23 ส.ค. เวลา 16:59 • ไลฟ์สไตล์

เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมในชีวิตนี้ เราถึงอ่านหนังสือฮาวทูเรื่องความรักมาก็เยอะ ดูซีรีส์โรแมนติกมาก็แสนเกือบทุกเรื่อง แต่พอถึงเวลาที่ต้องมานั่งแก้โจทย์ความสัมพันธ์ของตัวเองจริงๆ

สิ่งที่เราเคยเรียนรู้มากลับใช้ไม่ได้ผลเลยสักอย่าง?
​นั่นก็เพราะ "ความรัก" เป็นวิชาเดียวในโลกที่ไม่มีตำราเล่มไหนเขียนสมการสำเร็จรูปไว้ให้เราค่ะ
ในโลกของการเติบโต เรามักจะถูกปลูกฝังว่าถ้าทำตามสูตรนี้ ผลลัพธ์จะเป็นแบบนั้น เรียนจบ ทำงาน ตั้งตัว มีแฟน แล้วก็แต่งงาน แต่พอเป็นเรื่องของหัวใจ กฎเกณฑ์พวกนั้นกลับพังทลายลงสิ้นเชิง
บางคนบอกว่าคู่ที่ดีต้องเข้าใจกันทุกเรื่อง
แต่เอาเข้าจริง เรากลับเห็นหลายคู่ที่คิดไม่เหมือนกันเลยสักอย่าง แต่กลับจับมือกันรอดผ่านทุกมรสุม หรือบางตำราบอกว่ารักแท้คือการเสียสละ แต่ถ้าเสียสละจนลืมรักตัวเอง วันหนึ่งมันก็กลายเป็นความ toxic ที่กลืนกินเราอยู่ดี
​ผู้หญิงเราหลายคนมักจะตกหลุมพรางของการพยายามเป็น "คนที่ใช่" ตามมาตรฐานสังคม หรือพยายามกรอบความสัมพันธ์ให้เป็นไปตามจังหวะเวลาของคนอื่น เช่น ต้องแต่งงานก่อนอายุเท่านี้ ต้องคุยกันทุกวัน ต้องเปิดเผยทุกเรื่อง แต่ยิ่งเราพยายามไล่ตามสูตรสำเร็จมากเท่าไหร่ เรายิ่งรู้สึกเหนื่อยและสูญเสียความเป็นตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
ความจริงที่แสนหวานและเจ็บปวดไปพร้อมๆ กันก็คือ ทฤษฎีความรักของแต่ละคนถูกเขียนขึ้นด้วยภาษาที่ไม่เหมือนกันเลย
รักของเราอาจหมายถึงการนั่งเงียบๆ ในห้องเดียวกันโดยไม่รู้สึกอึดอัด รักของเขาอาจหมายถึงการขับรถมารับตอนเลิกงาน หรือรักของอีกคนอาจเป็นการซัพพอร์ตให้ต่างฝ่ายต่างได้ออกไปเติบโตในเส้นทางของตัวเอง
บทเรียนความรักของคนอื่นจึงเป็นได้แค่ "ตัวอย่าง" ไม่ใช่ "คำตอบ" ที่เราจะก๊อปปี้มาวางในชีวิตเราได้
​ไม่มีสูตรคูณไหนที่คูณด้วยความอดทนแล้วจะได้ผลลัพธ์เป็นความสุขเสมอไป และไม่มีตำราเล่มไหนบอกได้ว่าเราต้องให้อภัยกี่ครั้งถึงจะพอดี
ดังนั้น เลิกเอาความสัมพันธ์ของตัวเองไปเปรียบเทียบกับคู่ของใครในโซเชียลมีเดียได้แล้วค่ะ วิชาความรักมันไม่มีการสอบตกหรือสอบผ่าน ไม่มีคะแนนเกียรตินิยม มีแค่เรากับคนข้างๆ ที่ต้องช่วยกันออกแบบ "หลักสูตรเฉพาะกิจ" ขึ้นมาเอง ลองผิด ลองถูก เจ็บเอง หัวเราะไปด้วยกัน และปรับแก้กันไปตามจังหวะชีวิต
​ปล่อยให้ความรักมันได้ทำงานในแบบของมัน เรียนรู้ที่จะรักแบบไม่มีแบบแผน เพราะสุดท้ายแล้ว ทฤษฎีความรักที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่ทฤษฎีที่สมบูรณ์แบบที่สุด... แต่เป็นทฤษฎีที่เรากับเขารู้สึกสบายใจและมีความสุขที่สุดที่จะอยู่กับมันต่างหากค่ะ
โฆษณา