3 ก.ย. เวลา 06:45 • สิ่งแวดล้อม

การประเมินปริมาณมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม เครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการคุณภาพน้ำของประเทศไทย

ภาคอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในภาคการผลิตที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมถือเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำที่สำคัญ โดยหากไม่มีการบริหารจัดการทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพแหล่งน้ำ ระบบนิเวศ สุขภาพของประชาชน และการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม
ในปัจจุบันการกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรม จะควบคุม กำกับ ดูแลจากการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งว่าเป็นไปตามมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การกำหนดเพียงค่าความเข้มข้นของ สารมลพิษ อาจยังไม่สะท้อนถึงปริมาณมลพิษที่แท้จริงที่เกิดขึ้น และที่ถูกปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม เนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีค่าความเข้มข้นของมลพิษอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่มีปริมาณน้ำทิ้งที่ระบายสู่สิ่งแวดล้อมจำนวนมาก จะทำให้มีการปล่อยปริมาณมลพิษ (Pollution Loading) ที่สูง
และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการรองรับมลพิษของแหล่งน้ำ ดังนั้น แนวคิดการประเมินปริมาณมลพิษ (Pollution Loading) จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการคุณภาพน้ำในระดับพื้นที่และระดับลุ่มน้ำ
ปริมาณมลพิษ (Pollution Loading) หมายถึง ปริมาณสารมลพิษที่ถูกปล่อยออกจากแหล่งกำเนิด สู่สิ่งแวดล้อมภายในช่วงเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปแสดงเป็นหน่วยกิโลกรัมต่อวัน (kg/day) ซึ่งในประเทศไทยจะเน้นที่ การควบคุมสารอินทรีย์ในน้ำทิ้งเป็นหลัก ซึ่งจะนิยมใช้ค่าปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์ใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ หรือ Biochemical Oxygen Demand: BOD เป็นตัวแทนของความสกปรกในน้ำเสีย โดยคำนวณจาก
"BOD Loading (กิโลกรัมต่อวัน) = ค่า BOD (มิลลิกรัมต่อลิตร) × ปริมาณน้ำเสีย (ลูกบาศก์เมตรต่อวัน)
ซึ่งในทางปฏิบัติการเก็บข้อมูลปริมาณน้ำเสียและค่า BOD จากโรงงานทุกแห่งทั่วประเทศเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากต้องใช้งบประมาณ เวลา และบุคลากรในการเก็บข้อมูลทั้งหมด จึงจำเป็นต้องอาศัยวิธีการประเมินปริมาณมลพิษจากข้อมูลทะเบียนโรงงานร่วมกับค่าสัมประสิทธิ์ที่พัฒนาขึ้นตามประเภทของโรงงานอุตสาหกรรม
ในการประเมินปริมาณมลพิษของประเทศไทยจากโรงงานอุตสาหกรรม สามารถดำเนินการได้โดยใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลทะเบียนโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมกับข้อมูลประเภทโรงงาน กำลังเครื่องจักร และค่าสัมประสิทธิ์การเกิดน้ำเสียและความสกปรกของโรงงานแต่ละประเภท ซึ่งสามารถนำมาคำนวณปริมาณน้ำเสียและปริมาณมลพิษของโรงงาน แต่ละแห่งได้ แม้ในกรณีที่ไม่มีข้อมูลตรวจวัดจริงของทุกโรงงาน
เพื่อให้สามารถคำนวณปริมาณมลพิษของโรงงานจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว กรมควบคุมมลพิษ จึงได้พัฒนาโปรแกรมประเมินปริมาณน้ำเสียและปริมาณความสกปรกจากโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อประมวลผลข้อมูลดังกล่าว โดยเริ่มจากการนำเข้าข้อมูลโรงงาน จากนั้นระบบจะใช้ค่าสัมประสิทธิ์ของแต่ละประเภทโรงงานอุตสาหกรรมในการประเมินปริมาณน้ำเสีย และปริมาณมลพิษ ทั้งในส่วนของค่าบีโอดี ซีโอดี และสรุปผลเป็นรายประเภทโรงงาน รายพื้นที่ หรือรายจังหวัด โดยมีแนวคิดในการประมวลผลแสดงดังรูป
แนวคิดการประเมินปริมาณน้ำเสียและปริมาณความสกปรก
จากกระบวนการประเมินดังกล่าว โปรแกรมสามารถสรุปผล และสามารถจัดอันดับประเภทของอุตสาหกรรมที่มีปริมาณมลพิษสูงในพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนบริหารจัดการ ซึ่งแนวทางดังกล่าว มีข้อดีคือสามารถประเมินภาพรวมของปริมาณมลพิษในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกรณีที่มีโรงงานจำนวนมาก ซึ่งการเก็บตัวอย่างและตรวจสอบทุกแห่งเป็นเรื่องที่ใช้ทรัพยากรสูง ทั้งด้านงบประมาณ เวลา และบุคลากร
ดังนั้น การประเมินปริมาณมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมจากโปรแกรมประเมินปริมาณน้ำเสียและปริมาณความสกปรกจากโรงงานอุตสาหกรรม จึงเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สนับสนุนการตัดสินใจด้านนโยบายและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในหลายมิติ ประกอบด้วย
• ใช้ในการจัดลำดับความสำคัญของการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่ โดยระบุประเภทอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ที่มีปริมาณมลพิษสูง
• ใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการจัดทำบัญชีปริมาณมลพิษ และการวิเคราะห์ปริมาณมลพิษของลุ่มน้ำ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการจัดทำแผนฟื้นฟูคุณภาพน้ำ การกำหนดมาตรการลดมลพิษ และการประเมินขีดความสามารถในการรองรับมลพิษของแหล่งน้ำ
ทั้งนี้ แม้ว่าวิธีการประเมินปริมาณมลพิษโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์จะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการวิเคราะห์มลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมในภาพรวม แต่ผลการประเมินยังขึ้นอยู่กับความถูกต้องของข้อมูลทะเบียนโรงงาน ความเหมาะสมของค่าสัมประสิทธิ์ และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการผลิตในแต่ละช่วงเวลา
อีกทั้งยังมีโรงงานบางประเภทที่ยังไม่มีค่าสัมประสิทธิ์หรือไม่สามารถประเมินได้ ทำให้ต้องมีการทบทวนและปรับปรุงฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับการบริหารจัดการคุณภาพน้ำ สนับสนุนการจัดลำดับความสำคัญของการควบคุมมลพิษ การวางแผนฟื้นฟูคุณภาพน้ำ และการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์ อันจะนำไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศไทยที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป
โฆษณา