24 ส.ค. เวลา 08:22 • ปรัชญา
จริงส่วนหนึ่ง ถ้าเรามองคำว่า 'ผลประโยชน์' ในมุมแคบๆ เช่น เรื่องเงินทอง ทรัพย์สมบัติ หรือความสะดวกสบาย แน่นอนว่าถ้าสิ่งเหล่านี้หมดไป คนที่คบกันเพราะเรื่องพวกนี้ก็คงเลิกรักกัน
แต่ในมุมมองทางปรัชญา 'ความรักกับผลประโยชน์' มีมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้น นักปรัชญามองว่าความรักไม่ใช่การกลืนกินตัวตนของกันและกัน แต่คือการที่คนสองคนตกลงจะอยู่ร่วมกันโดยยังรักษาสิ่งที่สำคัญที่สุดของตัวเองไว้
สำหรับนักปรัชญาแล้ว ผลประโยชน์ทางวัตถุเป็นเรื่องเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับ 'เสรีภาพ'
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือความรักของ Simone de Beauvoir นักปรัชญาหญิงชื่อดัง ความรักของเธอไม่ได้ตั้งอยู่บนการครอบครอง หรือผลประโยชน์ทางวัตถุใดๆเลย
เธอมองว่าความรักที่แท้จริงคือการซัพพอร์ตให้เสรีภาพของอีกฝ่ายเบ่งบาน ถึงขั้นที่ตกลงกันว่าต่างฝ่ายต่างมีคนอื่นได้โดยไม่ต้องโกหกกัน
จุดสูงสุดของความรักรูปแบบนี้ คือการที่ Beauvoir เลือกที่จะดูแลและอยู่เคียงข้างคนรักของเธอจนถึงลมหายใจสุดท้าย แม้ว่าในตอนจบ เขาจะไม่ได้ทิ้งทรัพย์สมบัติหรือผลประโยชน์ใดๆ ไว้ให้เธอเลยก็ตาม
ดังนั้น คำตอบคือ 'ไม่จริงเสมอไป' หากผลประโยชน์ที่คนสองคนแชร์ร่วมกันคือ 'เสรีภาพและความเข้าใจ' ต่อให้เงินทองหรือความสวยงามหมดลง พวกเขาก็จะไม่มีวันเลิกรักกัน
โฆษณา