Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วันนี้อยากเล่า
•
ติดตาม
31 ส.ค. เวลา 04:07 • บันเทิง
วันนี้รักมาก แล้วพรุ่งนี้ล่ะ?
เส้นทางการเป็นสาววาย
เราติดตาม BL มาตั้งแต่ SOTUS The Series กำลังออน จนถึงตอนนี้ก็ 10 ปีเข้าไปแล้ว แต่ถ้าให้เรียกตัวเองว่า “ติ่ง” จริง ๆ ก็คงเพิ่งเป็นได้ประมาณ 1 ปีมานี้เอง ก็เลยขอถือว่าเป็นติ่งมือใหม่ที่มีประสบการณ์ดู BL มา 10 กว่าปีละกัน
ถามว่าทำไมเพิ่งจะมาติ่ง - เพิ่มเติมจาก 10 ปีก่อนคือ ตอนนี้เรามีเงินพอจะไปตามงานแต่ไม่มีดวง กดบัตรไม่เคยทันใคร ไม่มีเงินลง Top Spender และที่สำคัญที่สุดคือ อ่อมแก่ เหนื่อยเกินกว่าจะออกไปตามงานฟรี
จริง ๆ แล้วการติ่งก็พาเราไปเจอตัวเองในอีกพาร์ทหนึ่งของชีวิตนะ ไม่ใช่แค่ให้ความสุข แต่กลับทำให้เราเติบโต และได้บทเรียนบางอย่างกับชีวิตเหมือนกัน
อย่างแรก เราพบตัวเองในเวอร์ชั่นที่อยากซัพพอร์ตใครสักคน ได้รักใครสักคนในรูปแบบที่มองเขาอยู่ไกล ๆ เป็นแค่แฟนคลับโนเนมท่านหนึ่ง ที่หวังให้คน ๆ หนึ่งมีความสุขในทุกวัน ไม่อยากเห็นเขาเศร้า อยากเห็นเขาค่อย ๆ บรรลุเป้าหมาย/ความฝันที่เขาตั้งใจ
จากคนที่ชอบอยู่เงียบ ๆ ที่ห้อง ไม่ค่อยอยากออกไปไหน ช่วงชีวิตหนึ่งเรากลับยอมออกจากบ้านแทบทุกวัน เพราะน้องดารามาห้างทีหนึ่ง บางทีก็ห้างใกล้บ้าน แต่บางทีก็ไม่ใกล้นะ แต่เราก็ถ่อไปได้ แล้วยืนอยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมง
ตอนนั้นเรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่มีความสุขดี แต่พอเป็นแบบนี้ไปสักพักก็มาสังเกตตัวเองนะว่าความรู้สึกมันกลับค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากที่แค่อยากซัพพอร์ต กลายเป็นอยากเจอเขามากขึ้น อยากอยู่ใกล้ขึ้น อยากมีโอกาสได้เห็นเขาชัดขึ้น จากความรักที่เคยเป็นแค่ความสุขแบบง่าย ๆ ก็เริ่มมีความคาดหวังเข้ามา
จนกระทั่งเขามีคอนเสิร์ต และแน่นอนว่า เรากดบัตรไม่ได้ สปอนเซอร์ก็ไม่ชูส แล้วสุดท้ายยังโดนหลอกเงินไปอีก 2,000 บาท เพราะไปมัดจำร้านกดบัตร จำได้ว่าช่วงนั้นเศร้ามาก นอนทั้งวันไม่อยากทำอะไรเลย ช่วงหนึ่งถึงขั้นต้องเปิด X ให้น้อยลง เพราะแค่เห็นคนอื่นพูดถึงคอนเสิร์ตหรือเห็นคนอื่นได้ไป มันก็ทำใจไม่ได้ที่จะไม่มีเราอยู่ในนั้น ทุกวันนี้ก็ยังทำใจไม่ได้ขนาดนั้นหรอก แต่สุดท้ายเรื่องนี้เองกลับทำให้เราต้องหันกลับมาทบทวนตัวเองอย่างจริงจัง
สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราดีขึ้นได้ คือการเจอข้อความหนึ่งที่บอกว่า “การติ่งหรือศิลปินไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตเท่านั้น” พอคิดแบบนั้น เราก็ลองหันกลับมามองสิ่งรอบตัวอีกครั้งว่า จริง ๆ แล้วเราชอบอะไรอีกบ้าง แล้วก็พบว่า เออ มันมีอะไรอีกเยอะแยะเลย ยังมีซีรีส์สนุก ๆ อีกหลายเรื่อง มีละครเวทีที่กำลังจะเปิดแสดง มีการแสดงออร์เคสตราที่กำลังจะมา มี Harry Potter ที่กำลังจะกลับมาเข้าโรงอีกครั้ง
โลกไม่ได้มีแค่สิ่งเดียวที่ทำให้เรามีความสุข และบางที การที่เราเสียใจมากกับการไม่ได้ไปคอนเสิร์ตครั้งนั้น อาจไม่ได้แปลว่าเราต้องรักศิลปินให้น้อยลง หรือจำเป็นต้องถอยออกจากการเป็นแฟนคลับ มันแค่ทำให้เราเรียนรู้ว่า เราสามารถรักใครสักคนมาก ๆ ได้ โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องเป็นทั้งหมดของชีวิตเรา
ทั้งนี้ทั้งนั้น มีอีกเรื่องหนึ่งที่เราค้นพบเกี่ยวกับตัวเอง และเป็นสิ่งที่ทำให้การติ่งทำให้เราทุกข์อยู่เหมือนกัน คือเมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกว่า เราไม่ได้สนใจโพสต์เกี่ยวกับเขาเหมือนเมื่อก่อน หรือรู้สึกว่าเรารักเขาน้อยลง มันกลับทำให้เราเจ็บ เพราะลึก ๆ แล้ว เราคงอยากรักเขาไปตลอด
และบางทีสิ่งที่ทำให้เราเสียใจกับการไม่ได้บัตรคอนเสิร์ต อาจไม่ใช่แค่เพราะเราอยากไปดูศิลปินที่เรารักในวันที่เขายังอยู่ตรงนี้ที่เรามองเห็นได้ แต่มันอาจเป็นเพราะว่า วันนี้เรายังรักเขามากขนาดนี้ เราจึงอยากไปอยู่ตรงนั้น เพราะเราไม่รู้เลยว่า วันข้างหน้าเราจะยังรักเขามากขนาดนี้อยู่หรือเปล่า
เราไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีอยู่ในวันนี้จะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน และบางที นั่นอาจเป็นสิ่งที่เราเพิ่งเรียนรู้จากการเป็นติ่ง ว่าแม้แต่ความรู้สึกของตัวเราเองก็ยังเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถรับประกันได้ เราอาจยังรักเขาไปอีกหลายปี หรือวันหนึ่งเราอาจไม่ได้รู้สึกแบบนี้อีกแล้วก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน มันก็ไม่ได้ทำให้ความรักที่เรามีในวันนี้มีค่าน้อยลง เพราะอย่างน้อย ในวันที่เรายังรักมากขนาดนี้ เราก็เคยรักเขามากจริง ๆ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย