1 ก.ย. เวลา 08:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

จุดเปลี่ยน! ตุ๊กตุ๊กไทย 7,800 คัน พร้อมไหม? เปลี่ยนเป็น EV เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก

จุดเปลี่ยน! ตุ๊กตุ๊กไทย 7,800 คัน พร้อมไหม? เปลี่ยนเป็น EV เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 84,500–140,000 ตัน CO₂e ต่อปี
อีกไม่นานอาจได้เห็น “ตุ๊กตุ๊กไทย” เกือบ 8,000 คัน เปลี่ยนเป็น EV เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยกรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างกฎกระทรวง ซึ่งเสนอห้ามรถยนต์รับจ้างสามล้อที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปในการเดินรถในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน เว้นแต่เป็นรถสามล้อไฟฟ้า หรือเดินรถในช่วงเวลาที่กำหนด
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดและจัดระเบียบมลพิษทางอากาศและเสียงในพื้นที่เมืองเก่าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 27 สิงหาคม 2569
จุดเปลี่ยนตุ๊กตุ๊กไทย 7,800 คัน พร้อมไหม? เปลี่ยนเป็น EV
ตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปส่วนใหญ่ใช้ LPG
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ปัจจุบันตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปส่วนใหญ่ใช้ LPG ซึ่งยังเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยประเมินว่าปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 336 กรัม CO₂e ต่อกิโลเมตร ขณะที่ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 7.4 kWh มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการผลิตไฟฟ้าประมาณ 35–44 กรัม CO₂e ต่อกิโลเมตร และไม่มีการปล่อยจากท่อไอเสีย ณ จุดใช้งาน
จึงสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างใช้งานได้ประมาณ 87–90% พร้อมช่วยลดกลิ่น ควัน เสียงเครื่องยนต์ และแรงสั่นสะเทือนในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวและชุมชนหนาแน่น
7,800 คันทั่วกรุงเทพฯ พร้อมเปลี่ยนไหม?
ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีรถยนต์รับจ้างสามล้อประเภท รย.8 จำนวน 8,631 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถไฟฟ้า 829 คัน หรือเพียง 9.6% (ณ วันที่ 28 ก.พ. 2569) สะท้อนว่ายังมีรถเครื่องยนต์สันดาปที่อาจต้องเปลี่ยนผ่านอีกราว 7,800 คัน
หากเปลี่ยนรถกลุ่มนี้เป็น EV ทั้งหมด จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 84,500–140,000 ตัน CO₂e ต่อปี โดยการเปลี่ยนตุ๊กตุ๊กเป็น EV อาจเป็นหนึ่งในมาตรการระดับเมืองที่ช่วยสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050 ของไทย
อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม เนื่องจากผู้ขับจำนวนมากอาจไม่มีเงินทุนเพียงพอสำหรับซื้อรถใหม่ทั้งคัน ขณะที่ยังมีภาระหนี้จากรถเดิมและต้องพึ่งพารายได้รายวัน
แนะรัฐอุดหนุนส่วนต่างราคา รับซื้อหรือดัดแปลงรถเดิม–ทำสถานีชาร์จเฉพาะรถสาธารณะ
ภาครัฐจึงควรพิจารณามาตรการช่วยเหลือ เช่น เงินอุดหนุนส่วนต่างราคา สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การรับซื้อหรือดัดแปลงรถเดิม ตลอดจนการจัดทำสถานีชาร์จเฉพาะสำหรับรถสาธารณะ
มาตรการเหล่านี้อาจเชื่อมโยงกับวงเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ซึ่งมีแผนงานครอบคลุมโครงการส่งเสริมการใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ดี ปัญหาด้านมลพิษทางเสียงอาจเกิดจากการดัดแปลงท่อไอเสียของผู้ขับบางกลุ่ม ซึ่งไม่ได้เกิดจากรถตุ๊กตุ๊กทุกคัน ดังนั้น รัฐอาจใช้มาตรการควบคู่กับการกำกับดูแลเป็นรายกรณี แทนการถือว่ารถเครื่องยนต์สันดาปทุกคันสร้างผลกระทบในระดับเดียวกัน
นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านไปใช้ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าอาจไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้าน Soft Power ของประเทศไทยมากนัก เนื่องจากยังสามารถรักษาเอกลักษณ์ไว้ได้ผ่านรูปทรง สีสัน การตกแต่ง และรูปแบบการให้บริการ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริม Green Tourism ได้อีกทางหนึ่ง
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/sustainability/282417
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา