21 ส.ค. เวลา 08:27 • ธุรกิจ

⚖️ ผู้ก่อตั้ง Evergrande ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ปิดฉากอดีตมหาเศรษฐีที่เคยรวยที่สุดในเอเชีย

จากชายผู้เคยมีทรัพย์สินกว่า 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และสร้างอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน วันนี้ Hui Ka Yan ผู้ก่อตั้ง China Evergrande Group ถูกศาลเมืองเซินเจิ้นตัดสินจำคุกตลอดชีวิต พร้อมยึดทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด
คำตัดสินมีขึ้นหลัง Hui รับสารภาพต่อ 8 ข้อหาเมื่อเดือนเมษายน ครอบคลุมตั้งแต่การฉ้อโกงระดมทุน การรับฝากเงินจากประชาชนโดยผิดกฎหมาย การนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ การออกหลักทรัพย์โดยทุจริต ไปจนถึงการติดสินบน
Evergrande และบริษัทลูก Hengda Real Estate ยังถูกปรับรวมกันราว 15,800 ล้านหยวน ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องอีก 56 คนได้รับโทษจากคดีนี้ โดยอดีตผู้บริหารระดับสูง 5 คนถูกจำคุกตั้งแต่ 6–18 ปี
📈 จากมหาเศรษฐีแห่งวงการอสังหาฯ สู่การล่มสลายของ Evergrande
เรื่องราวของ Hui สะท้อนทั้งการทะยานขึ้นและการล่มสลายของยุคเฟื่องฟูในตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนอย่างชัดเจน
Hui ก่อตั้ง Evergrande ในปี 1996 ก่อนขยายบริษัทจนกลายเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ ท่ามกลางการขยายตัวของเมืองและความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนในปี 2017 Hui ขึ้นแท่นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย ด้วยทรัพย์สินประมาณ 45,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
แต่การเติบโตของ Evergrande ไม่ได้มาจากยอดขายบ้านเพียงอย่างเดียว หากยังขับเคลื่อนด้วยการกู้เงินจำนวนมหาศาล การซื้อที่ดินอย่างต่อเนื่อง และการนำเงินจากโครงการที่ขายล่วงหน้าไปใช้ขยายธุรกิจ
ตราบใดที่ราคาบ้านและยอดขายยังเพิ่มขึ้น ธุรกิจก็ยังเดินหน้าต่อไปได้ แต่เมื่อรัฐบาลจีนเริ่มควบคุมการก่อหนี้ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ความต้องการซื้อบ้านชะลอตัว กระแสเงินสดของ Evergrande จึงสะดุด บริษัทผิดนัดชำระหนี้ในปี 2021 หลังสะสมหนี้สินมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกลายเป็นสัญลักษณ์ของวิกฤตอสังหาริมทรัพย์จีน
💰 บทสรุปของ Hui แต่ไม่ใช่จุดจบของ Evergrande
แม้ศาลฮ่องกงมีคำสั่งให้ Evergrande เข้าสู่กระบวนการชำระบัญชีตั้งแต่ปี 2024 แต่การติดตามและขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินมาคืนเจ้าหนี้ยังเป็นไปอย่างล่าช้า
1
ณ เดือนสิงหาคม 2025 ผู้ชำระบัญชีขายทรัพย์สินได้เพียงประมาณ 255 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับมูลค่าการเรียกร้องของเจ้าหนี้ราว 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ยังมีการดำเนินคดีเพื่อติดตามทรัพย์สินในต่างประเทศ รวมถึงเงินปันผลและค่าตอบแทนราว 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เคยจ่ายให้ Hui และอดีตผู้บริหารรายอื่น
แม้คำตัดสินครั้งนี้จะปิดฉากเส้นทางของ Hui Ka Yan แต่เรื่องราวของ Evergrande ยังไม่จบ เพราะยังมีคำถามสำคัญว่า เจ้าหนี้จะได้เงินคืนมากน้อยเพียงใด การจัดการทรัพย์สินและหนี้สินที่เหลือจะดำเนินไปอย่างไร และความเชื่อมั่นของผู้ซื้อบ้านจะกลับคืนมาได้เมื่อใด
🏚️ ปัญหาที่ลุกลามไปยังเศรษฐกิจจีน
กรณี Evergrande ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของบริษัทที่ก่อหนี้มากเกินไป แต่ยังสะท้อนข้อจำกัดของ รูปแบบการเติบโตที่ภาคอสังหาริมทรัพย์จีนพึ่งพามาเป็นเวลานาน ทั้งการกู้ยืม การซื้อที่ดิน และการขายบ้านล่วงหน้าเพื่อนำเงินไปหมุนเวียนพัฒนาโครงการใหม่
เมื่อยอดขายและราคาที่อยู่อาศัยชะลอตัว ผลกระทบจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ขยายไปยังผู้ซื้อบ้าน เจ้าหนี้ ธนาคาร บริษัทก่อสร้าง ผู้ผลิตวัสดุ รวมถึงรัฐบาลท้องถิ่นที่พึ่งพารายได้จากการขายที่ดิน
ขณะเดียวกัน ความอ่อนแอของตลาดที่อยู่อาศัยยังกระทบต่อความมั่งคั่งของครัวเรือนจีน เนื่องจากบ้านเป็นสินทรัพย์สำคัญของคนจำนวนมาก เมื่อราคาบ้านลดลงและความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น ครัวเรือนจึงระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และยิ่งกดดันอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
ดังนั้น โจทย์สำคัญของจีนในระยะต่อไปคือ การจัดการปัญหาหนี้และฟื้นความเชื่อมั่นในตลาดที่อยู่อาศัย โดยไม่สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อการลงทุนและการบริโภค
1
แม้คำตัดสินจำคุกตลอดชีวิตจะปิดฉากเส้นทางของ Hui Ka Yan แต่ผลกระทบจากการล่มสลายของ Evergrande ยังสะท้อนถึงความท้าทายที่จีนต้องเผชิญในการฟื้นฟูภาคอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า
เรื่องและภาพ: พรปวีณ์ ธรรมวิชัย & อาชวี เอี่ยมสุนทรชัย Economist, Bnomics
════════════════
Making Economics Easy for Everyone
เปลี่ยนเรื่องเศรษฐกิจให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน
════════════════
#Evergrande #China #realestate #เศรษฐกิจ #จีน #ธนาคารกรุงเทพ #Bnomics #BBL #BangkokBank
โฆษณา