Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
DR. PIPAT
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
31 ส.ค. เวลา 02:15 • การศึกษา
เมื่อมหาวิทยาลัยมีที่นั่งมากกว่านักศึกษา
ผมเพิ่งอ่านบทความใน Wall Street Journal เรื่อง
"Why Syracuse Can’t Attract the Students It Needs to Pay the Bills" แล้วรู้สึกว่าเป็น preview ที่น่าสนใจมากว่า เมื่อจำนวนเด็กเริ่มลดลง ปัญหาของมหาวิทยาลัยอาจพัฒนาไปอย่างไร
ใครสนใจไปอ่านได้ครับ
https://www.wsj.com/us-news/education/syracuse-student-application-enrollment-crisis-budget-ff142896?mod=hp_lead_pos7
Syracuse ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเล็กหรือไม่มีชื่อเสียง
เป็นมหาวิทยาลัยอายุกว่า 150 ปี มี endowment ราว 2.5 พันล้านดอลลาร์ และมีหลายสาขาที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ
แต่ปีนี้ Syracuse รับนักศึกษาได้ต่ำกว่าเป้าจนเกิด budget shortfall ประมาณ 1.5% และต้องเร่งเสนอ financial aid เพิ่มเพื่อดึงนักศึกษาเข้ามา ขณะเดียวกันก็เริ่มปิดหลักสูตรที่มี demand ต่ำ
เรื่องนี้ฟังดูเหมือนปัญหา enrollment ธรรมดา แต่จริงๆ แล้วสามารถลามไปเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นได้
มหาวิทยาลัยเป็นองค์กรที่มี fixed cost สูงมาก ต่อให้นักศึกษาลดลง 10–20% อาคาร ห้องเรียน ห้องแล็บ อาจารย์ และบุคลากรจำนวนมากก็ยังต้องอยู่เหมือนเดิม
เมื่อนักศึกษาน้อยลง รายได้ค่าเล่าเรียนก็ลดลง ขณะเดียวกันการแข่งขันเพื่อแย่งนักศึกษาก็ทำให้มหาวิทยาลัยต้องให้ทุนหรือส่วนลดมากขึ้น รายได้ต่อนักศึกษาจึงอาจลดลงไปอีก
เมื่อฐานรายได้อ่อนลง ความสามารถในการจ้างอาจารย์ดีๆ ลงทุนในงานวิจัย เปิดหลักสูตรใหม่ หรือปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกก็ลดลงตาม
และนั่นอาจกลายเป็นปัญหาต่อความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
Syracuse ยิ่งเห็นภาพนี้ชัด เพราะเพิ่งกู้เงิน 458 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างหอพักใหม่ ในช่วงเดียวกับที่ enrollment เริ่มต่ำกว่าเป้า ขณะที่อันดับเครดิตก็ถูกปรับ outlook เป็น negative จากความกังวลเรื่อง demand
นี่จึงเป็น dilemma ที่แก้ยาก
1
ถ้าไม่ลงทุน ก็อาจแข่งขันกับมหาวิทยาลัยอื่นไม่ได้
แต่ถ้าลงทุนมากเกินไป แล้วจำนวนนักศึกษาลดลง ก็เสี่ยงต่อฐานะการเงิน
1
ในเวลาเดียวกัน ถ้าลดมาตรฐานการรับนักศึกษาเพื่อรักษาจำนวน ก็อาจกระทบ reputation
1
Syracuse เองกำลังเผชิญ trade-off นี้อย่างชัดเจน ระหว่างการรักษา selectivity และ prestige กับการเติมจำนวนนักศึกษาให้เพียงพอต่อฐานรายได้ของมหาวิทยาลัย
🇹🇭แล้วประเทศไทยล่ะ?
ผมคิดว่าเรื่องนี้ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด และอาจจะรุนแรงกว่าที่ Syracuse เจออีก
1
ในระดับโรงเรียนมัธยม เราเริ่มเห็นแล้วว่าโรงเรียนหลายแห่งมีนักเรียนน้อยลง บางแห่งอาจมีความจำเป็นต้องควบรวมหรือปิด
1
แต่ในเวลาเดียวกัน โรงเรียนนานาชาติบางแห่งกลับมีคนสมัครจำนวนมาก บางแห่งต้องรอคิว
1
แปลว่า demographic decline ไม่ได้ทำให้ทุกสถาบันแย่ลงเท่ากัน
ในตลาดที่หดตัว คนจะยิ่งเลือกมากขึ้น และ demand มีแนวโน้มกระจุกตัวไปหาสถาบันที่ผู้เรียนเชื่อว่าให้ value สูงกว่า
มหาวิทยาลัยไทยก็กำลังเดินเข้าสู่จุดเดียวกัน
1
จำนวนนักศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทยเคยเพิ่มขึ้นแทบตลอดหลายสิบปี จนขึ้นไปสูงสุดราว 2.5 ล้านคนในช่วงต้นทศวรรษ 2010 ก่อนเริ่มลดลง
1
แต่ที่น่าสนใจคือ ในช่วงที่ตลาดรวมเริ่มหด กลุ่มมหาวิทยาลัยรัฐขนาดใหญ่ "ยัง" สามารถรักษาหรือเพิ่มจำนวนนักศึกษาได้
ตรงนี้ให้บทเรียนที่น่าสนใจมาก
ปัญหาไม่ได้เริ่มจากทุกมหาวิทยาลัยพร้อมกัน
มหาวิทยาลัยขนาดเล็กหรือสถาบันที่ demand อ่อนกว่าจะเจอแรงกดดันก่อน เพราะเมื่อนักศึกษามีน้อยลง เด็กก็มีทางเลือกมากขึ้น และสามารถไหลไปหามหาวิทยาลัยที่มี brand แข็งกว่าได้
มหาวิทยาลัยใหญ่ของรัฐยังโตได้ในตลาดที่กำลังหดตัว ด้วยการกิน market share จากมหาวิทยาลัยอื่น
1
แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ
1
เพราะ market share ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ตลอดไป
1
ถ้าจำนวนเด็กทั้งประเทศยังลดลงเรื่อยๆ ในที่สุดแรงกดดันก็จะไล่ขึ้นมาถึงมหาวิทยาลัยใหญ่
1
และจำนวนเด็กน้อยลง รัฐก็จะมีเงินอุดหนุนน้อยลงเรื่อยๆในอนาคต
1
ก่อนที่จะเห็นภาพ “รับนักศึกษาไม่เต็ม” เราอาจเห็นสัญญาณอื่นก่อน เช่น จำนวนผู้สมัครต่อที่นั่งลดลง ความสามารถในการคัดเลือกเด็กเก่งลดลง บางสาขาเริ่มไม่มีคนเรียน คุณภาพของนักเรียนและบัณฑิตลดลง หรือมหาวิทยาลัยต้องให้ทุนและส่วนลดมากขึ้นเพื่อรักษาจำนวนนักศึกษา
1
ซึ่งเราเริ่มเห็นภาพแบบนี้แล้ว จำนวนที่นั่งใน TCAS รอบสาม มีมากกว่าจำนวนผู้สมัครซึ่งเริ่มมีแนวโน้มลดลงแล้ว
1
สิ่งที่น่าคิดจึงไม่ใช่เพียงว่า อีกสิบปีจะมีนักศึกษากี่คน
แต่คือ ระบบมหาวิทยาลัยที่เรามีอยู่วันนี้จะปรับตัวอย่างไร
1
เรายังจำเป็นต้องมีมหาวิทยาลัย คณะ และหลักสูตรจำนวนเท่าเดิมหรือไม่
และที่สำคัญมหาวิทยาลัยยังตอบโจทย์อุปสงค์แรงงาน และเตรียมบัณฑิตที่ยัง relevant อยู่ ในโลกที่เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปหรือไม่
ต้อง specialize มากขึ้น ต้องมีการปิด หรือควบรวม มากกว่าขยายหรือไม่
1
ต้องปรับตัวเพิ่มคุณภาพให้แข่งกับมหาวิทยาลัยในระดับภูมิภาคให้ได้ เพื่อแข่งรับนักศึกษาต่างชาติหรือไม่
มหาวิทยาลัยควรมีบทบาทใหม่ใน lifelong learning, reskilling, executive education, research และความร่วมมือกับภาคธุรกิจมากขึ้นหรือไม่
ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่
เพราะมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ถูกสร้างและเติบโตขึ้นมาในโลกที่จำนวนนักศึกษาเพิ่มขึ้นเกือบทุกปี
แต่โลกใบนั้นกำลังเปลี่ยนไป
บทเรียนจาก Syracuse คือ เมื่อ enrollment เริ่มลดลง ปัญหาไม่ได้หยุดอยู่แค่ “มีเด็กน้อยลง”
มันสามารถลามไปถึงฐานะการเงิน ความสามารถในการลงทุน คุณภาพอาจารย์ คุณภาพนักศึกษา งานวิจัย และท้ายที่สุดคือความสามารถในการแข่งขันของมหาวิทยาลัยเอง
ดังนั้นคำถามอาจไม่ใช่ว่า มหาวิทยาลัยไทยจะเจอปัญหานี้หรือไม่
แต่คือ เราจะเริ่มปรับตัวตอนนี้ หรือรอจนไม่มีทางเลือกมากนักแล้วค่อยปรับ
22 บันทึก
44
2
42
22
44
2
42
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย