เมื่อวาน เวลา 02:18 • หนังสือ

อีกด้านหนึ่งของธาตุอันตราย

โซเดียม (sodium) เป็นธาตุไวต่อปฏิกิริยาทางเคมี จะระเบิดเมื่อติดไฟเมื่อถูกน้ำหรือความชื้น ทำให้น้ำร้อนขึ้น หากเกิดขึ้นบนผิวเปียกบนตัวเรา ก็จะมีอันตราย
เหตุที่เป็นธาตุอันตรายกับเรา เพราะอะตอมของธาตุนี้ไม่เสถียร
คลอรีน (chlorine)​ ก็เป็นธาตุพิษที่ฆ่าคนได้ ทำให้เกิดการไหม้ หากสูดเข้าร่างกาย ทำให้หายใจไม่ออก
ก๊าซคลอรีนทำปฏิกิริยากับความชื้น หากเจอความชื้นของจมูก นัยน์ตา ลำคอ ปอด ก็จะเกิดกรดพิษ ทำลายเซลล์เนื้อเยื่อ
ในทางอุตสาหกรรมจึงใช้คลอรีนทำน้ำยาล้างจาน ฯลฯ หากผสมแบบเจือจางมากๆ ก็ใช้ฆ่าเชื้อโรคในสระว่ายน้ำ
นี่แปลว่าเราต้องหลีกหนีทั้งสองธาตุนี้โดยเด็ดขาด ใช่หรือไม่? คำตอบกลับตรงกันข้าม
เพราะโซเดียมเชื่อมกับคลอรีน จะกลายเป็นโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) ในสภาวะเสถียร
โซเดียมคลอไรด์ก็คือเกลือที่เราบริโภคทุกวัน
วัตถุอันตรายสองอย่างมารวมกัน กลับกลายเป็นวัตถุใหม่ที่ชีวิตเราขาดไม่ได้
เช่นกัน ธาตุไฮโดรเจนเป็นก๊าซไวไฟ อาจทำให้เกิดไฟไหม้บ้านได้ ออกซิเจนก็เป็นสารพิษสำหรับสิ่งมีชีวิตหลายชนิด และทำให้ติดไฟได้ง่าย
แต่เมื่อนำไฮโดรเจนมาผสมกับออกซิเจน จะได้น้ำที่มีคุณอนันต์ เป็นหัวใจของการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย
ธรรมชาติมีเรื่องประหลาดเช่นนี้เสมอ มันบอกเราว่าเมื่อเห็น 'สิ่งเลวร้าย' หนึ่ง อย่าเพิ่งสรุปว่ามันมีแต่ความเลวร้าย เพราะเมื่อธาตุอันตรายสองอย่างมาเจอกัน อาจเป็นธาตที่ปลอดภัยและมีประโยชน์
พิษงูฆ่าคนได้ แต่เมื่อเจอเลือดม้า ก็กลายเป็นเซรุ่มช่วยชีวิตคน
1
สารหนูเป็นพิษฆ่าคนได้ แต่ใช้ให้เป็น ก็รักษาโรงมะเร็งในคนไข้บางรายได้
ธรรมชาติสอนเราทางอ้อมว่า ดีหรือไม่ดี ปลอดภัยหรืออันตราย อาจเป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน
หากเรามองเรื่องนี้ในทางธรรม ก็อาจทำให้เราไม่ชี้นิ้วตัดสินคนแบบเด็ดขาด เพราะในหลายกรณี คนทำเรื่องผิดก็กลายเป็นประโยชน์ได้
องคุลิมาลฆ่าคนไปมากมาย เมื่อพบพระพุทธเจ้า ก็กลายเป็นพระอรหันต์
โลกไม่มีอะไรที่มีคุณสมบัติถาวร เปลี่ยนแปลงไม่ได้
สิ่งที่เราควรถามตัวเองคือ หากเราเป็นมนุษย์จำพวก 'โซเดียม' หรือ 'คลอรีน' หรือ 'ไฮโดรเจน' หรือ 'ออกซิเจน' ชอบทำให้คนอื่นเดือนร้อน หากเราคบเพื่อนดี บางทีเราอาจกลายเป็นเกลือที่มีประโยชน์ หรือน้ำที่ชำระล้างสิ่งรอบตัวให้สะอาดก็ได้
โฆษณา