1 ก.ย. เวลา 08:18 • ข่าว
อำเภอปลวกแดง

ปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ร่วมกับบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง, เทศบาลตำบลแม่น้ำคู้

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1 และผู้อำนวยการโรงเรียนแม่น้ำคู้เก่า รวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลแม่น้ำคู้ ได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกรณีที่ได้รับการแจ้งจากพลเมืองดี เพื่อขอความช่วยเหลือแก่เด็กและเยาวชนสามรายซึ่งอยู่ในความดูแลของมารดาซึ่งมีอายุ 41 ปี
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า เด็กชายเอ วัย 13 ปี กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนนิคม 8 ส่วนเด็กชายบี อายุ 11 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และเด็กชายซี อายุ 9 ปี ศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ณ โรงเรียนแม่น้ำคู้เก่า ทั้งนี้เด็กทั้งสามคนอาศัยร่วมกับมารดาซึ่งประกอบอาชีพคัดแยกวัสดุรีไซเคิลโดยมีรายได้ประมาณวันละ 400 บาท
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับครอบครัวพบว่า บิดาของเด็กได้บวชอยู่ที่สำนักสงฆ์สวนป่าธรรมนุรักษ์ ตำบลหมู่ 5 อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โดยไม่ได้พักอาศัยร่วมกับครอบครัว ขณะที่ยายของเด็กพักอยู่บ้านฝั่งตรงข้าม แต่ประสบปัญหาสุขภาพจากโรคหลอดเลือดสมอง ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ส่งผลให้ลูกสาวอีกคนหนึ่งต้องเข้าช่วยดูแลและพายายไปรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี
เจ้าหน้าที่พบว่าปัญหาเด็กทั้งสามมีการขาดการเรียนบ่อยครั้ง รวมถึงพฤติกรรมของมารดาที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติดซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการดูแลและสนับสนุนการศึกษาให้แก่เด็กเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการประเมินสภาพความเป็นอยู่และความปลอดภัยของเด็ก พร้อมทั้งวางแผนให้การช่วยเหลือโดยทันที
เบื้องต้น บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยองได้ดำเนินการสนทนากับมารดาพร้อมทั้งประเมินสภาพและความพร้อมของครอบครัว รวมถึงพิจารณาทางเลือกในการจัดให้เด็กได้รับการสงเคราะห์เป็นการชั่วคราว หากจำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กทั้งสามได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
ทางฝ่ายปกครองได้ตรวจสอบร่างกายมารดา พบสารเสพติดในระบบ เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวเข้ากระบวนการบำบัดรักษาภาคสมัครใจ ณ โรงพยาบาลปลวกแดง เพื่อรับการฟื้นฟูต่อไป
เพิ่มเติมจากการประสานงานกับบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง พบว่าได้มีการแนะนำให้เด็กทั้งสามเข้าศึกษาในระบบดูแลภายในสถานชาติสำหรับภาคเรียนที่สอง เพื่อให้มีผู้ดูแลใกล้ชิด และลดความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อม ซึ่งจะสนับสนุนโอกาสในการศึกษาต่อเนื่องสำหรับเด็ก
โดยได้มีการติดต่อกับโรงเรียนและครูประจำชั้นเพื่อควบคุมและติดตามการเข้าเรียนอย่างใกล้ชิด รวมถึงร่วมมือกันส่งเสริมการศึกษาของเด็กอย่างต่อเนื่อง ทุกหน่วยงานจะมีบทบาทในการติดตามสถานะและสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวขณะดำเนินการช่วยเหลือต่อไป
เจ้าหน้าที่ได้ย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าวมุ่งเน้นที่การคุ้มครองสวัสดิภาพและอนาคตของเด็ก เป็นศูนย์กลาง พร้อมทั้งเตรียมมาตรการบำบัดสำหรับผู้ปกครอง เพื่อให้ครอบครัวสามารถกลับมาดูแลลูกหลานได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพในอนาค
โฆษณา