26 ส.ค. เวลา 06:53 • ธุรกิจ

โลกยุคใหม่ที่ AI แย่งงานคน

ประเทศเพื่อนบ้านแย่งการลงทุน-การผลิต
หลายบริษัทเริ่มใช้คนน้อยลง
คนที่เคยมีงานทำ ไม่มีงานทำแล้ว
ถ้าอายุเยอะ จะไปสมัครใหม่
ก็ยากเย็นแสนเข็ญ
.
หลายคนพอออกจากงาน
มีเงินเก็บหรือเงินก้อนติดมือมาหน่อย
ก็คิดว่า
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวออกมาทำธุรกิจเอง”
.
“ขายของกินก็ได้
ยังไงคนก็ต้องกินทุกวัน”
.
ฟังดูไม่ผิดนะครับ
คนต้องกินทุกวันจริง
แต่สิ่งที่ผมว่าน่ากลัวคือ
คนต้องกิน
ไม่ได้แปลว่าเขาจะมีกำลังซื้อเท่าเดิม
และยิ่งไม่ได้แปลว่า
เขาต้องเลือกกินร้านเรา
.
ลองนึกภาพง่ายๆ
เมื่อก่อนในพื้นที่นึง
มีลูกค้าอยู่เท่านี้
มีร้านอยู่ 100 ร้าน
.
วันหนึ่งเศรษฐกิจไม่ดี
คนเริ่มใช้เงินน้อยลง
.
แต่ในเวลาเดียวกัน
คนที่ออกจากงานประจำ
ก็เริ่มออกมาเปิดร้านกันเพิ่ม
.
จาก 100 ร้าน
กลายเป็น 150 ร้าน
.
แปลว่าอะไรครับ
กำลังซื้อไม่ได้เพิ่ม
แต่คนที่อยากได้กำลังซื้อนั้นเพิ่มขึ้น
.
ร้านใหม่ก็ลำบาก
เปิดมาแล้วต้องไปแย่งลูกค้าจากร้านเดิม
.
ร้านเดิมก็ไม่ได้สบาย
เพราะถึงจะยืนอยู่ได้
ลูกค้าที่เคยเป็นของเรา
ก็ถูกแบ่งไปให้คู่แข่งใหม่เรื่อยๆ
.
สุดท้ายทุกคนกำลังแย่งกันกินเค้กก้อนเดิม
และบางช่วง…
เค้กก้อนนั้นอาจกำลังเล็กลงด้วยซ้ำ
.
จุดที่ผมว่าหลายคนพลาดคือ
คิดว่า
“ขายของกินปลอดภัยที่สุด”
เพราะยังไงคนก็ต้องกิน
.
ใช่ครับ คนต้องกิน
แต่ถ้าร้านคุณขายเหมือนร้านข้างๆ ทุกอย่าง
.
เมนูเหมือนกัน
ราคาใกล้กัน
รสชาติพอๆ กัน
ไม่มีแบรนด์
ไม่มีอะไรให้จำ
.
แล้วทำไมลูกค้าต้องเลือกร้านคุณ?
.
และต่อให้สินค้าคุณดีกว่าจริง
อีกปัญหาคือ
ถ้าไม่มีใครรู้ว่าคุณดีกว่า
มันก็แทบไม่มีความหมายครับ
นี่เป็นเหตุผลที่ผม
ให้ความสำคัญกับ Influencer
มากขึ้นเรื่อยๆ
.
ผมไม่ได้หมายถึง
จ้างอินฟลูตัวใหญ่คนเดียวเป็นแสน
แล้วหวังว่าคลิปเดียวจะขายระเบิดนะครับ
.
ผมมองว่า
ทำยังไงให้มีคนช่วยพูดถึงสินค้าเราเยอะพอ
.
วันนี้คนนี้รีวิว
พรุ่งนี้อีกคนเอาไปทำเมนู
อีกคนลองกิน
อีกคนซื้อซ้ำ
อีกคนเปรียบเทียบให้ดู
.
ลูกค้าเห็นครั้งแรก อาจไม่ซื้อ
.
ครั้งที่ 2 ก็ยังเฉยๆ
.
แต่พอเห็นครั้งที่ 5
ครั้งที่ 10
.
มันเริ่มเป็น
“เออ…แบรนด์นี้เห็นบ่อยว่ะ”
.
จากไม่รู้จัก กลายเป็นคุ้น
จากคุ้นถึงเริ่มอยากลอง
.
เพราะถ้ามีแค่เจ้าของแบรนด์
พูดทุกวันว่า
.
“ของผมดีครับ”
“ของผมอร่อยครับ”
“ของผมต้องลองครับ”
.
ลูกค้าก็รู้อยู่แล้วครับว่าเราขายของ
แต่ถ้าวันนี้มี 50 คน 100 คน
ช่วยพูดถึงสินค้าเรา
คนละมุม คนละสไตล์ คนละกลุ่มลูกค้า
.
มันเริ่มไม่ใช่แค่การจ้างรีวิวแล้วครับ
แต่มันกลายเป็นระบบการตลาด
.
และตรงนี้แหละ
ที่หลายบริษัทเริ่มติดอีกเรื่อง
.
อยากมีอินฟลู 100 คน
.
แต่พอมีจริง
ใครคุยกับใครบ้างไม่รู้
ใครส่งสินค้าแล้วไม่รู้
ใครลงคลิปแล้วไม่รู้
ใครทำยอดได้ไม่รู้
ใครต้องตามก็ไม่รู้
.
สุดท้ายเจ้าของกลับมานั่งตามเองอีก
แบบนี้มี Influencer เยอะก็จริง
แต่ยังไม่มี “ระบบ Influencer” ครับ
.
นี่เป็นเหตุผลที่ผมทำคอร์ส
DSWI5K x Nifty ขึ้นมา
ผมไม่ได้สอนแค่ว่า
ไปหา Influencer จากไหน
.
แต่เอาตั้งแต่
เลือก Influencer ยังไง
Commission วางยังไง
Campaign ทำยังไง
Member ดูแลยังไง
Rate Card ควรจ้างใคร
วัดผลแต่ละแบบยังไง
ติดต่อและบรีฟงานยังไง
.
แล้วเอา Nifty เข้ามาช่วย
จัดการทีมและ Task
ให้สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวัน
มันกลายเป็นระบบจริงๆ
.
ไม่ใช่ความรู้ที่เรียนเสร็จ
แล้วกลับมานั่งงงว่า
“แล้วพรุ่งนี้ต้องเริ่มตรงไหนวะ”
.
ผมสอนสด 2 วันครับ
แล้วเปิดระบบที่ผมใช้ทำจริงให้ดูเลย
ใครสนใจแอดไลน์สอบถามได้ครับ
Line : @9konline (มี @ นำหน้า)
รุ่นถัดไป 20-21 ตุลาคมนี้
.
แต่ต่อให้ไม่ได้มาเรียนกับผม
ก่อนเริ่มธุรกิจใหม่วันนี้
ผมอยากให้ลองตอบตัวเองให้ได้ 2 ข้อครับ
.
ข้อแรก
ถ้ามีอีก 10 ร้าน
ขายของเหมือนคุณทุกอย่าง
ทำไมลูกค้าต้องเลือกคุณ?
.
และข้อสอง
ถ้าคุณไม่อยากเป็นคนเดียว
ที่ต้องยืนตะโกนขายของตัวเองทุกวัน
คุณจะทำยังไง
ให้มีคนอื่นช่วยพูดถึงแบรนด์คุณ?
.
เพราะโลกข้างหน้า
ผมว่าไม่ได้ขาดคนขายครับ
.
คนขายจะยิ่งเยอะขึ้นด้วยซ้ำ
.
สิ่งที่ยากจริงๆ คือ
ในวันที่ลูกค้ามีเงินให้ใช้เท่าเดิมหรือน้อยลง
แต่มีร้านเป็นร้อยร้านให้เลือก
.
ทำยังไงให้เขาเห็นเรา
จำเรา
แล้วสุดท้ายเลือกเรา
.
อันนี้ต่างหาก
ที่ผมว่าคนทำธุรกิจต้องคิดให้หนักขึ้นครับ
.
9K
โฆษณา