Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
นายเค-9K
•
ติดตาม
25 ส.ค. เวลา 07:44 • ธุรกิจ
ปี 2568 ผมเคยเขียนไว้ว่า “นี่คือปีคัดคน”
ตอนนั้นบางคนอาจรู้สึกว่า
พูดแรงไปหรือเปล่า
แต่พอมาถึงปี 2569
ผมว่ายิ่งเห็นภาพชัดกว่าเดิมครับ
.
ปีที่แล้วโหดจริง
เจ้าของแบรนด์หลายคน
ที่ก่อนหน้านั้นเรายังเห็นทำยอด
หลักร้อยล้าน
บางรายหลักพันล้าน
อยู่ ๆ ก็เริ่มเงียบ
.
บางคนลดทีม
บางคนลดสินค้า
บางคนลดงบ
บางคนหายไปจากตลาดเลยก็มี
.
และกลุ่มที่ผมเห็นว่า
เหนื่อยหนักมาก
คือแบรนด์ที่เอา
“เจ้าของเป็นเครื่องจักรผลิตยอดขาย”
.
เจ้าของต้องออกกล้องเอง
ทำคลิปเอง
ไลฟ์เอง
คิดคอนเทนต์เอง
ปิดการขายเอง
.
เมื่อก่อนโมเดลนี้ทำได้ครับ
เพราะคนขายยังไม่เยอะ
ครีเอเตอร์ยังไม่เยอะ
Attention ยังไม่ถูกแย่งกัน
หนักขนาดนี้
.
แต่วันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว
คนซื้อไม่ได้เพิ่มเร็วเท่าคนขาย
คนทำคอนเทนต์เพิ่มขึ้นทุกวัน
ครีเอเตอร์เพิ่ม ร้านค้าเพิ่ม
แบรนด์เพิ่ม
.
แต่ทุกคนกำลังแย่ง
เวลา 24 ชั่วโมงเท่าเดิม
ของลูกค้า
.
ผลคือ จากเมื่อก่อนทำคลิปเดียว
อาจได้หลักแสนวิว
.
วันนี้บางทีต้องทำ
5 คลิป 10 คลิป
.
ยิง Ads เพิ่ม เปิด Live เพิ่ม
จ้างทีมเพิ่ม
.
เพื่อให้ได้ยอดเท่าเดิม
หรือบางเดือน
น้อยกว่าเดิมด้วยซ้ำ
.
ในขณะที่ต้นทุน
ไม่ได้รอเราเลยครับ
.
ค่า Ads สูงขึ้น
ค่าธรรมเนียมสูงขึ้น
ค่าคอมมิชชั่นสูงขึ้น
ค่าทีมสูงขึ้น
ต้นทุนสินค้าก็สูงขึ้น
.
เลยเกิดภาพที่ผมว่า
อันตรายมาก
คือ ยอดขายโต
แต่กำไรไม่โตตาม
.
บางแบรนด์ยอดเดือนละหลายล้าน
ดูจากข้างนอก
เหมือนธุรกิจดีมาก
แต่ข้างใน
กำลังหมุนเงินกันหัวฟู
.
เติมสต๊อก จ่าย Ads จ่ายค่าคอม
จ่ายเงินเดือน จ่ายค่าธรรมเนียม
.
พอสิ้นเดือนเปิดบัญชีดู
อ้าว… กำไรไปไหนวะ 555+
.
หนักกว่านั้น
บางคนไม่ได้เหลือแค่
กำไรน้อย แต่เหลือเป็นหนี้
.
แล้วผมไม่ได้มองว่า
คนพวกนี้ไม่เก่งนะครับ
หลายคนเก่งมาก
สินค้าดี ทีมเก่ง
ขยันกว่าเราอีก
.
แต่ปัญหาคือ
วิธีที่เคยพาธุรกิจโต
มันอาจไม่ใช่วิธี
ที่จะพาธุรกิจไปต่อ
.
ในขณะเดียวกัน
ผมเห็นเจ้าของแบรนด์
อีกกลุ่มนึง
ไม่ค่อยออกสื่อ
ไม่ได้ไลฟ์ทุกคืน
ไม่ได้โพสต์ทุกวัน
.
เจ้าของแทบไม่ได้เป็น
หน้าหลักของแบรนด์ด้วยซ้ำ
แต่ยอดยังเข้า ทีมยังเดิน
เงินยังหมุน บางรายปีนี้
โตขึ้นกว่าเดิมอีก
.
ต่างกันตรงไหน?
.
ผมว่าต่างกันตรงที่
เขาไม่ได้เอา
ยอดขายทั้งบริษัท
ไปผูกไว้กับแรงของคนคนเดียว
.
ผมเคยพูดไว้ว่าถ้า
วันไหนเจ้าของหยุดทำงาน
แล้วธุรกิจหยุดตามหมด
บางทีสิ่งที่เราสร้างมา
อาจยังไม่ใช่ธุรกิจเต็มตัวครับ
.
มันคือ
“งานฟรีแลนซ์ขนาดใหญ่มาก”
แค่มีพนักงานเยอะขึ้น
มีค่าใช้จ่ายเยอะขึ้น
แล้วก็เครียดกว่าเดิม 555+
.
สิ่งหนึ่งที่ผมเห็น
จากแบรนด์ที่ยังรอดมาถึงปี 2569
คือเขาเริ่ม “กระจายแรงขาย”
.
ไม่ได้ฝากยอดทั้งหมดไว้กับ Ads
ไม่ได้ฝากไว้กับ Live
ไม่ได้ฝากไว้กับเจ้าของ
และไม่ได้ฝากความหวังไว้กับ
Influencer คนเดียว
.
หนึ่งในช่องทาง
ที่ผมทำมาตลอด
ก็คือ Influencer Marketing
.
แต่ผมไม่ได้มอง Influencer
เป็นแค่คนรับของไปรีวิวครับ
.
ผมมองว่า
Influencer คือช่องทางขาย
.
เหมือนที่ธุรกิจมี Shopee
มี TikTok
มี Website
มีหน้าร้าน
มีทีมแอดมิน
.
เราก็ควรมีคนอีกจำนวนหนึ่ง
ที่ช่วยพูดถึงสินค้า
ช่วยสร้างคอนเทนต์
และช่วยสร้างยอด
อยู่ข้างนอกบริษัทด้วย
.
เพราะฉะนั้นเวลาผมหา Influencer
คำถามแรกของผมไม่ใช่
“คนนี้ดังไหม?”
.
แต่คือ “คนนี้ขายได้ไหม?”
.
บางคนผู้ติดตามหลักล้าน
ทำคลิปวิวเยอะมาก
แต่ยอดแทบไม่มี
.
บางคนผู้ติดตามหลักหมื่น
คลิปไม่ได้ไวรัล
แต่ทุกเดือนสร้างออเดอร์
ให้แบรนด์ได้เรื่อย ๆ
.
ถ้าต้องเลือก
ผมเลือกคนหลังครับ
เพราะสุดท้ายธุรกิจ
ไม่ได้จ่ายเงินเดือนพนักงาน
ด้วยยอดวิว มันจ่ายด้วยเงิน
ยอดวิวมันกินไม่ได้ 5555
.
หลักที่ทีมผมใช้กับ Influencer
จริง ๆ เลยมีอยู่ไม่กี่เรื่องครับ
.
1. ต้องกระจายจำนวนให้มากพอ
ถ้ามี Influencer
ทำยอดให้เราอยู่ 3 คน
แล้วหายไป 1 คน
เท่ากับกำลังขาย
หายไป 33% ทันที
.
แต่ถ้ามี 100 คน
คนนี้หยุดทำ
คนนี้ช่องโดนปิด
คนนี้ย้ายไปทำอย่างอื่น
ธุรกิจก็ยังเดินต่อ
.
นี่คือเหตุผลที่ผม
ไม่ค่อยเชื่อเรื่องฝากความหวังไว้กับ
“ตัวท็อป” คนเดียว
ผมสนใจ ยอดรวมของระบบ มากกว่า
.
2. ส่งแล้วต้องวัดผล
ผมเห็นหลายแบรนด์ ส่งสินค้าเดือนนึง
เป็นร้อยกล่อง แต่พอถามว่า
ใครขายได้บ้าง?
ใครทำคลิปแล้ว?
ใครทำยอดเท่าไหร่?
ใครควรส่งซ้ำ?
ใครควรหยุด?
.
ไม่มีใครตอบได้
.
แบบนี้ไม่ใช่
Influencer Marketing ครับ
อันนี้เรียก แจกของ
.
ถ้าจะทำให้เป็นธุรกิจ
ทุกบาทที่ใช้
ทุกสินค้าที่ส่ง
ทุกคนที่ร่วมงาน
ต้องย้อนกลับมา
ดูข้อมูลได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
.
3. อย่าหลงยอดวิว
จนลืมกำไร
คลิป 1 ล้านวิว
ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป
ถ้าได้ล้านวิว
แต่ขาย 10 ออเดอร์
กับอีกคลิป มี 20,000 วิว
แต่ขาย 100 ออเดอร์
ผมไม่ต้องคิดนานครับ
ว่าจะต่อกับใคร
.
ผมดู Conversion
ผมดูต้นทุนต่อ Order
ผมดูค่าคอม
แล้วดูว่าสุดท้าย
เงินเหลือจริงเท่าไหร่
.
เพราะท้ายที่สุด
Cash Flow ต้องตอบได้ว่า
เงินเข้าเท่าไหร่
เงินออกเท่าไหร่
แล้วเงินเหลือเท่าไหร่
.
ไม่ใช่โพสต์สวย วิวดี คนชมเยอะ
แล้วสิ้นเดือน เงินในบัญชีไม่เหลือ
.
แล้วตรงนี้…
ขอตัดเข้าโฆษณาครับ 555+
.
เพราะเรื่องทั้งหมด ที่พูดมานี่
ผมไม่ได้อ่านจากหนังสือ
แล้วเอามาเล่าครับ
เราทำจริงมาหลายปีแล้ว
.
เคยเลือกคนผิด
เคยส่งของแล้วหาย
เคยจ้างแพงแล้วไม่ขาย
เคยได้คลิปวิวดีแต่ยอดไม่มา
เคยมี Influencer เยอะ
จนทีมตามกันมั่ว
.
เสียทั้งของ
เสียทั้งเงิน
เสียทั้งเวลา
มาเยอะเหมือนกันครับ
.
จนสุดท้ายค่อย ๆ จัดมันเป็นระบบว่า
จะหา Influencer จากไหน
คัดยังไง
คุยยังไง
ส่งของยังไง
ตามงานยังไง
เก็บข้อมูลยังไง
.
วัดผลอะไร
คนไหนควรต่อ
คนไหนควรหยุด
.
แล้วถ้าวันหนึ่งมี Influencer
หลักร้อย หลักพันคน
หลังบ้านต้องจัดยังไง
ไม่ให้ทีมพังก่อนยอดขายโต
.
ผมเลยเอาวิธีที่ทีมใช้จริง
พวกนี้มาถอดไว้ใน
DSWI 5K x NIFTY
.
ผมไม่ได้สอนว่า
ทำยังไงให้คลิปไวรัลนะครับ
เพราะผมก็สั่งให้ใคร ไวรัลไม่ได้55+
.
แต่สิ่งที่ผมสอนคือ
ทำยังไงให้ Influencer
จากเรื่องที่ต้องลุ้นเป็นรายคน
กลายเป็นระบบขาย
ที่วัดผลและขยายต่อได้
.
ใครตอนนี้ทำ Influencer อยู่แล้ว
แต่ยังรู้สึกว่า ส่งของเยอะ คุยเยอะ
ทีมเหนื่อยมาก แต่ตอบไม่ได้ว่า
สุดท้ายมันคุ้ม หรือไม่คุ้ม
หรืออยากเริ่มทำให้มันเป็นระบบจริง ๆ
.
รุ่นถัดไป 20–21 ตุลาคมนี้ครับ
ใครสนใจ
แอดไลน์มาคุยกับแอดมินได้เลยครับ
Line : @9konline (มี @ นำหน้า)
.
จบโฆษณา 555+
.
กลับมาเรื่องเดิมครับ
ผมไม่ได้บอกว่า
Influencer Marketing
คือคำตอบของทุกธุรกิจ
.
แต่สิ่งที่ผมเห็นชัดขึ้นทุกปีคือ
ธุรกิจที่กระจายช่องทางขายเป็น
จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า
.
ถ้ายอดขายทั้งบริษัท
ยังผูกอยู่กับเจ้าของคนเดียว
วันไหนเจ้าของเหนื่อย
ยอดก็เหนื่อยตาม
.
แต่ถ้ามีทั้งเจ้าของ
Influencer
Affiliate
Ads
Live
Marketplace
ลูกค้าเก่า
.
วันไหนช่องหนึ่งตก
ก็ยังมีช่องอื่นช่วยพยุง
.
นี่แหละครับที่ผมเรียกว่า “ระบบ”
ปี 2568 คือปีคัดคน ส่วนปี 2569
ผมมองว่าเป็นปีของ
คนที่ผ่านการคัดมาแล้ว
และเริ่มมีโอกาส “เก็บตลาด”
.
โจทย์ปีนี้เลยไม่ใช่ว่า
ใครทำงานหนักกว่ากัน
แต่คือ ใครสร้างเครื่องผลิตยอดขาย
ที่ไม่ต้องพึ่งแรงเจ้าของตลอดเวลา
ได้ดีกว่ากัน
.
วันนี้แบรนด์คุณอยู่ฝั่งไหน?
1. ยังพึ่งเจ้าของเป็นหลัก
2. พึ่ง Influencer / Affiliate เป็นหลัก
3. กระจายหลายช่องทางแล้ว
4. ไม่ทำแบรนด์แม่งแล้ว เหนื่อย 555+
คอมเมนต์ 1–4 มาคุยกันครับ
.
9K
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย