Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Nekomata
•
ติดตาม
29 ส.ค. เวลา 09:02 • สุขภาพ
การทำ PRP ผม คืออะไร ช่วยเรื่องผมบางได้อย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง
เมื่อเริ่มสังเกตว่าผมร่วงมากขึ้น แนวแสกดูกว้าง หรือเห็นหนังศีรษะชัดกว่าเดิม หลายคนอาจเริ่มมองหาวิธีดูแลเส้นผมที่ไม่ต้องผ่าตัด หนึ่งในวิธีที่ถูกพูดถึงบ่อยคือ การทำ PRP ผม หรือ Platelet-Rich Plasma ซึ่งเป็นการนำเลือดของผู้รับบริการเองมาผ่านกระบวนการแยกส่วนที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น ก่อนนำกลับมาฉีดบริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหาผมบาง
อย่างไรก็ตาม PRP ไม่ได้เหมาะกับผมร่วงทุกสาเหตุ ดังนั้นสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ตัดสินใจว่าจะทำ PRP หรือไม่ แต่ต้องหาสาเหตุของผมร่วงให้เจอก่อน
PRP ผมทำงานอย่างไร
จากเลือดของเรา สู่เกล็ดเลือดเข้มข้น
ขั้นตอนทั่วไปเริ่มจากการเจาะเลือด แล้วนำเลือดเข้าเครื่องปั่นเหวี่ยงเพื่อแยกส่วนประกอบ ก่อนนำพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นกลับมาฉีดเข้าสู่หนังศีรษะ เกล็ดเลือดมีสารกลุ่ม Growth Factors ซึ่งมีบทบาทเกี่ยวข้องกับกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแลภาวะผมบาง
ในทางปฏิบัติ แพทย์มักพิจารณา PRP ในผู้ที่มี Androgenetic Alopecia หรือภาวะผมบางจากพันธุกรรม ซึ่งพบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยเฉพาะในช่วงที่รูขุมขนยังไม่ได้ฝ่อหรือถูกทำลายไปอย่างถาวร
PRP ต่างจาก Minoxidil และการปลูกผมอย่างไร
PRP เป็นหัตถการที่ต้องฉีดเข้าสู่หนังศีรษะเป็นระยะ ขณะที่ Minoxidil เป็นยาที่มักใช้เป็นแนวทางหนึ่งในการดูแลภาวะผมบางจากพันธุกรรม และต้องใช้อย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ ส่วน การปลูกผม เป็นการย้ายรากผมจากบริเวณที่มีเส้นผมแข็งแรงไปยังบริเวณที่บางหรือไม่มีผม
จึงไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับทุกคน และบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาใช้หลายวิธีร่วมกันตามสาเหตุและระดับของผมบาง Cleveland Clinic ระบุว่า PRP สามารถถูกใช้ร่วมกับการรักษาทางการแพทย์ เช่น Minoxidil หรือ Finasteride ในผู้ที่เหมาะสมได้
ก่อนทำ PRP ผม ควรทำอะไรบ้าง
1.
ตรวจหาสาเหตุของผมร่วงก่อน เพราะผมร่วงอาจเกิดจากพันธุกรรม ฮอร์โมน ไทรอยด์ ภาวะโภชนาการ ยาบางชนิด หรือโรคของหนังศีรษะได้
2.
ให้แพทย์ประเมินสภาพหนังศีรษะและรูขุมขน เพื่อดูว่ายังมีโอกาสตอบสนองต่อการรักษาหรือไม่
3.
แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด
4.
สอบถามจำนวนครั้งและแผนติดตามผล เนื่องจาก Protocol ของ PRP ยังไม่ได้มีมาตรฐานเดียวกันในทุกสถานพยาบาล
5.
ประเมินผลด้วยข้อมูลที่เปรียบเทียบได้ เช่น การตรวจความหนาแน่นของเส้นผม แทนการดูด้วยความรู้สึกเพียงอย่างเดียว
สรุป การทำ PRP ผมเหมาะกับใคร
การทำ PRP ผมเป็นอีกทางเลือกสำหรับการดูแลภาวะผมบาง โดยมีงานวิจัยสนับสนุนมากที่สุดในกลุ่ม Androgenetic Alopecia และมีข้อมูลว่าความหนาแน่นของเส้นผมอาจเพิ่มขึ้นในผู้รับการรักษาบางกลุ่ม แต่ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคน และงานวิจัยยังมีความหลากหลายด้านเทคนิคการเตรียมและการรักษา
สำหรับผู้ที่สนใจประเมินปัญหาผมร่วงหรือปรึกษาแนวทางการดูแลเส้นผม สามารถเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ที่มีประสบการณ์ได้ เช่น ที่ Icellare Phuket ซึ่งควรเริ่มจากการตรวจหาสาเหตุและประเมินสภาพหนังศีรษะเป็นรายบุคคล ก่อนพิจารณาว่า PRP หรือวิธีอื่นเหมาะสมหรือไม่
ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำ PRP สิ่งที่คุ้มค่ากว่าการรีบเลือกหัตถการ คือการให้แพทย์วินิจฉัยก่อนว่าเรากำลังผมร่วงจากอะไร เพราะเมื่อรู้ต้นเหตุแล้ว เราจึงเลือกวิธีดูแลเส้นผมที่เหมาะกับตัวเองได้มากขึ้น
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย