Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนแมน
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
2 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ
สายโทรศัพท์ ที่เปลี่ยนชีวิตเจนเซน หวง และ Nvidia ไปตลอดกาล
ความยิ่งใหญ่ของ Nvidia ภายใต้การนำของเจนเซน หวง คงไม่ได้มาถึงจุดนี้ ถ้าไม่มีสายโทรศัพท์ที่โทรกลับมาจากคนคนหนึ่ง
ปลายสายโทรศัพท์นั้น ก็คือ มอร์ริส จาง หัวเรือใหญ่ของ TSMC บริษัทรับจ้างผลิตชิปจากไต้หวัน ที่ตัดสินใจโทรกลับหลังได้รับจดหมายจาก Nvidia
การติดต่อในวันนั้น ทำให้เส้นทางชีวิตของเจนเซน หวง และ Nvidia ไม่เหมือนเดิม
ในมุมกลับกัน ก็ทำให้ชีวิตของ TSMC ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเช่นกัน
ทั้งคู่คุยอะไรกันในวันนั้น ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ปี 1997 มอร์ริส จาง หงุดหงิดเล็กน้อย เมื่อเห็นพนักงานบริษัทเขาไม่สนใจจดหมายฉบับหนึ่งที่อยากจ้าง TSMC ให้ผลิตชิปให้
จดหมายฉบับนี้ถูกส่งไปทั้งสำนักงาน TSMC ที่สหรัฐฯ และที่ไต้หวัน แต่ไม่มีพนักงานคนไหนเลยที่จะสนใจเปิดดูจดหมายฉบับนั้น
เพราะบริษัทนั้นมีพนักงานราว ๆ แค่ 50-60 คน แถมยังอยู่ในสถานะที่เรียกว่าแทบจะใกล้ล้มละลาย และยังอยู่ไกลถึงสหรัฐฯ
มอร์ริส จาง พลิกจดหมายนั้นไปมา ก่อนจะรู้ว่า จดหมายนั้นมาจากเจนเซน หวง CEO ของ Nvidia
เขาตัดสินใจบินจากไต้หวันไปที่สหรัฐฯ แล้วโทรกลับตามเบอร์ที่อยู่บนจดหมาย
“เงียบหน่อย มอร์ริส จาง กำลังโทรมาหาผม”
เจนเซน หวง ตะโกนบอกให้ลูกน้องในออฟฟิศเงียบหลังสายโทรศัพท์ของมอร์ริส จาง โทรกลับมาพอดี
และจุดนั้นเอง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของลูกค้ารายสำคัญของ TSMC และเป็นจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของ Nvidia จนถึงทุกวันนี้
1
แล้วทำไมมอร์ริส จาง ตัดสินใจโทรกลับมาหาบริษัทที่ยังเล็ก ๆ ในตอนนั้น และทำไมเจนเซน หวง ถึงอยากติดต่อหา TSMC มากขนาดนั้น ?
คำตอบแตกต่างกัน
ในมุมของมอร์ริส จาง มันคือความอยากรู้อยากเห็น แต่ในมุมของเจนเซน หวง มันคือ การเดิมพันความอยู่รอดของบริษัท
มอร์ริส จาง อยากรู้ว่าบริษัทนี้ทำอะไร ทั้งที่มีพนักงานหลักสิบคน แถมยังใกล้ล้มละลาย แต่ยังกล้าติดต่อมาให้ TSMC ผลิตชิปตามออร์เดอร์
ในฝั่งเจนเซน หวง TSMC คือการเดิมพันความอยู่รอดของ Nvidia ซึ่งเป็นการเดิมพันที่จะไม่มีพื้นที่ให้กับคำว่าความผิดพลาดได้เลย
เพราะในปี 1995 Nvidia เปิดพื้นที่ให้ความผิดพลาดครั้งหนึ่งไปแล้ว ความผิดพลาดนั้นคือ การผลิตชิปประมวลผลกราฟิกสำหรับเกม NV1 ออกมา
แม้จะเป็นชิปที่มีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ปัญหาคือ เทคนิคการแปลงภาพให้มีความสมจริงหรือการเรนเดอร์ เป็นคนละแบบกับที่ในวงการเกมกำลังใช้กันอยู่
วงการเกมตอนนั้น ถูกครอบครองด้วยชุดคำสั่ง DirectX ของ Microsoft ที่ทำให้การประมวลผลภาพกราฟิกต่างจากการทำงานของชิป NV1
เมื่อทำงานต่างกัน นั่นแปลว่า ชิปของ Nvidia ที่ผลิตออกมาแทบไร้ความหมาย เพราะไม่สามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์อื่น ๆ ตามไปด้วยได้
ซ้ำร้าย พาร์ตเนอร์ของ Nvidia อย่าง SEGA ที่ผลิตเครื่องเล่นเกมออกมา เครื่องเล่นเกมที่ใช้ชิป NV1 นี้ก็จะไม่สามารถเข้ากับซอฟต์แวร์อื่น ๆ ไปด้วย
แม้ SEGA ยังยืนยันให้ Nvidia พัฒนาชิปแบบเดิมต่อไป แต่เจนเซน หวง เดินไปบอก SEGA ตรง ๆ ว่า เทคโนโลยีชิปนี้จะทำงานไม่ได้ดีกว่าคู่แข่งแน่ ๆ
ถ้า SEGA ยังคงฝืนใช้ชิปรุ่นนี้ต่อไป นี่ก็คงเป็นจุดจบของทั้ง SEGA และ Nvidia ที่จะกอดคอกันลงเหว เพราะชิปเพียงตัวเดียว
นอกจากนี้ เจนเซน หวง ยังพูดตรง ๆ อีกว่า ขอให้ SEGA จ่ายเงินให้ Nvidia ต่อไป ตามสัญญาที่ต้องจ่ายงวดสุดท้ายอีก 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หรือคิดเป็นมูลค่าในปัจจุบันที่ 370 ล้านบาท แม้ SEGA จะไม่ได้รับชิปตามที่ตกลงไว้ก็ตาม
SEGA เองก็ตอบตกลง แต่เปลี่ยนเงื่อนไขเป็นการร่วมลงทุนแทน เพื่อไม่ให้ผู้ถือหุ้นของ SEGA ประท้วงการตัดสินใจของบริษัทในครั้งนี้
เงินนี้เปรียบเสมือนเงินก้อนสุดท้ายที่ให้ Nvidia ไว้แก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ด้วยการผลิตชิปในฉบับที่สามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์อื่น ๆ ได้
แต่เพื่อประหยัดเงินก้อนนี้ให้มากที่สุด แทนที่จะสร้างชิปต้นแบบเพื่อทดสอบหลายครั้ง Nvidia ตัดสินใจใช้ซอฟต์แวร์จำลองการทำงานของชิปมาใช้แทน
และหลังจากทดสอบผ่านซอฟต์แวร์แล้ว ก็ส่งเข้าโรงงานรับจ้างผลิตชิปทันที ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีชิปตัวต้นแบบจริง ๆ มาก่อนเลยด้วยซ้ำ
เมื่อถึงจุดนี้แล้ว การติดต่อมาที่ TSMC จึงเป็นการเดิมพันที่ไม่มีพื้นที่ให้กับความผิดพลาดอีกแล้ว
หลังคุยโทรศัพท์กับมอร์ริส จาง เสร็จสิ้น ทั้งคู่ได้นัดพบกันครั้งแรก และเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่าง TSMC กับ Nvidia
ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่การนัดเจอกันครั้งแรก แต่อยู่ที่คำพูดของเจนเซน หวง เพราะเขาบอกว่า ชิปตัวใหม่นี้จะไม่ใช่แค่กอบกู้ Nvidia จากวิกฤติเท่านั้น
แต่ในอนาคต Nvidia จะกลายมาเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ TSMC ทั้งที่ตอนนั้นพูดตามความจริงแล้ว Nvidia ยังเป็นแค่บริษัทเล็ก ๆ เท่านั้น
มอร์ริส จาง ทึ่งในคำพูดของเจนเซน หวง เพราะการเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ TSMC ได้ อย่างน้อยต้องสร้างรายได้ราว 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
แม้ฟังดูเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย มอร์ริส จาง ประทับใจท่าทีของเจนเซน หวง จนตัดสินใจที่จะผลิตชิปให้ Nvidia
เรื่องที่ดูเป็นไปได้ยากก็เกิดขึ้นจริง เมื่อชิป NV3 หรือ RIVA 128 ผลิตออกมาได้สำเร็จ
4 เดือนในปี 1998 Nvidia ขายชิปได้ราว 1 ล้านตัว
สิ้นปี 1999 Nvidia ขายชิปได้ราว 10 ล้านตัว
สิ้นปี 2001 Nvidia ขายชิปได้ราว 100 ล้านตัว
1
ยิ่ง Nvidia ขายชิปได้มากขึ้น นั่นแปลว่า TSMC ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย จนในที่สุด Nvidia กลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ TSMC จริง ๆ อย่างที่เจนเซน หวง พูดไว้
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังคงดีต่อเนื่องมาตลอด แม้ตอนเกิดวิกฤติการผลิตชิปในปี 2008-2009 ของ TSMC ซึ่งทำให้ Nvidia ต้องเสียทั้งเวลาและเงิน
มอร์ริส จาง ตัดสินใจนัดทานพิซซาและสลัดที่บ้านของเจนเซน หวง พร้อมภรรยา หลังมื้อเย็นจบลง ทั้งคู่ได้เข้าไปพูดคุยเรื่องธุรกิจในห้องทำงานกันต่อ
มอร์ริส จาง ตัดสินใจเสนอเงินชดเชยให้จำนวน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจเอาไว้ ซึ่งเจนเซน หวง ก็ตอบตกลงแต่โดยดี
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังดีมาก ถึงขนาดที่ว่า มอร์ริส จาง ถามเจนเซน หวง ว่าอยากมาเป็น CEO ของ TSMC ไหม ?
1
แต่เขาก็ตอบปฏิเสธและขอโฟกัสกับงานที่ Nvidia อย่างเดียวดีกว่าแทน
เรื่องราวทั้งหมดนี้ ในมุมกลับกันก็น่าคิดว่า ถ้ามอร์ริส จาง ไม่เอะใจที่จะติดต่อกลับไปหาเจนเซน หวง อนาคตของ Nvidia ก็ไม่รู้ว่าจะยิ่งใหญ่ถึงทุกวันนี้ไหม
แต่อีกมุมหนึ่ง การที่เจนเซน หวง อยากติดต่อ TSMC ให้ได้ ก็เพราะว่า TSMC ตั้งเป้าที่จะเป็นโรงงานรับจ้างผลิตชิปให้คนอื่นมาสักระยะหนึ่งแล้ว
ในฝั่งของมอร์ริส จางเอง ก็ต้องผลักดันให้ TSMC มีลูกค้าเยอะ ๆ ไม่ว่าใครจะอยากผลิตชิปอะไร ก็สามารถผลิตให้ลูกค้าคนนั้นได้
เรียกได้ว่า แม้ไม่ได้มีสายโทรศัพท์นี้ที่เชื่อมต่อ 2 บริษัทเข้าด้วยกัน สักวันหนึ่งเส้นทางของ Nvidia และ TSMC ก็ต้องมาบรรจบพบกันอยู่ดี
เพียงแต่สายโทรศัพท์นี้ ทำให้ทั้งคู่เจอกันไวขึ้น และกลายเป็นการเปลี่ยนชีวิตทั้ง เจนเซน หวง, Nvidia, TSMC และมอร์ริส จาง ไปตลอดกาล..
ธุรกิจ
10 บันทึก
18
22
10
18
22
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย