เมื่อวาน เวลา 08:08 • ข่าวรอบโลก

จากพนักงานไร้ประโยชน์สู่ชายที่คนยอมจ่ายเงินเพื่อให้ “อยู่เฉยๆ”

ในปีค.ศ.2018 (พ.ศ.2561) ชายชาวญี่ปุ่นนามว่า “โชจิ โมริโมโตะ (Shoji Morimoto)” ได้ถูกไล่ออกจากงานในบริษัทสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยเจ้านายของโมริโมโตะได้สบประมาทโมริโมโตะว่า
“ไม่ว่าโมริโมโตะจะมาทำงานหรือไม่ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรเลย”
คนส่วนใหญ่อาจเลือกฝังคำพูดนั้นไว้ในใจแล้วเดินหน้าต่อ แต่โมริโมโตะกลับนำมันมาต่อยอดจนกลายเป็นโมเดลธุรกิจของตัวเอง โดยเขาโพสต์ลงบน Twitter ว่า เขาพร้อมให้เช่าตัวเอง และสิ่งที่เขาจะทำก็คือ “ไม่ทำอะไร”
คำอธิบายบริการของเขาชัดเจนจนแทบไม่มีอะไรให้ตีความ เขาสามารถกิน ดื่ม และตอบคำถามง่ายๆ ได้ นั่นคือขอบเขตทั้งหมดที่ลูกค้าจะได้รับ ไม่มีคำแนะนำ ไม่มีความคิดเห็น และไม่มีบทสนทนาใดๆ หากอีกฝ่ายไม่ได้เป็นคนเริ่มพูด โดยเขาจะเพียงแค่อยู่ตรงนั้นไม่ว่าลูกค้าจะต้องการให้เขาไปอยู่ที่ไหนก็ตาม
ค่าบริการจะอยู่ที่ 10,000 เยน (ประมาณ 2,050 บาท) ต่อการจ้างหนึ่งครั้ง โดยลูกค้าต้องออกค่าเดินทางและค่าอาหารเพิ่มเติมหากงานนั้นตรงกับช่วงเวลารับประทานอาหาร
หลังจากเริ่มต้นธุรกิจ โมริโมโตะได้รับงานวันละหนึ่งถึงสองครั้ง บางวันก็มากถึงสามหรือสี่ครั้ง ก่อนที่การระบาดใหญ่ของโควิด 19 จะทำให้ความต้องการจ้างลดลง แต่ภายในปีค.ศ.2022 (พ.ศ.2565) โมริโมโตะก็รับงานมาแล้วประมาณ 4,000 ครั้ง และราว 1 ใน 4 ของลูกค้าก็กลับมาใช้บริการซ้ำ โดยมีลูกค้ารายหนึ่งจ้างเขามาแล้วถึง 270 ครั้ง และในช่วงที่ธุรกิจเฟื่องฟู รายได้ต่อปีของโมริโมโตะก็เคยสูงถึงประมาณ 2.6 ล้านบาทเลยทีเดียว
สิ่งที่ลูกค้าจ้างเขาทำนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่คนส่วนใหญ่คาดคิด หญิงคนหนึ่งจ้างให้เขาไปนั่งอยู่มุมหนึ่งของร้านกาแฟในตำแหน่งที่เธอยังมองเห็นเขาได้แต่สามีของเธอไม่ทันสังเกตเห็น ซึ่งเป็นช่วงระหว่างที่เธอกำลังจะยื่นเอกสารหย่าให้สามี และการมีใครสักคนอยู่ตรงนั้นก็ทำให้เธอมีความกล้ามากขึ้น
ลูกค้าอีกรายเคยไปเรียนที่อินเดียและซื้อส่าหรีมา เธออยากสวมมันออกไปข้างนอกแต่ไม่ต้องการทำให้เพื่อนๆ รู้สึกว่าพวกเขาจำเป็นต้องเสียสละเวลามาเป็นเพื่อน เธอจึงจ้างโมริโมโตะไปดื่มชายามบ่ายด้วยกันแทน
บางคนจ้างเขาให้ไปยืนรอที่เส้นชัยของการแข่งขันวิ่งมาราธอน บางคนให้เขาไปยืนโบกมือลาที่ชานชาลารถไฟ บางคนก็ให้เขานั่งอยู่อีกฝั่งของห้องขณะที่พวกเขากำลังทำความสะอาดอพาร์ตเมนต์
มีลูกค้าคนหนึ่งสวมชุดปิกาจูและจ้างโมริโมโตะไปกินแกงกะหรี่ด้วยกันเพียงเพราะวันนั้นเธอกำลังรู้สึกแย่
สิ่งที่โมริโมโตะเป็นตัวแทน รวมถึงความสำเร็จของธุรกิจนี้ สะท้อนบางสิ่งเกี่ยวกับชีวิตทางสังคมของญี่ปุ่นที่จริงๆ แล้วไม่ได้ประหลาดอย่างที่เห็นในตอนแรก ญี่ปุ่นเป็นสังคมที่มีแรงกดดันทางสังคมเกี่ยวกับ “หน้าที่ต่อกัน” และความรู้สึกว่าต้องตอบแทนกันในระดับสูง การใช้เวลาอยู่กับเพื่อนหมายถึงการต้องสร้างความบันเทิงให้พวกเขา ต้องมีส่วนร่วมในการสนทนา ต้องรักษาบรรยากาศ และต้องแบกรับภาระของความสัมพันธ์แบบต่างตอบแทน
แต่โมริโมโตะตัดสิ่งเหล่านั้นออกไปทั้งหมด
ลูกค้าของโมริโมโตะหลายคนบอกว่า การมีเขาอยู่ด้วยทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะเงียบ มีสิทธิ์ที่จะไม่ถูกจับตามอง และไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อประสบการณ์หรือความรู้สึกของคนอื่น
ศาสตราจารย์ด้านทรัพยากรมนุษย์จากมหาวิทยาลัยฮิโตสึบาชิ ซึ่งศึกษาปรากฏการณ์นี้ ได้อธิบายเอาไว้อย่างเรียบง่ายว่า บางคนรู้สึกอึดอัดทางสังคมมากเกินกว่าจะเอ่ยปากขอให้เพื่อนมาช่วยเป็นเพื่อนในกิจกรรมบางอย่าง ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกจ่ายเงินเพื่อหลีกเลี่ยงความอึดอัดนั้นไปเสียเลย
เรื่องราวของโมริโมโตะยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าเขาจบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยโอซาก้า นั่นทำให้เส้นทางชีวิตของเขาดูย้อนแย้งยิ่งกว่าเดิม เพราะเขาไม่ใช่คนที่เรียนไม่จบหรือบังเอิญหลุดเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ แต่เป็นชายผู้มีการศึกษาสูง ผู้ซึ่งค้นพบว่า คุณสมบัติที่เจ้านายเคยมองว่าไร้ค่า ความสามารถในการเพียงแค่ “อยู่ตรงนั้น” โดยไม่ต้องสร้างผลงานอะไรเลย กลับเป็นสิ่งที่คนอื่นยินดีจ่ายเงินให้
เขายังเขียนบันทึกความทรงจำชื่อ “Rental Person Who Does Nothing” ซึ่งตีพิมพ์ในญี่ปุ่น ก่อนจะได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษและวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนมกราคม ค.ศ.2024 (พ.ศ.2567)
1
และปัจจุบัน โมริโมโตะผู้นี้ก็มีผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเกือบครึ่งล้านคนแล้ว
โฆษณา