-เพลงที่อยากจะร้องอื้อหือมากเลยก็คือ bad thing (bunny hop) ฟังอินโทรปุ๊บ ลั่นในใจ This is Blinding Light (As It Was remix) (ฮ่าๆๆ) ไม่โฉ่งฉ่างเท่า มีความแต๊วแหน่วมากกว่า ถ้า Ariana เป็นศิลปินไทย ป่านนี้คงโดนด่าไปแล้ว (ฮ่าๆๆ) ตัวเพลงก็ชวนเคลิ้มใช้ได้เลยนะ lyric ก็เข้าท่า เหมือนเป็นโหมดเพลงรักหลังเลิกราที่ไม่รู้ปลายทางของความรักครั้งใหม่เลยว่า ตกหลุมรักหรือจะตกหลุมพรางดี? ในเมื่อเราได้ยินอะไรที่คุ้นชินจากเพลงฮิตของคนอื่นเนี่ย มันก็ไม่สามารถนิยาม “ว่าที่เพลงฮิตเพลงใหม่” ได้เต็มปากอยู่ดี
-ยังมีเพลงที่ดึงความแซ่บก๋ากั่นจากยุค Dangerous Woman มาให้เราระลึกได้บ้าง เฉกเช่น big feeling และ never get over me ที่ได้กลิ่น Side By Side อยู่จางๆ 2 เพลงนี้กำลังบอกคนฟังว่า เธอยังคงสนุกกับการใส่ความยั่วสวาทสองแง่สองง่ามลงในบทเพลงของเธออยู่ ถึงแม้ว่าจะโตขึ้นแล้วก็ตาม แต่ก็นำพาซึ่งการปรุงจืดที่จะแซ่บเท่ายุคก่อนไม่ได้แล้ว
-โหมดเพลงเฟียสอย่าง like i do ที่มาพร้อมกับวลีเด็ด I’m making friends with my consequence บีทเพลงที่เริ่มคาดเดาได้แพทเทิร์นเริ่มจะคล้าย Title Track เลยทำให้การเสริมเกราะความเฟียสไม่ได้พิเศษขึ้นมากนัก oh well ที่มีการลองใส่ UK Garage พอเป็นพิธีก็ทำให้อะไรที่พอจะใหม่กลายเป็นเพลงทางผ่านที่ยังไม่มีไฮไลท์อะไรมากมาย
-ต่อให้ความพยายามทำอัลบั้มเล่าเรื่องส่วนตัวที่บีทเพลงเริ่มจะวกวน แต่ยังดีที่เซนส์ป็อปของเธอยังคงหลงเหลือ ผลิเป็นดอกไม้บานเล็กๆตามซอกคอนกรีตอยู่บ้าง โดยเฉพาะ Lead Single อย่าง hate that i made you love me ถือเป็นซิงเกิ้ลที่เหมาะเหม็งแก่การเป็นตัวชูโรงอัลบั้มที่ดีมากๆ สามารถเล่าภาพรวมของอัลบั้มที่มาในมู้ดแอนด์โทนที่ลึกลับและยังคงขายได้ด้วยเวย์ที่ catchy มากพอที่จะตกคนฟังได้มากพอสมควร ไม่แปลกที่มันจะฮิตติดลมบน