•
15 ก.ย. เวลา 05:54 • ธุรกิจ

🔬 InnoInside — นวัตกรรมที่น่าจับตา

11 : นักฟิสิกส์ที่ทิ้ง ปริญญาเอก จาก Oxford มาสร้างบริษัท AI จัดการอะไหล่
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว innowayถีบ!
ลองนึกภาพโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ขนาดใหญ่ครับ มีอะไหล่นับหมื่นรายการ ราคาขึ้นลงตามตลาดทุกวัน บางชิ้นขายดี บางชิ้นกำลังจะล้าสมัย — และทั้งหมดนั้น ยังมีคนนั่งจัดการด้วย สเปรดชีท Excel อยู่เลยครับ
ปัญหาที่มีอยู่คือ...
อุตสาหกรรมอะไหล่และชิ้นส่วน (Spare Parts) เป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่มากครับ มูลค่าตลาดซอฟต์แวร์สำหรับอุตสาหกรรมนี้อยู่ที่กว่า 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่วิธีการทำงานจริงๆ ของคนในอุตสาหกรรมนี้ยังคงพึ่งพา Excel และระบบเก่าๆ เป็นหลักครับ
ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงมีสามอย่างใหญ่ๆ ครับ
หนึ่ง — ตั้งราคาผิด อะไหล่บางชิ้นถูกตั้งราคาต่ำเกินไปทั้งที่ตลาดต้องการมาก หรือแพงเกินไปจนไม่มีใครซื้อ เพราะคนที่ตั้งราคาต้องอาศัยประสบการณ์และการเดาเป็นหลัก
สอง — สต็อกไม่สมดุล ของบางอย่างมีเกินความต้องการจนเงินจมอยู่ในคลัง ในขณะที่ของบางอย่างขาดตลาดในเวลาที่ลูกค้าต้องการด่วนที่สุด
สาม — อะไหล่ล้าสมัยโดยไม่รู้ตัว รุ่นรถหรือเครื่องจักรบางรุ่นหยุดผลิตแล้ว แต่ยังมีอะไหล่สำหรับรุ่นนั้นนอนอยู่ในคลังโดยไม่มีใครมาซื้ออีกต่อไป
ก่อนอื่นขอเล่าเรื่องผู้ก่อตั้ง (Founder) ของ Intropy ก่อน
Franziska Kirschner CEO และ Co-founder ของ Intropy เดิมเป็นนักฟิสิกส์ที่กำลังทำปริญญาเอกอยู่ที่ Oxford University งานวิจัยของเธอเกี่ยวกับ Superconductors และ Magnetic Monopoles ซึ่งเป็นฟิสิกส์ขั้นสูงระดับโลก และผลงานของเธอยังได้รับการตีพิมพ์ใน Nature วารสารวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับในวงกล้างของโลกด้วยครับ
แต่เธอตัดสินใจทิ้ง PhD ออกมาสร้าง Startup — เพราะเห็นว่าอุตสาหกรรมขนาดพันล้านเหรียญยังมีการใช้ Excel อยู่เลย และนั่นถือเป็นโอกาสที่ใหญ่มากครับ
YihKai Teh CTO และ Co-founder อีกคน เป็นคนมาเลเซียที่เคยเป็นนักวิจัย AI ที่ University College London ทั้งสองคนเจอกันตอนทำงานที่ Tractable บริษัท AI ด้านการประเมินความเสียหายของรถยนต์ ซึ่ง Kirschner ดูแลด้าน AI และ Product
ส่วน Teh เป็น Researcher และทั้งคู่ถือสิทธิบัตรร่วมกันมากกว่า 10 ฉบับ ในด้าน Computer Vision และ AI สำหรับการประเมินความเสียหายของยานพาหนะครับ
พูดง่ายๆ คือทั้งคู่ไม่ใช่แค่คนที่ฉลาด แต่เคยทำระบบ AI จริงๆ ให้กับอุตสาหกรรมที่ใกล้เคียงกันมาก่อนแล้วครับ
แล้วมีอะไรใหม่?
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 Intropy ที่ก่อตั้งในปี 2024 ประกาศระดมทุน Seed ได้ 11 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 385 ล้านบาท นำโดย Felix Capital และมี General Catalyst ร่วมลงทุนอีกครั้ง หลังจากที่เคยลงทุนในรอบ Pre-seed ในปี 2024 แล้ว
เทคโนโลยีของ Intropy เจ๋งกว่าวิธีแบบเดิมยังไง?
ลองเปรียบแบบนี้ครับ — ระบบเดิมเหมือนมีที่ปรึกษาที่นั่งดูข้อมูลแล้วบอกว่า "น่าจะลดราคาอันนี้นะ" แล้วก็รอให้คนไปทำเอง ส่วน Intropy เหมือนมีพนักงานที่ฉลาด ไม่เคยหลับ ไม่มีวันลา และจัดการทุกอย่างให้เลยโดยไม่ต้องถามครับ
เทคโนโลยีของ Intropy เชื่อมต่อกับระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ของลูกค้าโดยตรง แล้ว AI จะวิเคราะห์และ ลงมือทำเองเลย โดยไม่ต้องรอให้คนอนุมัติ เช่น ถ้า AI เห็นว่าอะไหล่ชิ้นหนึ่งกำลังจะล้าสมัย มันจะปรับราคาลงและจัดการเคลื่อนย้ายสต็อกให้ทันทีครับ
เปรียบกับคู่แข่งอื่นๆ ในตลาด
จริงๆมี Startup ที่ทำงานใกล้เคียงกันครับ เช่น Kovant จากสตอกโฮล์มทำ AI สำหรับ Procurement และ Supply Chain แต่จุดต่างของ Intropy คือการโฟกัสเฉพาะที่ ปัญหาของอะไหล่และชิ้นส่วน โดยเฉพาะ ซึ่งมีความซับซ้อนเฉพาะตัวที่ระบบ automation ทั่วไปจัดการได้ไม่ดีพอ ทั้งเรื่อง SKU ที่มีนับหมื่นรายการ ERP ที่กระจัดกระจาย และวงจรชีวิตของอะไหล่ที่ซับซ้อนมากครับ
ผลลัพธ์ที่ Intropy อ้างอิงจากการใช้งานจริงครับ
• จัดการ demand มูลค่ากว่า 10,000 ล้านเหรียญ นับตั้งแต่เปิดตัว
• ลูกค้าได้ผลตอบแทนการลงทุน มากกว่า 10 เท่า
แอดมองว่า... โดยเฉพาะสำหรับไทย
เรื่องนี้น่าสนใจมากสำหรับประเทศไทยครับ เพราะไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีโรงงานประกอบรถยนต์ ซัพพลายเออร์ชิ้นส่วน และตัวแทนจำหน่ายอะไหล่กระจายอยู่ทั่วประเทศ
ปัญหาที่ Intropy แก้นั้นเกิดขึ้นในไทยเช่นกันครับ — ร้านอะไหล่หลายแห่งยังใช้ระบบมือหรือ Excel ในการจัดการสต็อก บางครั้งของขาดก็ไม่รู้ล่วงหน้า บางครั้งของดองอยู่ในคลังโดยไม่จำเป็น
ถ้า AI แบบ Intropy เข้ามาในไทย ประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นได้แก่ ผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทยลดต้นทุนสต็อกและเพิ่มกำไร ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จัดการอะไหล่ได้แม่นยำขึ้น และซัพพลายเชนรถ EV ที่กำลังเติบโตในไทยสามารถบริหารชิ้นส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ
และที่น่าคิดมากคือ สิ่งที่ทำให้ Intropy เกิดขึ้นได้คือ Founder ที่กล้าทิ้งเส้นทางที่ปลอดภัย — จาก Oxford PhD สู่ Startup ในอุตสาหกรรมที่คนอื่นมองข้ามไป นั่นแหละครับคือ mindset ที่ innowayถีบพูดถึงเสมอ 🔧
เพื่อนๆ คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้างครับ ถ้าธุรกิจอะไหล่ในไทยใช้ AI แบบนี้ได้จริง จะเปลี่ยนอุตสาหกรรมนี้ไปแค่ไหน? มาแชร์กันในคอมเมนต์ได้เลย!
อ้างอิง: Tech Funding News / Intropy / intropy.ai
โฆษณา