Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
311
•
ติดตาม
22 ส.ค. เวลา 13:38 • บันเทิง
เรื่องสั้นชวนพิศวง
ตอนที่ 2
ช่วงนึงของชีวิตแม่มีช่วงที่บ้านแตกสาแหลกขาด แม่เลิกกับพ่อ จนต้องหอบกระเตงลูกน้อยกลับมาอยู่กับตาที่บ้านเกิด ตอนนั้นน้องสาวผมน่าจะอายุซักขวบนิดๆได้
ตั้งแต่ย้ายกลับมาอยู่บ้านตา น้องสาสก็เหมือนจะร้องไห้ทุกคืน ทั้งที่แต่ก่อนก็ไม่เคยเป็น ฟ้ามืดลงก็เอาเลย ลากยาวไปสามสี่ทุ่มทุกวัน
พอร้องหนักเข้าทุกวันๆตาเองก็ทนไม่ไหว ด้วยความที่ตาก็เกลียดพ่อเป็นทุนเดิม พ่อแม่หอบลูกกลับมาก็สรรหาแต่คำด่าสารพัดมาด่าแม่ทุกวันอยู่แล้ว
พอน้องสาวเป็นแบบนี้ก้ยิ่งรำคาญไปใหญ่ ลูกไอ้อย่างนั้นลูกไอ้อย่างนี้ หนักเข้าก็ไล่ให้ไปตายทั้งแม่ลูก
ตอนนั้นแม่สภาพจิตใจก็ย่ำแย่มากบวกกับแกยังไม่หายขาดจากอาการประสาทหลอน จากความเครียดเรื่องครอบครัวที่แกเคยเป็นจนถึงขั้นต้องรับยาประจำ ก็พวกยาจิตเวชนั่นแหละ
คืนนั้นแม่เล่าให้ฟังว่า ดึกแล้วน่าจะสามทุ่มได้ น้องสาวก็ร้องไห้ไม่หยุดเสียงดังมาก ป้อนนมให้ก็ไม่กิน ตาเองก็คงรำคาญสุดจะทน เลยตะโกนด่าเสียๆหายๆอย่างเคย ก่อนจะลงท้ายว่ามึงพากันไปตายทั้งแม่ทั้งลูกเลยไปพวกฉิบหาย
แม่ทั้งเสียใจทั้งโมโห แกอุ้มเอาน้องสาวใส่ผ้าขาวม้าคาดอก เดินออกจากบ้านไปในคืนนั้นเลย
ในใจแกจะพาน้องสาวไปนอนที่กระท่อมนา ระยะห่างบ้านประมาณสามกิโลได้ มืดหน่อยไกลหน่อยแต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องมาทนให้ใครเหยียบย่ำซ้ำเติมแม่ว่าอย่างนั้น
เสียงหมาเริ่มเห่ากันระงมจนตั้งแต่ออกจากบ้านถึงท้ายหมู่บ้าน แม่น้องสาวไว้ที่เดินออกสู่ท้องทุ่งที่แกคุ้นเคย น้องสาวจากที่ร้องไห้ก็เริ่มเงียบแล้วหลับไป
แม่เดินออกมาเรื่อยๆเริ่มปวดบ่าแล้ว หนื่อยก็เหนื่อย
เพราะต้องเดินบุกทางที่เป็นดินทรายมาตลอด จนมาถึงโคนต้นสมอใหญ่ที่มีจอมปลวกล้อมรอบ แม่นั่งลงพักข้างทางเดินแล้วปลดผ้าขาวม้าออกจากบ่า ว่าน้องสาวลงที่พื้นหญ้านุ่มๆโดยมีผ้าขาวม้าปูรอง นั่งพักพอให้หายเหนื่อย
แสงจันทร์คืนเดือนหงายส่องลอดใบไม้ทำให้เห็นใบหน้าน้องสาวตัวน้อยนอนแก้มตุ่ย แม่คิดทบทวนถึงชีวิตที่ผ่านมา ชีวิตที่เคยมีความสุข มีธุรกิจ มีครอบครัวอยู่พร้อมหน้า หันมองหน้าลูกสาวแล้วก็ร้องไห้
แม่ขอโทษนะลูก
แกบอกว่าไม่รู้ผีห่าตัวใหนมันดลใจ ถึงทำให้แกตัดสินใจแบบนั้น
แกอุ้มน้องสาวลงวางบนพื้นหญ้านแล้วหยิบเอาผ้าขาวม้าปีนขึ้นไปบนต้นสมอใหญ่
เหมือนโลกทั้งใบมันดับไปแกบอก หูมันอื้อไม่ได้ยินเสียงอะไร รู้สึกตัวอีกทีแกก็อยู่บนกิ่งใหญ่ของต้นสมอ ผ้าที่ถือขึ้นมาด้วยก็ถูกจัดแจงผูกไว้กับกิ่งด้านบนซะเรียบร้อยแล้ว
แกบอกว่าทุกอย่างเหมือนมันเป็นไปเอง ความเสียใจ น้อยใจ เจ็บปวดที่สุดแบบที่ไม่เคยเป็น ทำให้แม่ตัดสินใจแบบนั้น
ในขณะที่แม่กำลังตัดสินใจจากโลกใบนี้ไป ก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากโคนต้นสมอด้านล่าง
เสียงน้องสาวตัวน้อยหัวเราะคิกคักราวกับกำลังหยอกล้อกับใครอยู่ เสียงนั้นเหมือนปลุกให้แกตื่นจากภวังค์ แกก้มลงไปมองด้านล่างตรงที่วางน้องสาวไว้ น้องสาวกำลังนั่งหัวเราะคิกคักและหยอกล้อกับยายแก่คนนึงที่นั่งยองๆมีผมขาวโพลนไปทั้งหัว
ยังไม่ทันที่แกจะสงสัยว่ายายคนนั้นเป็นใครแกก็เงยหน้าขึ้นมา
“ขึ้นไปทำไมลูกเอ้ย”
ยายแก่คนนั้นตะโกนขึ้นมา พลางทำมือทำหยอกล้อกับน้องสาวไปด้วย
ยายจันทร์หรือเปล่า แกรู้สึกคับคล้ายคับคลา
ดึกขนาดนี้แกมาทำอะไรแม่คิดในใจ
ความคิดแกสับสนปนเปกันไปหมด
ลงมาเถอะลูกเอ้ย ลูกสาวยังเล็กอยู่เลย อย่าปล่อยลูกไว้คนเดียวค่ำมืดแบบนี้ พาอีหล่าน้อยกลับบ้านเร็วลูก
เสียงยายคนนั้นตะโกนขึ้นมาอีก
ฉับพลันเหมือนสติและาำนึกกลับคืน แม่ปีนลงจากต้นไม้พลางร้องไห้ไปพลาง
ทำไมแม่คนนี้ถึงใจดำกล้าจะทิ้งลูกได้ลงคอ
แม่รีบปีนลงมาจากต้นสมอ เสียงหัวเราะหยอกล้อคุยกันอ้อแอ้ก็ยังดังได้ยินอยู่เป็นระยะ จนแม่ลงมาถึงพื้นก็เห็นน้องสาวนั่งเล่นอยู่คนเดียว
ยายจันทร์แกไปใหนแล้ว แม่ก็รู้สึกงงๆเล็กน้อย แต่ว่าข้างทางลงไปก็เป็นที่นาของแกนั่นแหละ ยายจันทร์แกคงจะเดินกลับไปที่กระท่อมนาของแกแล้วละมั้งแม่คิด
พอสติกลับมาก็คิดทบทวนถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ แม่ตัดสินใจเดินกลับไปในทางที่แม่เพิ่งเดินมาทางที่จะมุ่งตรงไปหมู่บ้านในหัวก็สับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้ำตาก็ยังไหล ร้องไห้ไปเดินไป
ออกจากตรงนั้นมาสักพักก็นึกนึกขึ้นได้
แล้วขนก็ลุกไปทั้งตัว แทบอยากจะร้องออกมาดังๆ
ยายจันทร์แกโดนควายขวิดตายตรงโคนต้นสมอนั้นเมื่อสักสามสี่ปีที่แล้วเห็นจะได้… ตัวแม่เองนั่นแหละที่ดันลืมไปเอง
เรื่องลี้ลับ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย