25 ส.ค. เวลา 16:57 • ศิลปะ & ออกแบบ

ปรากฏการณ์บิลเบา (Bilbao effect)

ปรากฏการณ์บิลเบาคือแนวคิดที่ว่าอาคารเพียงหลังเดียวสามารถพลิกชะตากรรมของคนทั้งภูมิภาคได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ (Guggenheim Museum) ในเมืองบิลเบา (Bilbao) แคว้นบาสก์ (Basque) ประเทศสเปน ซึ่งออกแบบโดย แฟรงก์ เกห์รี (Frank Gehry) เปิดให้บริการในเดือนตุลาคม ปี 1997
ตัวอาคารดูเหมือนจะดึงดูดผู้มาเยือนนับพันคนได้อย่างน่าอัศจรรย์ แท้จริงแล้ว ในปีแรกพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ดึงดูดผู้เข้าชมได้มากกว่าจำนวนประชากรทั้งหมดของเมืองเสียอีก
พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางของโครงการฟื้นฟูเมืองทั่วทั้งเมืองที่ทะเยอทะยานและได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับสถาปนิกชื่อดังคนอื่นๆ เช่น นอร์แมน ฟอสเตอร์ (Norman Foster) ซานเตียโก กาลาตราบา (Santiago Calatrava) และ เซซาร์ เปลลี (Cesar Pelli) ผู้ซึ่งพลิกโฉมเมืองท่าอุตสาหกรรมที่เคยซบเซาและเสื่อมโทรมมานานหลายปีซึ่งได้รับผลกระทบจากความรุนแรง ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางทางวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมราวกับพลิกฝ่ามือ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตัวของเกห์รีเองจะคัดค้านแนวคิดที่ว่าอาคารหลังเดียวสามารถทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้อย่างรุนแรง แต่อาคารไทเทเนียมและกระจกที่บิดเกลียวซึ่งเป็นไอคอนทางความคิดของเขาก็ยังคงเป็นสิ่งที่ผู้คนนึกถึงควบคู่ไปกับแนวคิด "ปรากฏการณ์บิลเบา" ทั้งหมด นับตั้งแต่ความสำเร็จของบิลเบา เมืองอื่นๆ ทั่วโลกต่างก็พยายามสร้างผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกัน โดยส่วนใหญ่ใช้ระบบการประกวดเพื่อจ้างออกแบบพิพิธภัณฑ์ที่ "โดดเด่นสะดุดตา" และดึงดูดสถาปนิกแถวหน้าให้มารังสรรค์อาคารแลนด์มาร์กโดยหวังว่าผู้คนจะหลั่งไหลมาเยือน
หนึ่งในเมืองดังกล่าวคือเมืองโตรอนโต (Toronto) ซึ่งด้วยความที่กระตือรือร้นจะสลัดภาพลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างธรรมดาออกไปและต้องการเพิ่มการท่องเที่ยว จึงได้ดึงดูดกลุ่มสถาปนิกซูเปอร์สตาร์ (starchitects) หลากหลายคน รวมถึง แดเนียล ลิบเบสกินด์ (Daniel Libeskind) แฟรงก์ เกห์รี และ ซานเตียโก กาลาตราบา เพื่อเข้ามาเติมความหลากหลายให้กับความน่าเบื่อหน่ายของผังเมือง
หนึ่งในอาคารที่น่าจดจำซึ่งก่อให้เกิด "ปรากฏการณ์โตรอนโต" คือ Sharp Center for the Ontario College of Art & Design ของ วิลล์ อัลซอป (Will Alsop) ซึ่งเป็นกล่องลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยลวดลายปริศนาอักษรไขว้ (crossword puzzle) และรองรับด้วยขาตั้งหลากสีสันที่เอียงกระเท่เร่
อาคารหลังนี้ได้รับการอธิบายโดย โรเบิร์ต ไอย์วี (Robert Ivy) บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Architectural Record ว่าเป็นหนึ่งในอาคารที่เป็นไอคอนแห่งศตวรรษที่ 21 และนับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2004 ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าการมีอยู่ของอาคารนี้ช่วยเพิ่มระดับผู้มาเยือนเมืองได้อย่างมหาศาล
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของผู้ที่มาเยี่ยมชมอาคารหลักแห่งใหม่ต่างๆ ทั่วโลกได้ลดลงอย่างรวดเร็วเท่ากับตอนที่เพิ่มขึ้น หลังจากผ่านพ้นช่วงตื่นตาตื่นใจไปแล้ว วิโทลด์ ริบชินสกี (Witold Rybczynski) ระบุว่า ผลลัพธ์ในระยะยาวของปรากฏการณ์บิลเบาที่มีต่อนโยบายการเลือกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวนั้นยังคงเป็นสิ่งที่ต้องรอดูกันต่อไป ในขณะเดียวกัน เขากล่าวว่า "ปรากฏการณ์บิลเบา" ที่แท้จริง คืออิทธิพลครั้งใหญ่ที่มีต่อวิธีที่ลูกค้า โดยเฉพาะผู้ที่จัดหาแบบสำหรับพิพิธภัณฑ์หลักๆ ทั่วโลก เลือกสถาปนิกของตน
ที่มา: Decoding theoryspeak
โฆษณา