2 ก.ย. เวลา 08:12 • ปรัชญา
------------------------------
ไขข้อข้องใจ: "รักตัวเอง" "เห็นแก่ตัว" และ "เอาแต่ใจ" เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?
ในทางจิตวิทยา ทั้ง 3 คำนี้มีรากฐานของความคิด (Cognitive) และอารมณ์ (Emotional) ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเราสามารถแยกแยะได้จาก "แรงจูงใจ" และ "การเคารพขอบเขตของผู้อื่น" ดังนี้
1. คนรักตัวเอง (Self-love)
การดูแลตัวเองโดยไม่เบียดเบียนใคร
นิยาม: การเห็นคุณค่าในตัวเอง ยอมรับข้อดีข้อเสีย และรู้จักปกป้องสุขภาวะ (Well-being) ของตนเอง
วิธีคิด: เกิดจากจิตใจที่ "เต็มอิ่มและมั่นคง" เขารู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ตรงไหน เมื่อไหร่ควรปฏิเสธ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถเห็นอกเห็นใจและเคารพสิทธิ์ของผู้อื่นได้เสมอ
พฤติกรรม: รักษาสิทธิ์ของตัวเองอย่างสุภาพ โดยไม่ไปล้ำเส้นหรือทำให้คนอื่นเดือดร้อน
2. คนเห็นแก่ตัว (Selfish)
การกอบโกยโดยจงใจเอาเปรียบคนอื่น
นิยาม: การมุ่งเอาแต่ประโยชน์ส่วนตน โดยตั้งใจที่จะละเมิดสิทธิ์หรือความรู้สึกของผู้อื่น
วิธีคิด: เกิดจากจิตใจที่ "กลัวความขาดแคลนและไม่มั่นคงลึกๆ" ลึกๆ แล้วคนเห็นแก่ตัว "รู้และเข้าใจดี" ว่าสิ่งที่ตนทำจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน แต่เขาเลือกที่จะเพิกเฉย เพราะผลประโยชน์ของตัวเองต้องมาเป็นอันดับแรก
พฤติกรรม: จงใจล้ำเส้นคนอื่นเพื่อแย่งชิงสิ่งที่ตัวเองต้องการ
3. คนเอาแต่ใจตัวเอง (Egocentric)
การคิดว่าโลกต้องหมุนรอบตัวเอง
นิยาม: การยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง และขาดความสามารถในการมองในมุมของคนอื่น (Lack of Perspective-taking)
วิธีคิด: เกิดจาก "วุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ยังไม่เติบโตเต็มที่" เขาไม่ได้ตั้งใจจะร้ายหรือวางแผนโกงใครแบบคนเห็นแก่ตัว แต่เขา "คิดภาพไม่ออกจริงๆ ว่าคนอื่นจะคิดต่างจากเขาได้อย่างไร" และมักคิดว่าทุกคนต้องรู้สึกและต้องการเหมือนกันกับเขา
พฤติกรรม: แสดงอาการดื้อดึง ชักสีหน้า หรือโวยวายเมื่อไม่ได้ดั่งใจเหมือนเด็กๆ ล้ำเส้นคนอื่นโดยไม่รู้ตัว เพราะมองไม่เห็นหัวคนอื่น
สรุปข้อแตกต่าง
* คนรักตัวเอง: เลือกทางที่ตัวเองมีความสุข โดยที่คนอื่นก็ยังมีความสุขด้วย
* คนเห็นแก่ตัว: รู้ว่าคนอื่นจะทุกข์ แต่ก็ยังจะเอาเพราะตัวเองจะได้ประโยชน์
* คนเอาแต่ใจ: ไม่สนว่าคนอื่นจะคิดยังไง เพราะคิดว่าทุกคนต้องคิดเหมือนตัวเองเท่านั้น
_ข้อสังเกต
เจตนาทำร้าย (Intentionality): คนเอาแต่ใจ (Egocentric) ทำไปเพราะ "มองไม่เห็นคนอื่น" (ขาดวุฒิภาวะ) แต่คนเห็นแก่ตัวทำไปเพราะ "เห็น แต่ไม่แคร์"
โฆษณา