•
31 ส.ค. เวลา 07:53

ทำไม กระดาษทราย เบอร์เดียวกัน แต่ละยี่ห้อขัดแล้ว ให้ผิวไม่เหมือนกัน?

เวลาเลือกซื้อ กระดาษทราย สิ่งแรกที่หลายคนดูมักเป็น “เบอร์” ครับ เราเข้าใจกัน ว่าตัวเลขน้อย คือกระดาษทรายหยาบ เหมาะสำหรับกินเนื้องานเร็ว ส่วนตัวเลขมากขึ้น จะละเอียดกว่า สำหรับเก็บผิวก่อนทำสี หรือขัดแต่งขั้นสุดท้าย ดังนั้นถ้ากระดาษทรายสองแผ่นเขียนว่าเบอร์ 120 เหมือนกัน ก็น่าจะขัดออกมาได้ผิวใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหนก็ตาม
แต่พอลองใช้จริง อาจไม่เป็นแบบนั้นครับ
กระดาษทรายเบอร์ 120 ยี่ห้อหนึ่ง อาจขัดไม้แล้วรู้สึกกินเนื้อเร็ว รอยชัด ขณะที่ อีกยี่ห้อให้ผิวเนียนกว่า ทั้งที่ตัวเลขบนแผ่นเหมือนกัน หรือกระดาษทรายเบอร์ 240 สองยี่ห้อ เมื่อขัดสีโป๊ว หรือสีรองพื้น ยี่ห้อหนึ่ง อาจให้รอยละเอียดสม่ำเสมอ แต่อีกยี่ห้อรู้สึกว่ามีรอยลึกบางจุด และเมื่อเปลี่ยนไปใช้กับ เครื่องขัดกระดาษทราย ความแตกต่าง ก็ยิ่งเห็นได้ง่ายขึ้น
คำถามจึงอยู่ที่ว่า ถ้าเบอร์กระดาษทรายเท่ากัน ทำไมผลลัพธ์ถึงไม่เหมือนกัน?
คำตอบคือ “เบอร์” เป็นหนึ่งในข้อมูลของกระดาษทรายเท่านั้นครับ เบื้องหลังยังมีทั้งมาตรฐานการกำหนดขนาดเม็ดทราย ชนิดของเม็ดขัด รูปร่างเม็ด การกระจายตัว กาวที่ใช้ยึดเม็ด วัสดุรองรับ ไปจนถึงเทคโนโลยีการเคลือบผิวของแต่ละผู้ผลิต ซึ่งเปลี่ยนทั้งความรู้สึกตอนขัด อัตราการกินเนื้องาน อายุการใช้งาน และลักษณะรอยที่เหลืออยู่ บนพื้นผิวได้
เบอร์ กระดาษทราย บอกอะไรเราบ้าง?
โดยหลักแล้ว เบอร์กระดาษทราย ใช้บอกระดับความหยาบ หรือละเอียดของวัสดุขัดบนผิวกระดาษ โดยทั่วไปยิ่งเบอร์ต่ำ เม็ดขัดก็ยิ่งมีขนาดใหญ่ และสามารถกินเนื้อวัสดุได้มาก ส่วนเบอร์สูงขึ้น เม็ดจะเล็กลง รอยที่เกิดขึ้น จึงละเอียดกว่า
  • ●
    กระดาษทรายเบอร์ #40 หรือ #60 มักใช้กับงานลอกผิว ขัดไม้หยาบ หรือปรับระดับพื้นผิวที่มีความต่างกันมาก
  • ●
    #80 ถึง #120 เป็นช่วงที่พบได้บ่อยในงานเตรียมผิวไม้ งานขัดสี หรือเก็บรอยจากขั้นตอนก่อนหน้า
  • ●
    เมื่อขึ้นไปที่ #180, #240, #320 หรือมากกว่านั้น ก็มักเข้าสู่งานเก็บผิวที่ละเอียดมากขึ้น
ปัญหาคือ ตัวเลขบน กระดาษทราย ก็ยังอาจไม่สามารถอธิบายทุกอย่าง เกี่ยวกับเม็ดขัดได้
กระดาษทรายสองชนิดอาจจัดให้อยู่ในระดับความละเอียดใกล้เคียงกัน แต่รูปร่างของเม็ด การกระจายของเม็ด และจำนวนเม็ดที่มีขนาดใหญ่ หรือเล็กกว่าค่าเฉลี่ย แตกต่างกันได้ เมื่อเม็ดขัดสัมผัสพื้นผิวจริง ความแตกต่างเหล่านี้จึงกลายเป็นความแตกต่าง ของรอยขัดทันที
