# Checklist 10 จุดตรวจรับงานพื้นไม้เทียม ก่อนจ่ายเงินงวดสุดท้าย

เห็นพื้นติดตั้งเสร็จแล้วสวย ก็อย่าเพิ่งรีบโอนเงินงวดสุดท้ายนะครับ
เพราะปัญหาของพื้นไม้เทียมหลายอย่างไม่เห็นได้ บางจุดต้องลองเดิน ลองฉีดน้ำ หรือขอดูภาพโครงสร้างก่อนปิดพื้นด้วย ไม่อย่างนั้นอาจมาเจอปัญหาพื้นยวบ น้ำขัง หรือแผ่นไม้ขยับหลังจากใช้งานไปแล้ว
ผม ก่อนเซ็นรับงานจะตรวจตาม 10 ข้อนี้ครับ
## 1. ตรวจรุ่น สี และรหัสสินค้าให้ตรงใบเสนอราคา
เริ่มจากเรื่องง่ายที่สุดก่อน ตรวจว่าแบรนด์ รุ่น รหัส สี ขนาด และจำนวนแผ่นตรงกับที่ตกลงกันไว้หรือไม่
อย่าดูจากสีอย่างเดียว เพราะไม้เทียมที่หน้าตาคล้ายกันอาจเป็นคนละรุ่น มีโครงสร้างภายในและเงื่อนไขรับประกันต่างกัน
หากมีหลายล็อต ควรสังเกตด้วยว่าสีของพื้นแต่ละบริเวณต่างกันชัดเจนหรือไม่
## 2. ขอดูโครงสร้างใต้พื้นก่อนปิดงาน
ส่วนนี้สำคัญมาก แต่หลังปูพื้นเสร็จแล้วเรามักมองไม่เห็น
ควรขอภาพถ่ายระหว่างติดตั้งไว้ตรวจสอบว่าใช้โครงสร้างตามที่เสนอหรือไม่ เช่น
* ชนิดและขนาดของโครงเหล็ก
* การป้องกันสนิมบริเวณรอยตัดและรอยเชื่อม
* จุดยึดระหว่างโครงสร้างกับพื้นเดิม
* การยกโครงให้ได้ระดับ
* ช่องว่างสำหรับระบายอากาศและระบายน้ำ
ถ้าไม่มีภาพระหว่างติดตั้ง อย่างน้อยควรเปิดตรวจในจุดที่สามารถมองเห็นได้โดยไม่ทำให้งานเสียหาย
## 3. วัดระยะห่างของโครงรองรับ
พื้นไม้เทียมแต่ละรุ่นกำหนดระยะโครงรองรับไม่เท่ากัน จึงไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวกับไม้ทุกประเภท
ถ้าวางโครงห่างเกินไป พื้นอาจยวบ แอ่น หรือตกท้องช้างเมื่อใช้งานไปนาน ๆ โดยเฉพาะบริเวณที่เดินผ่านบ่อยหรือวางเฟอร์นิเจอร์หนัก
ควรสุ่มวัดหลายตำแหน่ง และเปรียบเทียบกับคู่มือของสินค้ารุ่นที่ติดตั้งจริง
## 4. ตรวจระยะห่างระหว่างแผ่นและหัวไม้
ไม้เทียมมีการขยายและหดตัวตามอุณหภูมิ จึงต้องมีช่องว่างตามที่ผู้ผลิตกำหนด ทั้งบริเวณด้านข้าง หัวไม้ และจุดที่ชนกับผนังหรือโครงสร้างอื่น
ร่องไม่ควรกว้างหรือแคบไม่เท่ากันจนเห็นได้ชัด และไม่ควรติดหัวไม้ชิดกันจนไม่มีพื้นที่รองรับการขยายตัว
## 5. ตรวจคลิป สกรู และจุดล็อกแผ่น
ลองสังเกตตามร่องระหว่างแผ่นว่าติดตั้งคลิปครบหรือไม่ ใช้คลิปตรงกับระบบของสินค้า และมีจุดล็อกป้องกันแผ่นเลื่อนหรือไม่
สกรูไม่ควรโผล่ขึ้นมาในตำแหน่งที่อาจบาดเท้า และไม่ควรขันแน่นจนทำให้ขอบแผ่นแตกหรือเสียรูป
## 6. ทดลองเดินทุกบริเวณ
อย่าเดินดูแค่ตรงกลางพื้นที่ ลองเดินให้ทั่ว โดยเฉพาะบริเวณต่อไปนี้
* รอยต่อหัวไม้
* มุมและขอบพื้น
* ทางขึ้นลง
* บริเวณวางโต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์
* จุดที่มีคนเดินผ่านบ่อย
พื้นควรแน่น ไม่โยก ไม่ยวบผิดปกติ ไม่มีเสียงดัง และไม่รู้สึกว่าแผ่นใดแผ่นหนึ่งสูงหรือต่ำกว่าแผ่นข้างเคียง
## 7. ทดลองระบบระบายน้ำ
หากเป็นระเบียง ดาดฟ้า ทางเดิน หรือพื้นที่รอบสระ ควรทดลองฉีดน้ำจริงแล้วสังเกตทิศทางการไหล
น้ำควรไหลไปยังทางระบายได้ ไม่ขังเป็นแอ่งบนพื้นหรือใต้โครงสร้าง และไม่มีเศษวัสดุก่อสร้างอุดตันช่องระบายน้ำ
อย่าลืมตรวจว่าทิศทางการวางแผ่นไม่ได้ขวางทางน้ำด้วย
## 8. ตรวจขอบ มุม และจุดจบงาน
ขอบพื้นเป็นบริเวณที่เห็นความละเอียดของงานติดตั้งได้ชัดที่สุด
ตรวจว่าไม้ปิดขอบหรือไม้ปะขอบแนบสนิท แนวตัดตรง ไม่มีส่วนแหลมคม ไม่มีหัวสกรูโผล่ และไม่มีช่องเปิดที่มองเห็นโครงสร้างด้านในโดยไม่ตั้งใจ
หากมีบันไดหรือพื้นต่างระดับ ต้องตรวจความแข็งแรงและความเรียบร้อยเป็นพิเศษ
## 9. ตรวจรอยขีดข่วน คราบ และความเสียหาย
สำรวจพื้นในช่วงที่มีแสงเพียงพอ เพราะรอยบางชนิดอาจมองไม่เห็นในที่มืด
เช็กให้ทั่วว่ามีรอยขีดข่วนลึก ขอบบิ่น แผ่นแตกร้าว คราบปูน คราบสี คราบสนิม หรือความเสียหายจากการขนย้ายหรือไม่
ถ้าพบตำหนิ ควรถ่ายภาพและระบุตำแหน่งให้ชัดเจนก่อนเซ็นรับงาน
## 10. รับเอกสารให้ครบก่อนจ่ายงวดสุดท้าย
เอกสารที่ควรได้รับ ได้แก่
* ใบรับประกันสินค้าและงานติดตั้ง
* รายละเอียดแบรนด์ รุ่น สี และรหัสสินค้า
* คู่มือการดูแลรักษา
* เงื่อนไขที่อาจทำให้การรับประกันสิ้นสุด
* ภาพโครงสร้างและขั้นตอนก่อนปิดพื้น
* รายการจุดที่ต้องแก้ไข พร้อมกำหนดวันแล้วเสร็จ
* ข้อมูลติดต่อกรณีต้องแจ้งปัญหาหลังส่งมอบ
ถ้ามีวัสดุเหลือ ควรเก็บไม้จากล็อตเดิมไว้สักเล็กน้อย เผื่อจำเป็นต้องเปลี่ยนหรือซ่อมเฉพาะจุดในอนาคต
## สรุป
การตรวจรับพื้นไม้เทียมไม่ควรดูแค่ว่า “สวยหรือไม่” แต่ต้องตรวจตั้งแต่โครงสร้าง ระยะติดตั้ง คลิปล็อก การระบายน้ำ ไปจนถึงเอกสารรับประกัน
ถ้ายังพบจุดที่ต้องแก้ แนะนำให้ทำรายการพร้อมภาพถ่ายและให้ผู้ติดตั้งดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนจ่ายเงินงวดสุดท้าย จะช่วยลดปัญหาการติดตามงานภายหลังได้มากครับ
สำหรับใครที่กำลังเปรียบเทียบรุ่น ขนาด ราคา และระบบติดตั้งพื้นไม้เทียม สามารถใช้ข้อมูลจากหน้ารวมนี้เป็นอีกแหล่งประกอบการตัดสินใจได้
พื้นไม้เทียม K.S. WOOD
ดูรุ่นและราคาพื้นไม้เทียม!!
#พื้นไม้เทียม #ตรวจรับงาน #ตรวจรับบ้าน #งานติดตั้ง #ไม้เทียมWPC #แต่งบ้าน #ต่อเติมบ้าน
โฆษณา