26 ส.ค. เวลา 09:31 • การศึกษา
โบราณสถานเวียงลอ

ปลุกโบราณสถานพันปีให้มีชีวิต: ถอดโมเดล "เวียงลอ" พะเยา จากศูนย์บาท สู่ต้นแบบท่องเที่ยวชุมชนยั่งยืน

ซากอิฐเก่าและกำแพงโบราณอายุ 500–1,400 ปี ที่อำเภอจุน จังหวัดพะเยา กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์สร้างรายได้ฐานรากที่สำคัญ หลังชุมชนบ้านเวียงลอพลิกฟื้นอารยธรรมพันปีสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ด้วยพลังชุมชนและการสนับสนุนทางวิชาการ
ซากอิฐเก่าและกำแพงโบราณ
จาก "ศูนย์บาท" สู่ระบบปันผล บ้าน-วัด-โรงเรียน
จุดเริ่มต้นของเวียงลอไม่ได้มาจากงบประมาณสนับสนุน แต่เริ่มจากกลุ่มชาวบ้านที่นำโดย พ่อหลวงสุเวช รวมตัวกันลงมือทำโดยไม่มีงบภายนอกตลอด 5–6 ปีแรก
หัวใจความสำเร็จคือการสร้างระบบกระจายรายได้ที่เป็นธรรม เช่น ค่าบริการรถซาเล้งนำเที่ยว 300 บาท ถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบ:
150 บาท: รายได้ของเจ้าของรถ
50 บาท: กองทุนชุมชน
50 บาท: บำรุงวัด
50 บาท: สนับสนุนโรงเรียน
โครงสร้างนี้ทำให้การท่องเที่ยวเป็นประโยชน์ร่วมกันของทุกคน ไม่ใช่แค่ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
รถซาเล้งนำเที่ยว
เมื่อ "วิชาการ" เติมเต็ม "ทุนประวัติศาสตร์"
เวียงลอมีทุนเดิมที่แข็งแรง ทั้งตำนานวัดแก้มแดง แหล่งโบราณคดีวัดพระเจ้าเข้ากาด และงานหัตถกรรม "เวียงลอคราฟต์" แต่การสเกลสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวสากลต้องอาศัยการยกระดับองค์ความรู้
ความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา ตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัด (นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยพะเยา โดย ผศ.ดร.สุริยา สุวรรณทิพยโชติ (คณะบริหารธุรกิจและนิเทศศาสตร์) เข้ามาเติมเต็มมิติบริการแบบมืออาชีพ:
  • ยกระดับทักษะมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและการสื่อความหมาย
  • วางมาตรฐานงานบริการและมารยาทการเสิร์ฟอาหารขันโตก
  • พานิสิตลงพื้นที่จริงเพื่อร่วมพัฒนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชุมชน
บทพิสูจน์จริง: แพ็กเกจ 2 วัน 1 คืน "แห่งความสุข ที่เวียงลอ"
ความร่วมมือนี้ถูกแปรรูปเป็นสินค้าท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์จริง:
  • Day 1: ต้อนรับด้วยเครื่องดื่มพื้นบ้าน เวิร์กช็อปทำข้าวแคบ ตัดตุง สกรีนกระเป๋าผ้า และดินเนอร์ขันโตกพร้อมชมช่างฟ้อน
  • Day 2: ตะลุยเส้นทางโบราณสถานพันปี สัมผัสงานจักสานกลุ่มเวียงลอคราฟต์ และชิมอาหารท้องถิ่น
บรรยากาศและกิจกรรมการท่องเที่ยว
Key Takeaway สำหรับการพัฒนาชุมชน
ความสำเร็จของเวียงลอพิสูจน์ว่า ชุมชนท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต้องเริ่มต้นจาก "คนในพื้นที่ลงมือทำก่อน" เพื่อสร้างรากฐานความเป็นเจ้าของ จากนั้นจึงใช้ "พลังวิชาการและนโยบายรัฐ" เข้ามาเสริมสปีดและยกระดับมาตรฐาน ไม่ใช่การรอคอยงบประมาณเป็นตัวตั้งต้น
โฆษณา