กระดาษทราย เบอร์เดียวกัน ใช้คนละมาตรฐาน ก็อาจไม่เหมือนกัน
หนึ่งในเรื่องที่มักมองข้ามคือ ระบบมาตรฐานของเบอร์กระดาษทราย ครับ เพราะเบอร์ที่เราเห็นบนผลิตภัณฑ์ ไม่ได้หมายความว่าจะอ้างอิงระบบเดียวกันทั้งหมดเสมอไป
ในตลาดมีระบบกำหนดขนาดเม็ดขัดหลายมาตรฐาน เช่น ระบบ FEPA ที่เรามักเห็นตัวอักษร “P” อยู่ด้านหน้า เช่น P120, P240 หรือ P400 รวมถึงระบบ ANSI/CAMI และมาตรฐานอื่น ที่ใช้กับวัสดุขัดอีกแบบ แม้ตัวเลขจะใกล้เคียงกัน แต่ช่วงขนาดของเม็ดที่ใช้ และวิธีการจำแนกก็อาจแตกต่างกัน
ดังนั้น P120 กับกระดาษทรายที่ระบุเพียง 120 โดยอ้างอิงมาตรฐานอีกแบบหนึ่ง อาจไม่ได้มี การกระจายตัว ของเม็ดขัดเหมือนกันทั้งหมด
ในงานทั่วไป ความแตกต่างอาจไม่ได้ชัดจนถึงขั้นใช้งานแทนกันไม่ได้ แต่ในงานที่ต้องการผิวละเอียด เช่น งานสีรถ งานเฟอร์นิเจอร์ งานเคลือบผิว หรือการขัดระหว่างชั้น ความแตกต่างเล็กน้อยของรอยขัดก็สังเกตเห็นได้หลังจากลงสี หรือเคลือบผิวแล้ว
เพราะงั้น เวลาเปรียบเทียบกระดาษทราย สองยี่ห้อ ไม่ควรดูแค่เลข 120 เทียบกับ 120 แต่ควรดูด้วยว่าระบุเป็น P120 หรือใช้มาตรฐานอะไร
รูปร่างของเม็ดทราย ก็เปลี่ยนลักษณะรอยขัดได้
ลองจินตนาการว่าเรามีหินสองก้อนขนาดใกล้เคียงกัน ก้อนหนึ่งมีเหลี่ยมแหลม ส่วนอีกก้อนมีขอบมน เมื่อนำไปลากผ่านไม้ ทั้งสองก้อนก็สร้างรอยไม่เหมือนกัน แม้ขนาดจะใกล้เคียงกันก็ตาม
เม็ดขัดบน กระดาษทราย ก็คล้ายหินคนละทรง
เม็ดที่มีเหลี่ยมคมสามารถกัดเข้าไปในพื้นผิวได้ง่ายกว่า ขณะที่เม็ดที่มีลักษณะมนกว่าอาจมีแนวโน้มถูหรือไถผิวมากกว่า เม็ดขัดบางรุ่นอาจผลิต หรือจัดรูปทรงให้มีความสม่ำเสมอสูง เพื่อให้หน้าตัดทำงานในทิศทางที่ควบคุมได้ดีขึ้น
ดังนั้น กระดาษทราย 120 ที่ใช้เม็ดคมมาก อาจให้ความรู้สึกว่า “หยาบกว่า” กระดาษทราย 120 อีกตัวหนึ่ง ทั้งที่ขนาดเม็ดตามมาตรฐานอยู่ในกลุ่มเดียวกัน
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่บางคนรู้สึกว่า กระดาษทรายบางยี่ห้อ “กินกว่าเบอร์” หรือ “ละเอียดกว่าเบอร์” ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ใช่ว่ามีการระบุเบอร์ผิด แต่เป็นผลจากลักษณะการทำงานของเม็ดขัดครับ
การกระจายตัวของเม็ดขัด มีผลต่อความสม่ำเสมอของผิว
นอกจากชนิด และรูปร่างแล้ว วิธีที่เม็ดขัดกระจายอยู่บนผิวกระดาษก็สำคัญมากครับ กระดาษทรายไม่ได้จำเป็นต้องมีเม็ดขัดเรียงเต็มพื้นที่แบบแน่นที่สุดเสมอไป การเคลือบเม็ดขัดอาจออกแบบให้มีความหนาแน่นต่างกัน เพื่อเหมาะกับวัสดุที่ต้องขัด
  • ●
    Closed Coat เม็ดแน่น กินพื้นที่ผิวมาก หากนำไปใช้กับวัสดุที่เกิดฝุ่น หรือเศษเหนียวจำนวนมาก พื้นที่ระหว่างเม็ดที่มีน้อย อาจทำให้เศษเข้าไปอุดตันได้ง่าย
  • ●
    Open Coat ช่วยลดปัญหาฝุ่นอุดตัน พื้นที่ระหว่างเม็ดขัดมากขึ้น เพื่อให้ฝุ่น และเศษวัสดุมีพื้นที่ออกจากหน้ากระดาษทราย
  • ●
    กระดาษทรายสองแผ่นเบอร์ P120 เหมือนกัน แต่แบบหนึ่งเป็น Open Coat และอีกแบบเป็น Closed Coat อาจขัดแล้วให้ความรู้สึกต่างกัน ทั้งแรงต้าน ความเร็วในการกินเนื้อ และความต่อเนื่องของการขัด เมื่อใช้งานไปสักระยะ
เม็ดที่ใหญ่เกินค่าเฉลี่ย ไม่กี่เม็ด ก็สร้างรอยลึกได้
สำหรับงานที่ต้องการผิวละเอียด ความสม่ำเสมอของขนาดเม็ด ถือว่าสำคัญมากครับ สมมติว่ากระดาษทรายชุดหนึ่งมีเม็ดอยู่ในช่วงของ P240 เป็นส่วนใหญ่ แต่มีเม็ดที่ใหญ่ผิดปกติปะปนอยู่จำนวนหนึ่ง ทุกครั้งที่เม็ดเหล่านั้นผ่านผิวชิ้นงาน ก็มีโอกาสสร้างรอย ที่ลึกกว่าเม็ดอื่น
ตอนขัดเสร็จใหม่ ๆ เราอาจมองไม่เห็นทันที แต่เมื่อพ่นสี ลงแลคเกอร์ หรือขัดเงาขั้นถัดไป รอยลึกเพียงบางเส้นสามารถปรากฏขึ้นมาได้
ผู้ผลิตกระดาษทรายคุณภาพสูง จึงไม่ได้ควบคุมแค่ค่าเฉลี่ยของขนาดเม็ด แต่ยังต้องควบคุมการกระจายของขนาดเม็ด เพื่อไม่ให้มีเม็ดใหญ่ผิดปกติสร้างรอย ที่หลุดออกจาก pattern ของการขัดมากเกินไป
การกระจายของขนาดเม็ดทราย หรือเม็ดขัด เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ กระดาษทราย ราคาต่างกันได้ แม้จะเขียนว่าเบอร์เดียวกันบนกล่อง
กาวที่ยึดเม็ดขัด ก็มีผลต่อการทำงาน
เม็ดทรายต้องยึดติดอยู่กับวัสดุรองรับด้วย ระบบสารยึดเกาะครับ ถ้าเม็ดหลุดง่าย กระดาษทรายจะสูญเสียประสิทธิภาพอย่างรวดเร็ว และเม็ดที่หลุดออกมา ก็อาจกลายเป็นเศษขัดที่วิ่งอยู่ระหว่างกระดาษกับผิวงาน
ลองนึกภาพเม็ดขัดขนาดใหญ่หลุดจากกระดาษ แล้วถูกแผ่นขัดกดทับขณะเครื่องกำลังหมุน เม็ดนั้นอาจลากเป็นรอยบนพื้นผิวได้เช่นกัน
ผู้ผลิตจึงต้องควบคุมทั้งชั้นยึดเม็ด และชั้นเคลือบทับให้มีความสมดุล ถ้ายึดไม่แข็งแรงพอ เม็ดหลุดเร็ว แต่ถ้าเคลือบหนา หรือแข็งมากเกินไปจนบดบังส่วนคมของเม็ด ก็สามารถลดประสิทธิภาพการตัดลงได้ นี่เป็นรายละเอียดที่เราแทบมองไม่เห็นจากภายนอก แต่มีผลต่อคุณภาพการขัดโดยตรง
วัสดุด้านหลังของ กระดาษทราย ทำให้ผลขัด ต่างกันได้
หลายคนสนใจเฉพาะเม็ดด้านหน้า แต่ด้านหลังของกระดาษทรายก็มีบทบาทไม่น้อยครับ
Backing หรือวัสดุรองรับอาจทำจากกระดาษ ผ้า ฟิล์ม หรือวัสดุสังเคราะห์อื่น ๆ แต่ละประเภทมีความแข็ง ความยืดหยุ่น และความสามารถในการรักษารูปทรงแตกต่างกัน
  • ●
    กระดาษทรายที่มี backing แข็งและคงรูปดี เมื่อใช้กับพื้นเรียบก็ช่วยให้แรงกระจายตัวค่อนข้างสม่ำเสมอ ในงานโค้งอาจปรับตัวตามรูปทรงได้ไม่ดีเท่าวัสดุที่ยืดหยุ่นกว่า
  • ●
    backing ที่นิ่มหรือยืดหยุ่นมากสามารถเข้าตามผิวโค้งได้ดี แต่เมื่อไปขัดพื้นเรียบด้วยแรงกดสูง อาจให้ลักษณะการกินเนื้อแตกต่างออกไป
  • ●
    กระดาษทราย สำหรับเครื่องขัดแบบ Random Orbital ความแข็งของแผ่นกระดาษ ประกอบกับความนุ่มของแป้นรอง สามารถเปลี่ยนลักษณะการสัมผัสพื้นผิวได้มากกว่าที่หลายคนคิด
เครื่องขัด แรงกด และความเร็ว ก็สามารถ กลบความต่างของกระดาษทราย ได้
ถ้าใช้ เครื่องขัดกระดาษทราย ด้วยรอบสูงมาก กดเครื่องแรง หรือเคลื่อนเครื่องช้าเกินไป เม็ดขัดจะทำงานหนักขึ้น ความร้อนสูงขึ้น และมีโอกาสสร้างรอยลึกกว่าเดิม ขณะที่การขัดด้วยแรงกดพอดี เคลื่อนเครื่องต่อเนื่อง และใช้ระบบดูดฝุ่นที่เหมาะสม สามารถช่วยให้รอยขัดออกมาสม่ำเสมอกว่า
ดังนั้นเวลาที่รู้สึกว่า “กระดาษทรายยี่ห้อนี้หยาบกว่า” ต้องแยกให้ออกด้วยว่าเกิดจากตัวกระดาษทรายจริง ๆ หรือเกิดจากการตั้งเครื่องและวิธีใช้งาน
โดยเฉพาะเครื่อง Random Orbital หากเรากดเครื่องแรงจนแป้นหมุนไม่เป็นธรรมชาติ การเคลื่อนที่ของเม็ดขัดจะเปลี่ยน และอาจเกิด Swirl Mark หรือรอยวนบนผิวงานได้
พฤติกรรมการใช้งาน ก็ทำให้ขัดเป็นรอยได้ แม้จะใช้ กระดาษทราย คุณภาพดีก็ตาม
สรุป กระดาษทราย เบอร์เท่ากัน ไม่ได้แปลว่า จะให้ผลเหมือนกัน ทุกยี่ห้อ
ตัวเลขบน กระดาษทราย เป็นข้อมูลสำคัญ แต่ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมดครับ เมื่อรวมกับปัจจัยจากเครื่องขัด รอบเครื่อง แรงกด ระบบดูดฝุ่น วัสดุที่นำมาขัด และระยะเวลาการใช้งาน กระดาษทรายที่มีตัวเลขเดียวกัน สามารถให้ทั้งอัตราการกินเนื้อ อายุการใช้งาน และลักษณะผิวหลังขัดแตกต่างกันได้
ดังนั้นเวลาเลือกกระดาษทราย ไม่ควรใช้ “เบอร์” เป็นเกณฑ์เดียว แต่ควรดูว่ากระดาษทรายนั้นออกแบบ มาสำหรับวัสดุ และลักษณะงานแบบไหนด้วย โดยเฉพาะงาน ที่ต้องการผิวละเอียด หรือมีขั้นตอนทำสีต่อ การเลือกกระดาษทรายที่ให้รอยสม่ำเสมอ จะควบคุมฝุ่นได้ดี และมีพฤติกรรมการขัดที่คาดเดาได้ อาจช่วยลดเวลาการแก้งานได้มากกว่าการเลือกจากราคาต่อแผ่นอย่างเดียว
สุดท้ายแล้ว กระดาษทรายเบอร์เดียวกันจึงไม่ได้หมายถึง “ผลลัพธ์เดียวกัน” เสมอไป ตัวเลขบอกระดับความละเอียดให้เราเริ่มต้นเลือกได้ แต่คุณภาพของผิวจริง เกิดจากรายละเอียดเล็ก ๆ หลายอย่าง ที่อยู่บนแผ่นกระดาษทราย รวมถึงวิธีที่เราใช้กับงานด้วย
ข้อมูลเพิ่ม และราคา กระดาษทราย เลือกดูได้ที่ลิงค์ข้างล่างนี้
โฆษณา