คำถามคือท่ามกลางตลาดกาแฟที่แข่งขันกันดุเดือด ทำไม Blue Bottle Coffee ถึงเลือกประเทศไทย และทำไมสาขาแรกถึงต้องเป็น Central Park ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟังค่ะ
หากย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น Blue Bottle Coffee ถือกำเนิดขึ้นที่เมือง Oakland, California สิ่งที่สร้างชื่อให้แบรนด์มาตลอดคือความสดและคุณภาพของกาแฟ ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ด การคั่ว ไปจนถึงวิธีการชง
อีกเรื่องที่เห็นได้ชัดคือ แบรนด์ไม่ได้เลือกทำเลจากจำนวนคนเดินผ่านเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับคาแรกเตอร์ของพื้นที่และ Community รอบข้าง
หากย้อนดูสาขาแรกในโตเกียว ตั้งอยู่ที่ Kiyosumi-Shirakawa จากย่านโกดังเก่าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านกลายเป็นย่านกาแฟและ Creative Community
ส่วนในโซล เลือก Seongsu อดีตย่านอุตสาหกรรมที่วันนี้กลายเป็นหนึ่งในย่านไลฟ์สไตล์และ Creative Community ที่ฮอตที่สุดในเกาหลีใต้
แล้วถ้ามองกลับมาที่กรุงเทพฯ การเลือก Central Park ก็มีเหตุผลในเชิงเดียวกัน เพราะทำเลนี้ตั้งอยู่ใจกลาง Bangkok CBD รายล้อมด้วยสำนักงาน ที่อยู่อาศัย โรงแรม และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
ขณะเดียวกันยังอยู่ติดกับสวนลุมพินี และเชื่อมต่อกับ Dusit Arun at Central Park ซึ่งเป็น Roof Park ขนาดใหญ่ของโครงการ
ทำเลนี้จึงมีทั้งความเป็น Urban Lifestyle และ Green Space อยู่พร้อมกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ Blue Bottle Coffee เลือกโลเคชันในหลาย ๆ เมืองใหญ่ทั่วโลก
อีกหนึ่งในไฮไลต์คือ Blue Bottle Coffee สาขา Central Park เป็นแห่งแรกใน Southeast Asia ที่ได้ “Kyoto Style Espresso Tap Bar” แบบเต็มรูปแบบ มาพร้อมหัวแท็ปถึง 5 หัว ซึ่งปกติจะมีแค่ในบางสาขาของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นเท่านั้น
จุดเด่นของระบบนี้คือความแม่นยำและความสม่ำเสมอของกาแฟ ทำให้กาแฟแต่ละแก้วมีรสชาติและคุณภาพที่คงเส้นคงวา ช่วยรักษามาตรฐานของ Blue Bottle Coffee ไม่ว่าจะดื่มที่สาขาใดในโลกก็ตาม
หากใครที่กำลังจะไปลอง ไม่อยากให้พลาดเมนู Signature อย่าง “NOLA” หรือกาแฟเย็นสไตล์นิวออร์ลีนส์ ซึ่งชื่อ NOLA ย่อมาจากชื่อเล่นของเมือง New Orleans, Louisiana ต้นกำเนิดสไตล์กาแฟชนิดนี้