Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กรมควบคุมมลพิษ
•
ติดตาม
1 ก.ย. เวลา 07:43 • สิ่งแวดล้อม
การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในประเทศไทย และผลกระทบต่อระบบนิเวศ
ปัญหาการแพร่ระบาดของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน (Invasive Alien Species : IAS) จัดเป็นหนึ่งใน ภัยคุกคามที่รุนแรงที่สุดต่อความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลก ในประเทศไทยปรากฏการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) ได้กลายเป็นวิกฤตการณ์ทางสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจที่สำคัญในรอบทศวรรษที่ผ่านมา
ปลาชนิดนี้ไม่เพียงแต่สามารถปรับตัวและขยายพันธุ์ ได้อย่างรวดเร็วในแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่ยังส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อห่วงโซ่อาหาร ทรัพยากรประมงชายฝั่ง และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างรุนแรง ปลาหมอคางดำ มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมบริเวณชายฝั่งแอฟริกาตะวันตก โดยมักพบในบริเวณน้ำกร่อย ปากแม่น้ำ และป่าชายเลน จัดอยู่ในวงศ์ปลาหมอสี (Cichlids)
รูปที่ 1 การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ
ปลาหมอคางดำมีรูปทรงและสีสันลำตัวมีเกล็ดสีเงินสลับขีดดำ มีลักษณะเด่นคือจุดสีเข้มหรือปื้นสีดำบริเวณใต้คางและแผ่นปิดเหงือก (พบชัดเจนในตัวผู้) หัวมีขนาดค่อนข้างโตเมื่อเทียบกับสัดส่วนลำตัว มีขนาดความยาวสูงสุดได้ประมาณ 28 เซนติเมตร เป็นปลาประเภทพฤติกรรมอมไข่ไว้ในปาก โดยเพศผู้ จะเป็นผู้รับหน้าที่อมไข่และตัวอ่อนไว้ในช่องปากเพื่อปกป้องจากศัตรูพืชและสัตว์อื่นส่งผลให้อัตราการรอดชีวิตของตัวอ่อนสูงกว่าปลาทั่วไปที่วางไข่ตามธรรมชาติ
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ปลาหมอคางดำสามารถขยายพันธุ์ จนกลายเป็นพันธุ์รุกรานในประเทศไทย ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
1. ความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูง
สามารถอาศัยอยู่ได้ตั้งแต่น้ำจืด น้ำกร่อย ไปจนถึงน้ำเค็มจัดที่มีความเค็มสูง รวมถึงทนทานต่อสภาพน้ำที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำได้ดี
2. วงจรชีวิตที่สั้นและขยายพันธุ์เร็ว
ปลาหมอคางดำเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน และสามารถวางไข่ได้บ่อยครั้ง ตลอดทั้งปี
3. การเคลื่อนย้ายโดยมนุษย์และภัยธรรมชาติ
การหลุดรอดจากระบบเพาะเลี้ยง รวมถึงการแพร่กระจายผ่านทางระบบชลประทานและอุทกภัย ทำให้ปลาชนิดนี้กระจายตัวออกไปสู่วงกว้างอย่างรวดเร็ว
รูปที่ 2 ลักษณะของปลาหมอคางดำ
ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่กินอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่แพลงก์ตอน พืชน้ำ ลูกกุ้ง ลูกปลา ไปจนถึง ไข่ของปลาท้องถิ่น ส่งผลให้ประชากรปลาและสัตว์น้ำท้องถิ่นมีจำนวนลดลงอย่างมาก นำไปสู่ความเสื่อมโทรม ของความหลากหลายทางชีวภาพและโครงสร้างห่วงโซ่อาหารในแหล่งน้ำธรรมชาติปลาหมอคางดำเป็นปลา ต่างถิ่นที่แพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสัตว์น้ำพื้นถิ่น
การจัดการที่เหมาะสม จึงมีความสำคัญเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว แนวทางการจัดการ อาทิเช่น การจับปลาออกจากแหล่งน้ำ อย่างต่อเนื่องด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม การส่งเสริมการนำปลาไปใช้ประโยชน์ แปรรูปเป็นอาหารหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ การนำไปทำปุ๋ย รวมถึงการเฝ้าระวังและป้องกันการปล่อยปลาลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม กรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในประเทศไทยถือเป็นบทเรียนสำคัญ ที่เป็นผลกระทบรุนแรงจากการจัดการสิ่งมีชีวิตต่างถิ่น การฟื้นฟูระบบนิเวศและเยียวยาภาคเศรษฐกิจประมงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในการกำจัดประชากรปลาหมอคางดำและพัฒนามาตรการควบคุมการนำเข้าสัตว์น้ำต่างถิ่นให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์เอเลี่ยนสปีชีส์ในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
1. กรมประมง. (2567). มาตรการและแนวทางการควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในประเทศไทย
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
2. เทคโนโลยีชาวบ้าน. (2568). “ปลาหมอคางดำ” บริโภคได้ มีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นอีกวิธีช่วยกันกำจัด
ได้อย่างรวดเร็ว. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
3. สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2567). “ปลาหมอคางดำ” ภัยร้ายทำลาย
ระบบนิเวศ. กองติดตามประเมินผลสิ่งแวดล้อม (กตป.)
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย