21 ส.ค. เวลา 23:05 • ประวัติศาสตร์

หนึ่งในเรื่องที่แอดมินคิดว่าไม่ค่อยมีคนยอมรับความจริงก็คือบ้านเราเคยมีซ่องโสเภณีครับ

บางคนบอกว่าการนำเรื่องแนวนี้มาเขียนเป็นการทำลายชื่อเสียงของจังหวัด ไม่ควรนำมาเผยแพร่
แอดมินขออนุญาตเรียนให้ทราบว่า หญิงค้าบริการทางเพศในลำปางอย่างเป็นทางการนั้นมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 หรือช่วงที่ฝรั่งเข้ามาทำการค้าไม้ในลำปางแล้วครับ
แต่ที่ไม่เป็นทางการคือซ่องหน้าคุ้มหลวง หรือตลาดหลักเมืองทุกวันนี้ในสมัยรัชกาลที่ 4
ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 25 ธันวาคม 2482 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จะเริ่มขึ้น รองนายพลตรีพระยาอมรวิสัยสรเดช ผู้แทนราษฎรเขตต์จังหวัดลำปาง ได้ตั้งกระทู้ถามในรัฐสภาเรื่องการควบคุมหญิงโสเภณีว่า รัฐบาลมีนโยบายที่เลิกการควบคุมหญิงโสเภณีหรือไม่ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลในทางนี้
หากไปดู จ.เชียงใหม่ เขาทำไว้พร้อมเลยนะครับว่าอดีตเขาเคยมีโรงภาพยนตร์กี่แห่ง ซ่องโสเภณีกี่ที่
LampangTimes สืบค้นตามบันทึกว่าลำปางครั้งหนึ่งนอกจากจะเป็นศูนย์กลางด้านค้าขายแล้ว สิ่งที่ตามมาเมื่อฝรั่งเข้ามาได้สัมปทานค้าไม้ก็คือโสเภณีครับ
อย่างไรก็ตามแอดมินแนะนำให้อ่าน
สงครามโลกครั้งที่ 2 เปลี่ยนลำปางไปตลอดกาล
เสรีไทยลำปางในสงครามโลกครั้งที่ 2
เพื่อจะได้เข้าใจบริบทสังคมลำปางสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ครับ
หนังสือ “ย้อนมิตินครลำปางในกาลอดีต” เขียนโดย ชัยวัฒน์ ศุภดิลกลักษณ์ หรือคุณลุงอ๊อด บทที่ 6 เรื่องการค้าฝิ่น หน้าที่ 309 หมวดที่ 9.4 บทบาทของฝิ่นในนครลำปาง ท่านเขียนดังนี้ครับ
“ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ขบวนเสรีไทยในนครลำปางต้องหาข่าวกรองในภาวะสงคราม ซึ่งต้องอาศัยจากโรงยาฝิ่นและจากแหล่งสถานที่ที่ทำการค้าประเวณี ซึ่งมักตั้งอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ โรงยาฝิ่น มีผู้หญิงบริการโดยใช้วิธีเดินสายแลกหญิงบริการกันระหว่างแต่ละแหล่งเพื่อบริการแก่ทหารญี่ปุ่น เช่น สถานค้าบริการย่าเส่ง ป่าขาม ปู่เนี้ยวรถม้า สวนดอก บ้านปู่เขียน เขียวเรือบิน บ้านดอกไม้ อีแก้วได้ผัวดี และแก้วระเบิด เป็นต้น อันเป็นแหล่งข่าวอย่างดีต่อขบวนการเสรีไทย "
นี่เป็นหลักฐานยืนยันว่าลำปางเคยมีซ่องโสเภณีมาก่อนที่วัยรุ่นยุค 90 จะรู้จัก “ย่าศร”
ข้อมูลต่อไปนี้ แอดมินพยายามค้นหาว่า “ย่าเส่งป่าขาม ปู่เนี้ยวรถม้าสวนดอก บ้านปู่เขียน เขียวเรือบิน บ้านดอกไม้ อีแก้วได้ผัวดี และแก้วระเบิด ย่าเส่งป่าขาม” มีบันทึกไว้ในที่ใดหรือไม่
อย่าพยายามถามว่าข้อมูลที่แอดมินนำมาเขียนนี้มาจากแหล่งใดครับ แอดมินเกิดไม่ทัน และถ้าท่านคิดว่าลำปางอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ เชิญท่านรออ่านเรื่องเก่าในอดีตเรื่องอื่นครับ
#ย่าเส่ง ชื่อนี้แกเป็นแม่เล้าหรือเจ้าของสำนักการค้าประเวณีที่มีชื่อเสียงในย่านป่าขาม ซึ่งในอดีตป่าขามเป็นชุมชนและย่านค้าบริการท้องถิ่นที่สำคัญแห่งหนึ่งของลำปาง สถานบริการของย่าเส่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คหบดี พ่อค้า และกำลังพลทหารที่เข้ามาประจำการในพื้นที่
#ซ่องปู่เบี้ยวรถม้า (บ้างว่าปู่เนี้ยว) ปู่เบี้ยวเริ่มต้นเป็น “สารถีในตำนาน"คนขี่รถม้าลำปางยุคเก่าที่มีตัวตนจริงและถูกกล่าวขานในฐานะผู้เชี่ยวชาญเส้นทางยามค่ำคืน ในยุคสงคราม รถม้าคือยานพาหนะหลัก ปู่เนี้ยวหรือปู่เบี้ยวและกลุ่มสารถีรถม้าจึงทำหน้าที่เป็นผู้นำทางพาทหารญี่ปุ่น พ่อค้า และนักท่องราตรีไปยังสถานบริการหรือ "บ้านดอกไม้" ต่างๆ ในเมือง หลังๆมาปู่เบี้ยวเปิดซ่องของตัวเอง เป็นที่รู้จักกันว่าซ่องปู่เบี้ยวรถม้า ตั้งอยู่ที่ ต.สวนดอก ส่วนซ่องปู่เขียนอยู่ตลาดจีนครับ
#บ้านดอกไม้ อยู่ย่านสวนดอกต่อมาชื่อซ่องกลายเป็นคำสแลงหมายถึงสถานบริการทางเพศในลำปาง คล้ายกับคำว่า “โคมเขียว” ซึ่งกระจายตัวอยู่ในย่านเศรษฐกิจหลัก เช่น ย่านสบตุ๋ย (รอบสถานีรถไฟ) ย่านป่าขาม และย่านกาดกองต้า
#อีแก้วได้ผัวดี นี่เป็นเรื่องเล่าในทุ่งลาเวนเดอร์เกี่ยวกับซ่องท้องถิ่นถุงหญิงสาวชื่อ "แก้ว" หญิงให้บริการในสำนักค้าประเวณีลำปางยุคสงครามโลก ที่โชคดีได้พบรักกับนายทหารหรือคหบดีมีฐานะ จนได้แต่งงานออกไปมีชีวิตใหม่ที่สุขสบาย
ก่อนปี 2500 เรื่องอีแก้วได้ผัวดีกลายเป็นค่านิยมและความหวังของหญิงขายบริการ เรื่องราวของ "อีแก้ว" ถูกพูดถึงจนกลายเป็นคำเปรียบเปรยและสะท้อนความหวังของหญิงบริการในยุคนั้น ที่ต้องการหลุดพ้นจากวงการผ่านการพบรักกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการครับ
แต่ในอีกบันทึกหนึ่งบอกว่า อีแก้วได้ผัวดีคือชื่อซ่องโสเภณีครับ
ทั้งนี้ ชื่อซ่องที่กล่าวถึงทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงที่ทหารญี่ปุ่นเข้ามาตั้งกองรบในลำปาง หลังสงครามโลกสงบบรรยากาศในลำปางก็เงียบเหงาทำให้สถานบริการทางเพศทยอยปิดไป
จริงๆแล้วโสเภณีเป็นอาชีพเก่าแก่ที่สุดในลำดับต้นๆของโลกนะครับ มีมาตั้งแต่สมัยกรุงโรม การยอมรับว่าลำปางเคยมีซ่องโสเภณีนั้น แม้จะไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจปัจจุบันดีขึ้น แต่เป็นการทำให้ประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เชื่อมร้อยกัน
แหล่งข้อมูลที่ใกล้เคียงในการระบุถึงซ่องโสเภณีช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีดังนี้ครับ
1. หนังสือ The Southern Railways in the Shadow of the Rising Sun
งานนี้ถูกอ้างถึงว่าเป็นแหล่งข้อมูลหลักเกี่ยวกับการจัดตั้งสถานบริการทางเพศสำหรับทหารญี่ปุ่นในลำปาง โดยบทความวิชาการระบุชื่อผู้เขียนภาษาไทยว่า Puengthip Kiattisahakul และอ้างข้อมูลไว้ที่หน้า 231
ข้อมูลที่ถูกนำมาอ้างถึงกล่าวถึงการประชุมวันที่ 23 มีนาคม 1942 หรือ พ.ศ. 2485 เรื่องการเปิดสถานที่ให้บริการทางเพศแก่ทหารญี่ปุ่นในลำปาง รวมทั้งอัตราค่าบริการและการแบ่งรายได้ระหว่างผู้จัดการกับหญิงบริการ
2. บทความ “Life during wartime and memories of World War II in the Thai novel, Chungking Sexpress”
บทความของ Hattakarn Areesilp ตีพิมพ์ในวารสาร Asian Review ปี 2016 เป็นงานวิชาการที่ศึกษานวนิยาย ไม่ใช่งานประวัติศาสตร์ลำปางโดยตรง แต่มีเนื้อหาสรุปและอ้างหลักฐานเกี่ยวกับสถานบริการทางเพศในลำปางอย่างละเอียด
ประเด็นสำคัญที่บทความนี้กล่าวถึงคือสถานที่ Yunghing Hotel หรือโรงแรมหยุงเฮง
หยุงเฮงเป็นโรงแรมที่มีเจ้าของเป็นชาวจีนตั้งอยู่ในลำปางและให้บริการแก่ทหารญี่ปุ่นในช่วงสงคราม
มีการอ้างถึงบันทึกการประชุมวันที่ 23 มีนาคม 1942 เกี่ยวกับการเปิดสถานที่ดังกล่าว
บทความระบุว่าผู้เขียนนวนิยายค้นหาแบบแปลนของโรงแรมจากเทศบาลลำปาง และเชื่อมโยงสถานที่กับพื้นที่บริเวณสะพานรัษฎา ถนนสวนดอก และถนนบุญวาทย์
3. วิทยานิพนธ์ โสเภณีกับนโยบายของรัฐบาลไทย พ.ศ. 2411–2503
วิทยานิพนธ์ของ ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 1983 ไม่ได้เน้นจังหวัดลำปาง แต่มีประโยชน์สำหรับวางบริบททางกฎหมายและนโยบายของรัฐไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
วิทยานิพนธ์แบ่งการศึกษาเป็นช่วง พ.ศ. 2411–2463, 2464–2487 และ 2488–2503 โดยช่วงหลังครอบคลุมสงครามโลกครั้งที่ 2 และอธิบายระบบการจดทะเบียนหญิงบริการ สำนักโสเภณี กฎหมายป้องกันสัญจรโรค และการเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบสถานบริการที่แอบแฝง
#LampangTimes
#ซ่องโสเภณี
โฆษณา