานาน
รางวัลซีไรต์มาพร้อมกับเงินรางวัล จำนวนเงินขึ้นกับแต่ละปี หลักหมื่นถึงหลักแสน แต่ไม่รู้อีกนั่นแหละว่าตอนนี้ยังมอบเงินตอบแทนหรือเปล่า
สมัยนั้นการบินไทยซึ่งเป็นสปอนเซอร์รายหนึ่งของรางวัลซีไรต์ มอบตั๋วเครื่องบินชั้นบิซิเนสให้ผู้รับรางวัลทุกคน บินไปที่ไหนก็ได้ในหมู่ประเทศที่ร่วมซีไรต์
1
สิ่งที่ตามมากับรางวัลอีกอย่างหนึ่งคือการได้รับเชิญไปพูดตามสถาบันศึกษาต่างๆ ช่วงนั้นผมไปแทบทุกที่ (อาการอินโทรเวิร์ดยังไม่กำเริบ!) รวมทั้ง Japan Foundation ก็เชิญไปที่ญี่ปุ่นรางสองสัปดาห์ เดินสายวรรณกรรม
ก็เป็นประสบการณ์พิเศษครั้งหนึ่ง (ที่ถูกคือสอง) ในชีวิตนักเขียนคนหนึ่ง
สำหรับผม ประสบการณ์ซีไรต์คือการได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพงาน ผสมกับการเรียนรู้การรับมือกับคำวิพากษ์วิจารณ์
จากจุดเริ่มต้นเขียนหนังสือเพราะอยากเขียน จนมาถึงจุดที่เขาเชิญไปกินอาหารในโรงแรมดีที่สุดในโลก และมีชื่อสลักบนแผ่นหิน เป็นประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืมจริงๆ
อย่างไรก็ตาม รางวัลซีไรต์ไม่ใช่จุดสูงสุด มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเส้นทางอีกช่วงหนึ่ง เส้นทางที่ไม่อาจตัดสินคุณค่าได้โดยกรรมการไม่กี่คน มันตัดสินด้วยระยะเวลายาวนานแม้นักเขียนจากโลกไปแล้ว
การได้รับรางวัลวรรณกรรมเป็นประสบการณ์ที่ดี แต่ไม่ควรเป็นสิ่งที่ทำให้เหลิง
1
เพราะสิ่งที่ยากกว่ารางวัลก็คือความสามารถที่จะอยู่รอดจากอาชีพนักเขียนแท้ที่ยากขึ้นทุกที
1
โฆษณา